by || กวินธร เสถียร
Posted || March 27, 2018
Mark || แปลจากบทสรุปรายงานการสอบสวนวันที่ 23 กันยายน 2013
ทีมผจญเพลิงดับไฟป่าประจำหน่วย Granite Mountain Hotshots, ภาพ: CNN
เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงดับไฟป่า 19 นายเสียชีวิต จากเหตุไฟไหม้ป่าในพื้นที่ภูเขายาแนล (Yarnell Hill) ทางตอนกลางของรัฐแอริโซน่า (Arizona) สหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2013 ภายหลังหลบอยู่ในเต้นท์กันไฟ (fire shelters) เจ้าหน้าที่ทุกนายเป็นสมาชิกองค์กรร่วมผจญเพลิงแกรนิตเมาแท่น (Granite Mountain Interagency Hotshot Crew: IHC) สังกัดหน่วยดับเพลิงเมืองเพรสคอต (Prescott Fire Department) ทั้งนี้ แมคโดนัล (McDonough) เป็นเจ้าหน้าที่เพียงรายเดียวของหน่วยที่รอดชีวิต เนื่องจากแยกออกมาจากทีมก่อนหน้า จึงไม่ได้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ
--//--
บ่ายวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน, เกิดไฟป่าบริเวณไหล่เขาด้านตะวันตกของภูเขายาแนล เนื่องจากฟ้าผ่าจนเกิดประกายไฟลามไหม้ไปหลายพื้นที่ ไฟป่าที่เกิดขึ้นอยู่ในเขตรับผิดชอบของกรมป่าไม้แห่งรัฐแอริโซน่า จุดตั้งต้นเกิดขึ้นบริเวณทุ่งหิน คลุมพื้นที่ราว 3.79 ไร่ พื้นที่ดังกล่าวยากต่อการเข้าถึงด้วยยานพาหนะ ผู้สังเกตการณ์เห็นว่า ไฟป่ายังอยู่ในวงจำกัด และกังวลว่านักผจญเพลิงอาจไม่ปลอดภัยหากขึ้นไปปฏิบัติงานในช่วงค่ำ ดังนั้น หัวหน้าผู้ควบคุมจึงสั่งการให้จัดเตรียมอุปกรณ์ดับไฟป่า (fire suppression) เต็มรูปแบบสำหรับเช้าวันรุ่งขึ้น
วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน, เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในพื้นที่ไฟป่าจนถึงเวลา 16:00น. เมื่อลมพัดแรงขึ้นและไฟป่าลุกไหม้อย่างหนักด้านนอกเขตกันไฟ เย็นวันนั้น ผู้บัญชาการเหตุระดับ 4 (Type4 incident) สั่งทีมเผชิญเหตุระดับ 2 (Type2 incident Management Teme: IMT) เตรียมอุปกรณ์ดับไฟป่าและอุปกรณ์อื่นๆ ให้พร้อมดำเนินการช่วงเช้าวันถัดไป ซึ่งไฟป่าก็ยังโหมไหม้ตลอดทั้งคืน คลุมพื้นที่ราว 759-1,264 ไร่
เช้าวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน ทีมเผชิญเหตุระดับ 2 เข้าถึงพื้นที่ราว 07:00น. มาร์ช อีริค (Eric S. Marsh) ผู้บังคับหน่วยแกรนิตเมาแท่นมาถึง และรับทราบคำสั่งของหัวหน้าหน่วยอัลฟา (Division Alpha Supervisor) โดยให้ทำแนวกันไฟ (anchor point) ช่วงต้นเพลิง (heel of the fire) เวลา 10:22น. ทีมระดับ 2 ได้รับคำสั่งทางวิทยุสื่อสารให้ปฏิบัติการช่วยเหลือ
ตลอดทั้งวัน ไฟป่าแผ่ลามไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นอันตรายต่อพื้นที่โมเดลครีก (Model Creek) และพีเพิลวอลเลย์ (Peeples Valley) เวลา 15:50น. กระแสลมเปลี่ยนทิศทางและไฟโหมกระพืออย่างหนักมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงเขตชุมชนยาแนล อุปกรณ์ดับเพลิงต่างๆ จึงถูกเคลื่อนย้ายมาช่วยอพยพผู้คนออกจากเมือง และป้องกันอาคารสิ่งก่อสร้างของเมือง แต่หน่วยแกรนิตเมาแท่นยังอยู่ตามแนวไหล่เขา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของขอบไฟ เวลา 16:04น ผู้ที่ติดต่อกับหน่วยแกรนิตเมาแท่น รู้ว่าขณะนั้นทีมอยู่ในแนวดำ (black line) และคาดการณ์ว่าพวกเขายังอยู่ที่นั่น ไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะออกจากแนวดำ และมุ่งไปทางตะวันตกเฉียงใต้ เวลา 16:30น. เกิดพายุก่อตัวขึ้นทางทิศใต้ของแนวเขตไฟ ลมพัดแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม กระทั่ง 16:42น. ไฟโหมกระพือปิดทางหนีของพวกเขา
ช่วงเวลา 30 นาที (16:04-16:37น.) ที่ทีมควรได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กลับไม่สามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่อื่นได้ ทั้งทีมช่วยเหลือก็ไม่มีข้อมูลพวกเขาเช่นกัน “เราไม่มีทางรู้เลยว่าพวกเขาตัดสินใจ หรือได้เคลียร์พื้นที่ในช่วง 16:42 หรือไม่” สิ่งที่รู้คือพวกเขาออกจากแนวดำในช่วงเวลาหนึ่งจนถึง 16:04น. และมุ่งไปยังฟาร์มปศุสัตว์เบาเออร์ สปริง (Boulder Springs Ranch) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ถูกเผาและเป็นเขตปลอดภัย แต่การก่อตัวของพายุทำให้ไฟรุนแรงขึ้นและเปลี่ยนทิศทางการลุกลาม เหตุการณ์ไม่คาดคิดปิดตายทางเลือกของทีมที่จะมุ่งไปยังเขตปลอดภัย หรือย้อนกลับเข้ามาในพื้นที่หุบเขา พวกเขามีเวลาน้อยกว่า 2 นาที ที่จะเคลียร์พื้นที่ และเข้าไปในเต้นท์กันไฟระหว่างที่ไฟลามท่วมทั้งพื้นที่ แต่เต้นท์กันไฟก็ไม่สามารถปกป้องชีวิตได้ ด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 1,093 องศาเซลเซียส หน่วยแกรนิตเมาแท่นทั้ง 19 ชีวิต ถูกพบห่างไป 1.6 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จากตำแหน่งสุดท้าย และเพียง 548 เมตร ทางตะวันตกของฟาร์มปศุสัตว์
ไฟป่าคลุมถึงเมืองยาแนล และตำแหน่งสำคัญในเหตุการณ์ [Bill Pliske / The Republic]
รัฐแอริโซน่าจัดตั้งทีมสอบสวนเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ จดหมายมอบอำนาจออกโดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้แห่งรัฐ เมื่อวันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2013 สั่งการให้ทีมสอบสวนและรายงานเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียชีวิตของหน่วยแกรนิตเมาแท่น ทีมสอบสวนรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง วิเคราะห์ด้วยการจำลองเหตุการณ์ นำเอาข้อมูลความรู้ด้านการจัดการไฟป่า วัฒนธรรมการทำงานของหน่วยแกรนิตเมาแท่น รวมถึงทัศนะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการไฟป่า จนนำมาสู่ข้อสรุปดังนี้
หน่วยแกรนิตเมาแท่น เป็นหน่วยที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งสมาชิกได้รับการฝึกทักษะแนวหน้าของการผจญเพลิง (Hotshot Crew) พวกเขาได้รับการฝึกทักษะการทำงานและการพักผ่อนตามแนวปฏิบัติ สมาชิกของหน่วยปฏิบัติตามมาตรฐานและคู่มือแนะนำของรัฐสำหรับองค์กรปฏิบัติการร่วมผจญเพลิง และมาตรฐานปฏิบัติงาน 804 ของกรมป่าไม้แห่งรัฐแอริโซน่า
พื้นที่ภูเขายาแนลไม่เผชิญกับเหตุไฟป่าในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักเกิดจากความแห้งแล้งอย่างรุนแรง (extreme drought) การลดลงของทุ่งหญ้าชาร์พาเรล (chaparral) และการมีหญ้าแห้งจำนวนมาก
แม้ว่าเมืองยาวาไพว์ (Yavapai County) จะมีแผนระดับชุมชนเพื่อป้องกันไฟป่า แต่สิ่งก่อสร้างของเมืองจำนวนมากก็ไม่สามารถที่จะปกป้องได้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องจัดการกับไฟป่าบนพื้นที่ภูเขายาแนล กระทั่งสิ่งปลูกสร้างถูกไฟเผาทำลายไปกว่า 100 แห่ง
การติดต่อสื่อสารผ่านสัญญาณวิทยุเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก วิทยุบางตัวไม่ได้ปรับแต่งให้เหมาะสมกับผู้ให้ความช่วยเหลือ ลูกทีมระบุถึงความขัดข้องของสัญญาณและพยายามแก้ปัญหาเพื่อให้ใช้งานได้ สัญญานวิทยุติดขัดอย่างหนักในช่วงภาวะวิกฤต
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของไฟป่า ท้าทายต่อการจัดเตรียมอุปกรณ์ดับไฟ ซึ่งไฟป่าแผ่ลามไปมากขึ้น สถานการณ์ย่ำแย่ลงในช่วงเย็นวันที่ 29 การจัดการไฟป่ามีการเปลี่ยนแปลงทีมเผชิญเหตุระดับต่างๆ หลายครั้ง ตั้งแต่ทีมเผชิญเหตุระดับ 4 จนถึงทีมเผชิญเหตุระดับ 1 ในช่วงเวลาไม่ถึง 20 ชั่วโมง
ตลอดทั้งวัน หน่วยแกรนิตเมาแท่นเฝ้าดูไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ห่างจากตำแหน่งปฏิบัติงาน แต่การเฝ้าสังเกตการณ์ของพวกเขาไม่ได้นำไปสู่การคาดการณ์ถึงไฟที่เคลื่อนเข้ามาจากแนวขอบ หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของไฟที่มีผลต่อหายนะ รวมถึงการเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจากความร้อน-ความยาวของเปลวไฟ การเปลี่ยนทิศทางลมกะทันหันแบบ 90 องศา และแพร่ลามไปอย่างรวดเร็ว
หน่วยแกรนิตเมาแท่นออกจากจุดพักในช่วงเที่ยง มุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวถนน 2 แนวใกล้กับขอบสันเขา หลังจากนั้นจึงลงมาจากถนนดังกล่าว และตรงไปยังฟาร์มปศุสัตว์เบาเออร์ สปริง ทีมสอบสวนเชื่อว่า พวกเขาพยายามปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เพื่อเข้ามายังพื้นที่จัดการไฟป่า
หน่วยแกรนิตเมาแท่น ไม่รับรู้ถึงความเสี่ยงในการเปลี่ยนตำแหน่งเข้าไปยังฟาร์มปศุสัตว์เบาเออร์ สปริง
ทีมสอบสวนไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่า หน่วยแกรนิตเมาแท่น ตั้งข้อสงสัยต่อความปลอดภัยในเขตแนวดำ หรือการที่มุ่งไปยังฟาร์มปศุสัตว์เบาเออร์ สปริง เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายหากยังอยู่ในบริเวณแนวดำ
การปฏิบัติงานของฐานควบคุมอากาศยาน วุ่นอยู่กับการสั่งการเครื่องบินนำร่อง (leadplane) กลายเป็นข้อจำกัดต่อเครื่องบินดับไฟ (air attack) ขณะที่ไฟลุกลามมากขึ้น
เครื่องบินดับไฟ และฐานควบคุมอากาศยานจัดเตรียมการสนับสนุนครอบคลุมพื้นที่ไฟป่าตลอดทั้งวัน รวมถึงช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์รุนแรง
การติดต่อสื่อสารต่างๆ กับทีมเผชิญเหตุ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ลูกทีมเผชิญเหตุบางรายเข้าใจว่า หน่วยแกรนิตเมาแท่น ตั้งใจย้ายตำแหน่งออกจากแนวดำ ทีมสำรวจเชื่อว่า เกิดจากการสนทนาสั้นๆ ไม่เป็นทางการ ความคลุมเครือจากสัญญาณวิทยุ และการสื่อสารที่วุ่นวายโดยทั่วไปขณะปฏิบัติงานดับไฟป่า อ้างอิงจากการสื่อสารด้วยวิทยุ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและแหล่งข้อมูลอื่นๆ สรุปว่า หน่วยแกรนิตเมาแท่นยังอยู่ในแนวดำใกล้กับขอบยอดเขา ซึ่งเป็นตำแหน่งประจำที่ปฏิบัติงานในช่วงเช้า ข้อมูลเหล่านี้ทำให้สมาชิกทีมเผชิญเหตุสับสน ยากต่อการค้นหาและเข้าช่วยชีวิตพวกเขา
การสืบย้อนไปในช่วงเวลา 15:26น. พบว่าสภาพอากาศปลอดโปร่ง แต่ข้อมูลนี้กลับไม่มีผลต่อการตัดสินใจดำเนินการใดๆ ของหน่วยแกรนิตเมาแท่น บางทีการเปลี่ยนแปลงของกระแสลม (wind shift) (เร่ิมราว 15:50น.) ส่งผลให้ไฟไหลบ่าออกจากแนวเขต หรือเพราะยังมีเวลาพอ กว่าที่ไฟจะลามไปถึงแนวขอบกันไฟทางทิศใต้ (ราว 16:30น.) เป็นไปได้ที่พวกเขาประเมินทิศทางลมก่อนที่มันจะเปลี่ยนทิศทาง
ณ เวลาจำกัดบางช่วง เครื่องบินไม่สามารถใช้การได้ ด้วยสภาพอากาศแปรปรวน และต้องเติมน้ำมัน
ช่วงเวลาที่หน่วยแกรนิตเมาแท่น อยู่ในแนวเขตกันไฟ เครื่องบินดับไฟ (airtanker) ขนาดใหญ่จอดประจำอยู่ ณ สถานี พร้อมที่จะปล่อยสารหน่วงไฟ (retardant) หากได้รับสัญญาณระบุตำแหน่งพวกเขา
การควบคุม ตัดสินใจดำเนินการในเหตุการณ์เป็นไปอย่างสมเหตุผล นักผจญเพลิงปฏิบัติการภายใต้ขอบเขตหน้าที่ตนเอง และเคารพต่อองค์กร ทีมสอบสวนไม่พบว่าละเว้นหรือหย่อนยานต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือดำเนินการใดๆ ที่ขัดต่อนโยบายและระเบียบปฏิบัติ
--//--
รำลึกแด่
Eric S. Marsh, 43 (ผู้บังคับหน่วย)
Jesse James Steed, 36 (ผู้ควบคุมปฏิบัติการ)
Robert E. Caldwell, 23
Travis Clay Carter, 31
Clayton Thomas Whitted, 28
Kevin J. Woyjeck, 21
Andrew Sterling Ashcraft, 29
Dustin James DeFord, 24
Christopher A. MacKenzie, 30
Grant Quinn McKee, 21
Sean M. Misner, 26
Scott Daniel Norris, 28
Wade S. Parker, 22
John J. Percin, Jr., 24
Anthony M. Rose, 23
Joe B. Thurston, 32
Travis Turbyfill, 27
William Howard 'Billy' Warneke, 25
Garret Zuppiger, 27
--
Brendan McDonough, 21 (ผู้รอดชีวิต)
ชาวเมืองเพรสคอตไว้อาลัยต่อการจากไปของสมาชิกหน่วยแกรนิตเมาแท่น ภาพ: Max Whittaker/Prime
หมายเหตุ
anchor point > พื้นที่โล่ง มีเชื้อเพลิงน้อย ไฟลุกลามเข้ามาไม่ได้ มักเป็นจุดเริ่มต้นทำแนวกันไฟ หรือพื้นที่หลบไฟ
black line > พื้นที่ที่เชื้อเพลิงถูกเผาไหม้หมดแล้ว
leadplane > เครื่องบินพร้อมนักบินที่ใช้สำหรับบินเหนือไฟ สำรวจจุดเกิดไฟและภูมิประเทศ เพื่อกำหนดเป้าหมายและแนะนำให้เครื่องบินดับเพลิงทิ้งน้ำได้ถูกจุด
อ้างอิง
Only the Brave Movie, Sony Pictures
Remembering victims of one of the deadliest wildfires in US history
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม