ชนิดแผนภูมิที่มีอยู่ใน Excel
แผนภูมิคอลัมน์
แผนภูมิเส้น
แผนภูมิวงกลมและแผนภูมิโดนัท
แผนภูมิแท่ง
แผนภูมิพื้นที่
แผนภูมิกระจาย
แผนภูมิอื่น
ข้อมูลที่จัดเรียงอยู่ในคอลัมน์หรือแถวในเวิร์กชีตสามารถลงจุดในแผนภูมิคอลัมน์ได้ โดยทั่วไป แผนภูมิคอลัมน์จะแสดงประเภทต่างๆ เป็นแกนแนวนอน และค่าต่างๆ เป็นแกนแนวตั้ง ดังเช่นที่แสดงอยู่ในแผนภูมินี้
คอลัมน์แบบกลุ่ม แผนภูมิคอลัมน์แบบกลุ่มจะแสดงค่าต่างๆ ในคอลัมน์แบบสองมิติ ใช้แผนภูมินี้เมื่อเรามีประเภทต่างๆ ที่บ่งบอกถึง
ช่วงของค่า (ตัวอย่างเช่น จำนวนรายการ เป็นต้น)
การจัดเรียงมาตราส่วนเฉพาะ (ตัวอย่างเช่น มาตราส่วน Likert กับรายการต่างๆ เช่น เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วย ปานกลาง ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง)
ชื่อที่ไม่ได้อยู่ในลำดับเฉพาะใดๆ (ตัวอย่างเช่น ชื่อของรายการ ชื่อทางภูมิศาสตร์ หรือชื่อของบุคคล)
คอลัมน์แบบเรียงซ้อน แผนภูมิคอลัมน์แบบเรียงซ้อนจะแสดงค่าต่างๆ ในคอลัมน์แบบเรียงซ้อนสองมิติ ใช้แผนภูมินี้เมื่อเรามี ชุดข้อมูล หลายชุดและเราต้องการเน้นผลรวมทั้งหมด
คอลัมน์แบบเรียงซ้อน 100% แผนภูมิคอลัมน์แบบเรียงซ้อน 100% แสดงค่าในคอลัมน์สองมิติที่ซ้อนกันอยู่เพื่อแสดงค่า 100% ใช้แผนภูมินี้เมื่อเรามีชุดข้อมูลตั้งแต่สองชุดขึ้นไป และต้องการเน้นผลกระทบต่อผลรวมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผลรวมในแต่ละประเภทเหมือนกัน
ข้อมูลที่จัดเรียงอยู่ในคอลัมน์หรือแถวในเวิร์กชีตสามารถลงจุดในแผนภูมิเส้นได้ ในแผนภูมิเส้น ข้อมูลประเภทต่างๆ จะถูกกระจายอย่างเท่าๆ กันตามแกนแนวนอน และข้อมูลค่าทั้งหมดจะถูกกระจายอย่างเท่าๆ กันตามแกนแนวตั้ง แผนภูมิเส้นสามารถแสดงข้อมูลที่ต่อเนื่องกันบนแกนเวลาที่มีมาตราเท่าๆ กัน ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการแสดงแนวโน้มของข้อมูล ณ ช่วงเวลาที่เท่ากัน เช่น รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปีงบประมาณ
แผนภูมิเส้น และแผนภูมิเส้นแบบมีเครื่องหมาย แผนภูมิเส้นสามารถแสดงแนวโน้มตามช่วงเวลา หรือประเภทที่มีระยะห่างเท่ากัน ซึ่งแสดงโดยมีหรือไม่มีเครื่องหมายเพื่อระบุค่าข้อมูลของแต่ละตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เรามีจุดข้อมูลจำนวนมาก และการจัดเรียงลำดับที่นำเสนอนั้นมีความสำคัญ ถ้ามีประเภทอยู่จำนวนมากหรือมีค่าประมาณ ให้ใช้แผนภูมิเส้นแบบไม่มีเครื่องหมาย
แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน และแผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อนพร้อมเครื่องหมาย แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อนสามารถแสดงแนวโน้มของผลกระทบจากแต่ละค่าตามช่วงเวลา หรือประเภทที่มีระยะห่างเท่ากัน ซึ่งแสดงโดยมีหรือไม่มีเครื่องหมายเพื่อระบุค่าข้อมูลของแต่ละตัว
แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน 100% และแผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน 100% พร้อมเครื่องหมาย แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน 100% สามารถแสดงแนวโน้มของผลกระทบเป็นเปอร์เซ็นต์ จากแต่ละค่าตามช่วงเวลา หรือประเภทที่มีระยะห่างเท่ากัน ซึ่งแสดงโดยมีหรือไม่มีเครื่องหมายเพื่อระบุค่าข้อมูลของแต่ละตัว ถ้ามีประเภทอยู่จำนวนมากหรือค่าเป็นแบบประมาณ ให้ใช้แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อน 100% แบบไม่มีเครื่องหมาย
หมายเหตุ:
แผนภูมิเส้นจะทำงานได้ดีเมื่อเรามีชุดข้อมูลหลายชุดในแผนภูมิของเรา ถ้าเรามีเพียงชุดข้อมูลชุดเดียว ให้พิจารณาใช้งานแผนภูมิกระจายแทน
แผนภูมิเส้นแบบเรียงซ้อนจะเพิ่มข้อมูล ซึ่งอาจไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เราต้องการ อาจไม่ใช่เรื่องง่ายในการดูว่าเส้นนั้นเรียงซ้อนกันอยู่ ดังนั้นให้พิจารณาใช้แผนภูมิเส้นชนิดอื่น หรือใช้แผนภูมิพื้นที่แบบเรียงซ้อนแทน
ข้อมูลที่จัดเรียงอยู่ในหนึ่งคอลัมน์หรือในหนึ่งแถวในเวิร์กชีตสามารถลงจุดในแผนภูมิวงกลมได้ แผนภูมิวงกลมจะแสดงขนาดของรายการใน ชุดข้อมูล หนึ่งชุดตามสัดส่วนของผลรวมของรายการ จุดข้อมูล ในแผนภูมิวงกลมจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ของแผนภูมิวงกลมทั้งหมด
ให้พิจารณาใช้แผนภูมิวงกลมในกรณีดังนี้
เรามีชุดข้อมูลเพียงหนึ่งชุด
ไม่มีค่าใดในข้อมูลของเราเป็นค่าลบ
แทบไม่มีค่าใดในข้อมูลของเราเป็นค่าศูนย์
เรามีประเภทต่างๆ ไม่เกินเจ็ดประเภท ซึ่งทั้งหมดนี้จะบ่งบอกถึงส่วนต่างๆ ของแผนภูมิวงกลมทั้งหมด
แผนภูมิวงกลม แผนภูมิวงกลมจะแสดงผลกระทบของแต่ละค่าต่อผลรวมในรูปแบบสองมิติ
ข้อมูลที่จัดเรียงอยู่ในคอลัมน์หรือแถวเฉพาะในเวิร์กชีตสามารถลงจุดในแผนภูมิโดนัทได้ แผนภูมิโดนัทจะแสดงความสัมพันธ์ของส่วนต่างๆ ต่อส่วนทั้งหมดเหมือนกับแผนภูมิวงกลม แต่แผนภูมินี้สามารถมี ชุดข้อมูล ได้มากกว่าหนึ่งชุดข้อมูล
แผนภูมิโดนัท แผนภูมิโดนัทจะแสดงข้อมูลเป็นวงแหวน ซึ่งแต่ละวงแหวนจะบ่งบอกถึงชุดข้อมูล ถ้าเปอร์เซ็นต์ถูกแสดงอยู่ในป้ายชื่อข้อมูล แต่ละวงแหวนจะมีผลรวมทั้งหมดเป็น 100%
หมายเหตุ: แผนภูมิโดนัทเป็นแผนภูมิที่อ่านได้ไม่ง่ายนัก เราอาจต้องการใช้คอลัมน์แบบเรียงซ้อนหรือแผนภูมิแท่งแบบเรียงซ้อนแทน
ข้อมูลที่จัดเรียงอยู่ในคอลัมน์หรือแถวในเวิร์กชีตสามารถลงจุดในแผนภูมิแท่งได้ แผนภูมิแท่งแสดงการเปรียบเทียบระหว่างรายการแต่ระรายการ โดยทั่วไปในแผนภูมิแท่ง ประเภทต่างๆ จะถูกจัดอยู่ในแกนแนวตั้ง และค่าต่างๆ จะอยู่ในแกนแนวนอน
พิจารณาใช้แผนภูมิแท่งในกรณีดังนี้
ป้ายชื่อแกนมีความยาว
ค่าที่แสดงนั้นเป็นระยะเวลา
แผนภูมิแบบกลุ่ม แผนภูมิแท่งแบบกลุ่มจะแสดงแท่งเป็นแบบสองมิติ
แผนภูมิแท่งแบบเรียงซ้อน แผนภูมิแท่งแบบเรียงซ้อนจะแสดงความสัมพันธ์ของรายการแต่ละรายการต่อข้อมูลทั้งหมดในรูปแบบแท่งสองมิติ
แผนภูมิแบบเรียงซ้อน 100% แผนภูมิแท่งแบบเรียงซ้อน 100% จะแสดงแท่งในรูปแบบสองมิติที่เปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์ที่แต่ละค่ามีผลกระทบต่อผลรวมทั้งหมดระหว่างประเภทต่างๆ
ข้อมูลที่จัดเรียงอยู่ในคอลัมน์หรือแถวในเวิร์กชีตสามารถลงจุดในแผนภูมิพื้นที่ได้ สามารถใช้แผนภูมิพื้นที่เพื่อลงจุดการเปลี่ยนแปลงตามเวลา และดึงความสนใจไปยังค่าผลรวมภายในแนวโน้มได้ โดยการแสดงผลรวมของค่าที่ลงจุด แผนภูมิพื้นที่ยังแสดงความสัมพันธ์ของส่วนต่างๆ ต่อส่วนทั้งหมดอีกด้วย
แผนภูมิพื้นที่ แสดงในรูปแบบสองมิติ แผนภูมิพื้นที่แสดงแนวโน้มของค่าตามช่วงเวลา หรือข้อมูลประเภทอื่น ตามกฎแล้ว ให้พิจารณาใช้แผนภูมิเส้นแทนแผนภูมิพื้นที่แบบไม่เรียงซ้อน เนื่องจากข้อมูลจากชุดข้อมูลเดียวสามารถซ่อนอยู่หลังข้อมูลจากชุดข้อมูลอื่นได้
แผนภูมิพื้นที่แบบเรียงซ้อน แผนภูมิพื้นที่แบบเรียงซ้อนจะแสดงแนวโน้มผลกระทบของแต่ละค่าบนแกนเวลา หรือแกนข้อมูลประเภทอื่นๆ ในรูปแบบสองมิติ
แผนภูมิแบบเรียงซ้อน 100% แผนภูมิพื้นที่แบบเรียงซ้อน 100% จะแสดงแนวโน้มของเปอร์เซ็นต์ที่แต่ละค่ามีผลกระทบบนแกนเวลา หรือข้อมูลประเภทอื่นๆ
>
ข้อมูลที่จัดเรียงอยู่ในคอลัมน์หรือแถวในเวิร์กชีตสามารถลงจุดในแผนภูมิกระจายได้ ใส่ค่า x ในหนึ่งแถวหรือหนึ่งคอลัมน์ แล้วใส่ค่า y ที่สอดคล้องกันในแถวหรือคอลัมน์ที่อยู่ติดกัน
แผนภูมิกระจายมีแกนค่าสองแกน คือ แกนค่าแนวนอน (x) และแกนค่าแนวตั้ง (y) แผนภูมิจะรวมค่า x และ y ลงในจุดข้อมูลเดียว และจะแสดงค่าในช่วงเวลาที่ไม่สม่ำเสมอกัน หรือแสดงเป็นกลุ่ม โดยทั่วไป แผนภูมิกระจายจะใช้สำหรับการแสดงและการเปรียบเทียบค่าตัวเลข ได้แก่ ค่าเชิงวิทยาศาสตร์ ค่าทางสถิติ และข้อมูลทางวิศวกรรม
พิจารณาการใช้แผนภูมิกระจายในกรณีดังนี้
เราต้องการเปลี่ยนมาตราส่วนของแกนนอน
เราต้องการใช้แกนนั้นเป็นมาตราส่วนลอการิทึม
ค่าในแกนนอนมีระยะห่างระหว่างค่าที่ไม่สม่ำเสมอ
จุดข้อมูลในแกนนอนมีจำนวนมาก
เราต้องการปรับมาตราส่วนแกนอิสระของแผนภูมิกระจายเพื่อแสดงรายละเอียดที่เกี่ยวกับข้อมูลมากยิ่งขึ้น รวมถึงคู่หรือชุดกลุ่มของค่าต่างๆ
เราต้องการแสดงความคล้ายคลึงกันระหว่างชุดของข้อมูลชุดใหญ่ แทนที่จะแสดงความแตกต่างระหว่างจุดข้อมูล
เราต้องการเปรียบเทียบจุดข้อมูลจำนวนมากโดยไม่คำนึงถึงเวลา ยิ่งข้อมูลที่เรารวมไว้ในแผนภูมิกระจายมีมากเท่าใด เราจะสามารถทำการเปรียบเทียบได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น
แผนภูมิกระจาย แผนภูมินี้จะแสดงจุดข้อมูลโดยไม่มีการเชื่อมโยงเส้นเพื่อเปรียบเทียบคู่ของค่าต่างๆ
แผนภูมิกระจายที่มีเส้นเรียบและเครื่องหมาย และแผนภูมิกระจายที่มีเส้นเรียบ แผนภูมินี้จะแสดงเส้นโค้งเรียบซึ่งลากเชื่อมจุดข้อมูลเข้าด้วยกัน เส้นเรียบนี้สามารถแสดงแบบมีเครื่องหมายหรือไม่มีก็ได้ ใช้เส้นเรียบแบบไม่มีเครื่องหมาย ถ้ามีจุดข้อมูลจำนวนมาก
แผนภูมิกระจายที่มีเส้นตรงและเครื่องหมาย และแผนภูมิกระจายที่มีเส้นตรง แผนภูมินี้จะแสดงเส้นตรงเชื่อมต่อระหว่างจุดข้อมูล เส้นตรงสามารถแสดงแบบมีเครื่องหมายหรือไม่มีก็ได้
ข้อมูลที่จัดเรียงอยู่ในคอลัมน์หรือแถวในเวิร์กชีตสามารถลงจุดในแผนภูมิเรดาร์ได้ แผนภูมิเรดาร์จะเปรียบเทียบค่ารวมของ ชุดข้อมูล หลายชุด
แผนภูมิเรดาร์ และแผนภูมิเรดาร์ที่มีเครื่องหมาย แผนภูมิเรดาร์แสดงการเปลี่ยนแปลงของแต่ละค่าที่สัมพันธ์กับจุดกึ่งกลาง โดยมีหรือไม่มีเครื่องหมายสำหรับจุดข้อมูลแต่ละจุดก็ได้
แผนภูมิเรดาร์แบบเติมสี ในแผนภูมิเรดาร์แบบเติมสี พื้นที่ซึ่งครอบคลุมโดยชุดข้อมูลชุดหนึ่งจะถูกเติมด้วยสีเดียวกันสีหนึ่ง