ประจำปีงบประมาณ 2569
โรงเรียนโนนสังวิทยาคาร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เลย หนองบัวลำภู
ประจำปีงบประมาณ 2569
โรงเรียนโนนสังวิทยาคาร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เลย หนองบัวลำภู
นางโชติมา หล้ามาชน
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
👉ด้านที่ 1 การจัดการเรียนรู้
👉ด้านที่ 2 ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
👉ด้านที่ 3 ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ประเด็นท้าทาย เรื่อง “การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Active Learning กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย"
สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้ โรงเรียนโนนสังวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เลย-หนองบัวลำภู เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีจำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งสิ้น ๖๙ คน มีนักเรียนจำนวน ๑,๑๑๗ คน โรงเรียนมีลักษณะสภาพแวดล้อมที่อยู่ในตัวเมือง ผู้ปกครองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา นักเรียนส่วนใหญ่ของโรงเรียนมีฐานะยากจน ปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกิดจากสภาพครอบครัวแตกแยกและฐานะยากจน ในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ในปีที่ผ่านมา พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นอกจากนี้จากการตรวจผลงานนักเรียนเรื่อง การอ่านอย่างมีวารณญาณ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่อ่านยังไม่คล่องเท่าที่ควร และจากการสังเกตระหว่างการจัดการเรียนรู้พบว่านักเรียนขาดทักษะการคิดขั้นสูง เมื่ออ่านจบแล้วได้แก่ การอ่านคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อ่านและคิดอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้นักเรียนยังขาดทักษะในการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ ๒๑ นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังได้สอบถามและสัมภาษณ์ครูผู้สอนท่านอื่นในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พบว่าครูทุกท่านได้กล่าวไปในทำนองเดียวกันว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ เนื่องจากนักเรียนขาดทักษะการอ่าน และคิดอย่างมีวิจารณญาณ ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ยังไม่กระตุ้นหรือเร้าใจให้นักเรียนได้ดีพอ ไม่มีเทคนิควิธีการใหม่ ๆ มาสอน ส่วนใหญ่เป็นการสอนแบบบรรยาย และไม่ใช้สื่อ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีมาใช้กับการสอน ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ข้าพเจ้าได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลในตำรา เอกสาร หนังสือ และงานวิจัยต่าง ๆ พบว่าการสอนในศตวรรษ ที่ ๒๑ นั้น มีกลวิธีหรือรูปแบบการสอนที่หลากหลายที่สามารถนำมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทย ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังส่งเสริมทักษะกระบวนการอ่าน การคิดให้แก่ผู้เรียน ผู้เรียน ดังนั้นข้าพเจ้าในฐานะผู้สอนรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ในภาคการศึกษาที่ ๒/๒๕๖๘ และภาคการศึกษาที่ ๑/๒๕๖๙ จึงมีความมุ่งมั่น ริเริ่มพัฒนา โดยการนำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ คือ การจัดการ เรียนรู้แบบ Active Learning มาใช้ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ สูงขึ้น
กำหนดขั้นตอนในการดำเนินการศึกษาเอกสาร ตำรา งานวิจัย และวิเคราะห์หลักสูตร กำหนดวิธีสอน และจัดทำเครื่องมือ นำเสนอผู้เชี่ยวชาญ ปรับปรุงแก้ไข หาประสิทธิภาพของเครื่องมือ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ Active Learning สรุปผลการพัฒนาและเผยแพร่ผลงาน ประเมินความพึงพอใจ
๓.๑ เชิงปริมาณ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ที่เรียนรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน
ในภาคการศึกษาที่ ๒ การศึกษา ๒๕๖๘ จำนวน ๕ ห้อง รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด ๑๕๓ คน มีผลลัพธ์ในการเรียนรู้ ดังนี้
๑) นักเรียนจำนวนร้อยละ ๘๐ ผ่านเกณฑ์การทดสอบด้วยแบบทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เรื่อง รู้การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป
๒) นักเรียนร้อยละ ๑๐๐ มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ
การสอน Active Learning มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ มาก ขึ้นไป
๓.๒ เชิงคุณภาพ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ที่เรียนรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน
ในภาคการศึกษาที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ จำนวน ๕ ห้อง รวมจำนวน นักเรียนทั้งหมด ๑๕๓ คน มีความรู้(Knowledge) สมรรถนะ (Competency) และเจคติที่ดี (Attribute) ในเรื่อง การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
นอกจากนี้ยังได้ฝึกทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ คือทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สามารถนำ
องค์ความรู้ สมรรถนะและทักษะดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ของตนเองในชีวิตประจำวัน และเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ในขั้นสูงต่อไป