by || วิภาวรรณ งิ้วดี, Editor || กวินธร เสถียร
March 27, 2018
สัญญาณเข้าสู่ฤดูหนาว เมื่อถึงคราวเสือโคร่งเบ่งบาน , ภาพ: วิภาวรรณ งิ้วดี
หากจะให้แนะนำแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในช่วงฤดูหนาว...คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้ นอกจากไปฟินรับลมหนาว พร้อมๆ กับชม “พญาเสือโคร่ง” (Prunus cerasoides) หรือ “ซากุระเมืองไทย” ที่เริ่มบานชมพูสะพรั่งไปทั่วทั้งขุนเขาบนดอยสูง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหล เข้าไปเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น (1) สถานีวิจัยและฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน อำเภอเมือง (2) ศูนย์วิจัยเกษตรดอยอ่างขาง อำเภอฝาง (4) อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง และ (5) ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) อำเภอแม่วาง จนได้รับการขนานนามว่า “เส้นทางนี้สีชมพู”
|| ที่นี่ดอยอินทนนท์
ดอยอินทนนท์ ขุนเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย หนึ่งในเส้นทางสีชมพู จุดชมพญาเสือโคร่ง ที่ไม่ได้เรียกสรรพนามเป็นตัว แต่คนที่นี่เค้าเรียกกันเป็นต้น คนกะเหรี่ยงเรียกกันว่า “เส่คาแว่”, “เส่แผ่” หรือ “แส่ลาแหล” ส่วนคนเชียงใหม่ เรียก “ชมภูพิงค์” ส่วนคนญี่ปุ่นเรียกว่า “หิมาลายาซากุระ” แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักของคนไทยโดยทั่วไปคือ “ซากุระดอย” หรือ “ซากุระเมืองไทย” [1] ที่นิยมเรียกชื่อนี้ เพราะมีลักษณะคล้ายดอกซากุระในประเทศญี่ปุ่น แต่จะมีขนาดเล็กกว่า ดอกมีสีชมพู และสีขาว จะออกดอกให้เห็นช่วงเดือนมกราคม-กุมพาพันธ์ ปัจจุบันไม่ได้พบเฉพาะบนดอยอินทนนท์เท่านั้น แต่ยังสามารพบได้บนดอยสูงในแทบภาคเหนือ เช่น อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน จังหวัดน่าน ดอยแม่สลอง ดอยช้าง ดอยวาวี จังหวัดเชียงราย ภูลมโล อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดเลย เป็นต้น นอกจากนางพญาเสือโคร่งแล้ว ดอยอินทนนท์ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาขุนเขาแห่งนี้กันอย่างไปขาดสาย ก็คงจะหนีไม่พ้น น้ำตกวชิรธาร เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ยอดดอยอินทนนท์-เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา และศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)
|| น้ำตกวชิรธาร
น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 70 เมตร เดิมชื่อ น้ำตกตาดฆ้องโยง อยู่ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ น้ำตกวชิรธารสามารถเที่ยวได้ทุกฤดู เพราะมีน้ำตลอดปี และด้วยเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ น้ำที่กระทบยังโขดหินทำให้เกิดละอองน้ำสาดไปทั่วบริเวณ เมื่อละอองน้ำต้องแสงแดด ทำให้เกิดสายรุ้งทอดตัวพาดผ่านยังเบื้องล่างกลางน้ำตก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว
|| เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
“กิ่วแม่ปาน” เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เป็น unseen Thailand เพราะด้วยระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับป่าที่มีลักษณะแตกต่างกันในแต่ละช่วง โดยในช่วงแรกจะได้พบกับป่าดิบเขา บรรยากาศร่มรื่น เมื่อยามแสงแดดส่องผ่านต้นไม้สูงใหญ่ลงมายังเบื้องล่าง ที่ปกคลุมไปด้วยมอส และเฟิร์น ผสมกับเสียงน้ำในห้วยที่ไหลมารวมก่อเกิดเป็นน้ำตกขนาดเล็กต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง เส้นทางในช่วงนี้สามารถพบด้วงครามหรือด้วงอินทนนท์ (Enoplotrupes sharpi) ซึ่งเป็นแมลงปีกแข็งที่ถือว่าหายากมากชนิดหนึ่ง เดินต่อไปจะทะลุออกไปยังทุ่งหญ้าโล่งเลียบไปตามสันเขามีหน้าผาเล็กใหญ่ และผาตัดคู่ หรือเรียกว่า แง่มน้อย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกิ่วแม่ปาน อีกทั้งยังเป็นจุดชมทิวเขาที่เรียงตัวสลับซับซ้อน ปกคลุมไปด้วยทะเลหมอก และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่งด้วย ตลอดเส้นทางเลียบสันเขา สีแดงสดของกุหลาบพันปี (Rhododendron arboreum) หรือที่เรียกว่า คำแดง จะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เป็นดอกไม้ที่มีความงาม จนได้ชื่อว่า ราชินีแห่งดอกไม้ ถือเป็นจุดดึงดูดให้กับกิ่วแม่ปานได้เป็นอย่างดี
ด้วงคราม/ด้วงอินทนนท์ พบในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน, ภาพ: วิภาวรรณ งิ้วดี
|| ยอดดอยอินทนนท์-เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา
ป่าที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นป่าดึกดำบรรพ์อายุล้านปี (old growth forest) ที่ระดับความสูง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล ลักษณะป่าเป็นต้นไม้สูงใหญ่ ลำต้น ถูกปกคลุมอย่างหนาแน่นด้วยไลเคน และมอส เกี่ยวกันด้วยเถาวัลย์ลงมายังเบื้องล่าง ที่เต็มไปด้วยต้นไม้เล็กๆ และเฟิร์นชนิดต่างๆ ทำให้ดูรกทึบแต่สวยงามไปอีกแบบ ในช่วงเดือน สิงหาคม ถึง กันยายน ถือได้ว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุด เพราะสายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้พรรณไม้เล็กใหญ่ หรือมอส เฟิร์นที่เกาะราวสะพานทางเดิน เขียวชอุ่ม โอบล้อมพระสถูปพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 ผู้ที่รักและหวงแหนป่าแห่งนี้ จึงได้ใช้ชื่อ ดอยอินทนนท์ ตามพระนามของพระองค์ด้วย ในส่วนของเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา เนื่องจากเป็นบริเวณเดียวกับยอดดอยฯ ทำให้สภาพป่ามีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ความพิเศษอยู่ที่ป่าพรุ (peat swamp forest) ขนาดเล็กในบริเวณอ่างกา ซึ่งเป็นป่าพรุที่สูงที่สุดในประเทศ มีน้ำท่วมขัง ทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายของซากพืช เป็นแหล่งรวมพรรณพืชและสัตว์ป่าหายาก อาทิ นกกินปลีหางยาวเขียว (Aethopyga nipalensis) กระท่าง (Tylototriton verrucosus) หรือจิ้งจกน้ำ ภาษาเหนือเรียก จั๊กกิ้มน้ำ
|| ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)
จากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ไปตามเส้นทางหมายเลข 1284 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร จะพบศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) แหล่งวิจัยพืช ผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาว บนพื้นที่ 450 ไร่ ที่ปลูกนางพญาเสือโคร่งตลอดระยะทางเดินชมแปลงสาธิต และบริเวณรอบๆ เมื่อถึงเวลาเบ่งบาน ทำให้ทั่วทั้งพื้นที่ และขุนเขาแห่งนี้เป็นสีชมพูสะพรั่ง กลายเป็นแหล่งชมนางพญาเสือโคร่งที่เรียกได้ว่า เป็นพระเอก นางเอกเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงเท่านี้ศูนย์ฯ ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำละคร ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมาเป็นจำนวนมาก
|| ความสวยงามที่ถูกบั่นทอน
ดอยอินทนนท์ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากกระแสการท่องเที่ยวเชิงเชิงอนุรักษ์ ข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่า ในช่วงปี 2558-2560 มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 686,003 คน 806,133 คน และ 797,435 ตามลำดับ [2] และในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมาก เมื่อนักท่องเที่ยวมากเกินไป การดูแลจึงทำได้ยาก จนหลายครั้งพบว่า นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ปีนต้นพญาเสือโคร่ง โน้มกิ่งลงมาถ่ายรูป จนกลายเป็นดราม่าในโลกโซเชียล ว่าไม่มีสำนึก ทำให้ธรรมชาติเสียหาย
ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ก็เกิดกรณีส่งเสียงดัง ซึ่งพบบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งไม่เพียงแต่รบกวนสัตว์ป่า ยังสร้างความรำคาญกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นด้วย นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ เช่นนำอาหารเข้าไปและทิ้งไว้เป็นขยะ ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกจากขนมกรุบกรอบ การเดินย่ำไปบนทุ่งหญ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามเข้า
ฉะนั้น การวางแผนการบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะการรักษากฎ ระเบียบ ข้อปฏิบัติต่างๆ การสอดส่องดูแลนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง แต่ก็ดูจะเป็นไปได้ยาก เพราะปริมาณนักท่องเที่ยวที่มากเกินการควบคุม ดังนั้น การสร้างจิตสำนึกจึงเป็นเรื่องสำคัญ พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาสร้างปัญหา ไม่เพียงแค่สร้างทัศนะวิสัยไม่ดี แต่ยังรวมถึงความเสียหายต่อระบบนิเวศทั้งพรรณพืช สัตว์ รวมถึงวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น สุเจน กรรพฤทธิ์ [3] รายงานว่า ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรการท่องเที่ยว มีสาเหตุจากปริมาณนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มากจนเกินความสามารถที่จะรับได้ ทั้งปัญหารถราคับคั่ง ขยะตกค้าง สัตว์ป่าถูกรถชน และการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากยานพาหนะ ที่ส่งผลกระทบต่อระทบนิเวศบริเวณนี้ ดังนั้นแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวมาจึงต้องหาทางจัดการร่วมกันต่อไป
|| อ้างอิง
[1] วิกิพีเดีย. (21 พฤษภาคม 2559). นางพญาเสือโคร่ง.
[2] ส่วนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติ สำนักอุทยานแห่งชาติ. (9 ตุลาคม 2560). สถิตินักท่องเที่ยวที่เข้าไปอุทยานแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556-2560.
[3] สุเจน กรรพฤทธิ์. (2553). บันทึกจากดอยอินทนนท์ เรื่องของ “คน” และ “ดอย” ที่ป่วยไข้. สารคดี. 25(300), 94-121.