โอทานิ โชเฮย์ กับกระดาษ 1 แผ่น ที่เปลี่ยนชีวิตเขา…
จากเด็ก ม.4 ธรรมดา → สู่นักเบสบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลก
โอทานิ โชเฮย์ กับกระดาษ 1 แผ่น ที่เปลี่ยนชีวิตเขา…
จากเด็ก ม.4 ธรรมดา → สู่นักเบสบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลก
โอทานิ โชเฮย์ กับกระดาษ 1 แผ่น ที่เปลี่ยนชีวิตเขา…
จากเด็ก ม.4 ธรรมดา → สู่นักเบสบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลก
(Mandala Chart with Ohtani Shohei)
วันนี้ผมอยากพูดถึงชายคนหนึ่ง
ที่นอกจากจะเป็นยอดนักกีฬา
ยังเป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กญี่ปุ่น
และคนทำงานได้ไม่น้อยกว่า CEO ระดับโลก
.
เขาชื่อว่า โอทานิ โชเฮย์
ปัจจุบันอายุแค่ 30 ปี แต่ผ่านทั้ง MLB (เมเจอลีกเบสบอลในอเมริกา) , WBC (เบสบอลเวิลด์คลาสสิค) และเซ็นสัญญากับ Dodgers ด้วยค่าตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
แต่รู้ไหมครับ…จุดเริ่มต้นของเขา ไม่ใช่แค่ฝึกหนัก
แต่คือ “แผนกระดาษ 1 แผ่น” ที่เขียนตั้งแต่อายุ 16 ปี
.
ย้อนกลับไปวันที่ 6 ธันวาคม 2010
ตอนนั้นโอทานิ โชเฮย์ เป็นแค่นักเรียน ม.4
เขียน Mandala Chart ใส่กระดาษหนึ่งแผ่นด้วยลายมือตัวเอง
ตรงกลางเขียนว่า
“ได้รับการดราฟต์อันดับ 1 จาก 8 ทีม”
*ความหมายคือ จะเป็นนักเบสบอลที่ถูกเลือกเป็นลำดับที่ 1 ในการดราฟต์ (Draft) จากทั้ง 8 ทีมในลีกเบสบอลอาชีพ (NPB) ของญี่ปุ่นพร้อมกัน”ซึ่งถือเป็นการตั้งเป้าสูงมาก แต่เป้าหมายนั้นทำให้เขาพัฒนาอย่างมีระบบ
.
จากนั้นเขาแบ่งกรอบรอบ ๆ เป้าหมายกลางออกเป็น 8 ช่อง
แต่ละช่องคือลักษณะที่เขาต้องพัฒนาให้ได้ เช่น
1.การสร้างร่างกาย 体づくり
2.บุคลิกภาพ 人間性
3.ด้านจิตใจ メンタル
4.ควบคุมบอล コントロール
5.ความเร็วスピード 160km/h
6.ความเฉียบคมของลูกขว้าง キレ
7.ลูกโค้ง 変化球
8.โชค 運
ที่น่าทึ่งคือ…
ทุกหัวข้อรองเหล่านั้น
เขาแตกย่อยออกมาเป็น “รายการที่ต้องลงมือทำ”
อีกอย่างละ 8 รายการ รวมเป็น 64 รายการ
เช่น ในหมวด “โชค 運”
เขาเขียนไว้ว่า
-ทักทายให้ดี
-เก็บขยะ
-ทำความสะอาดห้อง
-วางตัวกับกรรมการให้ดี
-อ่านหนังสือ
-เป็นคนที่คนอื่นอยากเชียร์
-คิดบวก
-ใช้อุปกรณ์อย่างทะนุถนอม
อ่านแล้วผมนิ่งไปเลยครับ…
มันคือความตั้งใจในระดับที่ละเอียดที่สุด
และเขาทำมันตั้งแต่ยังอยู่ชั้น ม.4
(เทพมากจริงๆ)
———-
🟡Mandala Chart คืออะไร?
Mandala Chart ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ
แต่มันคือระบบคิดจากพุทธศาสนา ที่แสดงให้เห็นว่า
ทุกเป้าหมายใหญ่เกิดจากความสัมพันธ์
ขององค์ประกอบเล็ก ๆ
มันถูกดัดแปลงให้เป็นเครื่องมือวางแผนชีวิต
โดยคุณ Matsumura Yasui 松村寧雄 ในปี 1987
ใช้ง่ายมากครับ
แค่…
1.วางเป้าหมายหลักไว้ตรงกลาง (1 ช่อง)
2.ล้อมรอบด้วย 8 หัวข้อย่อย (รวมเป็น 9 ช่องตรงกลาง)
3.ขยายจากแต่ละช่องย่อยออกเป็นอีก 8 ช่อง
(รวมเป็น 81 ช่อง)
ผลที่ได้คือ
“เป้าหมายใหญ่” จะถูกย่อยเป็น “เป้าหมายรอง 8 หัวข้อ”
และแตกออกเป็น “เป้าหมายย่อย 64 ข้อ”
ที่ชัดเจน ลงมือทำได้ และตรวจสอบได้
⸻
🟡แล้วทำไม Mandala Chart ถึงมีพลัง?
เพราะมันทำให้เรา “เลิกฝันแบบลอย ๆ”
แล้ว “เห็นภาพว่าต้องทำอะไรในแต่ละวัน” เพื่อไปถึงจุดนั้น
เช่น ถ้าเป้าหมายของเราคือ “ยอดขายอันดับ 1 ในทีม”
เราก็จะแตกออกเป็น 8 หัวข้อ เช่น การวางแผน, การฟังลูกค้า, การ follow up
และลงมือเขียนว่าในแต่ละหมวด…ต้องทำอะไรบ้าง
นี่ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่บริษัทญี่ปุ่นใช้กันจริง
โดยเฉพาะในช่วงอบรมพนักงานใหม่
หรือเวลาตั้งเป้าหมายประจำปี
.
บริษัทเล็ก ๆ หลายบริษัท
ตั้งใจให้พนักงานเขียน Mandala Chart ทุกปี
เพื่อฝึกให้ทุกคน “คิดอย่างมีโครงสร้าง”
และ “ลงมือทำอย่างมีทิศทาง”
———
🟡 ใช้ได้ในชีวิตจริงแบบไหน?
Mandala Chart ใช้ได้ทั้ง
1.แก้ปัญหาในองค์กร
2.ระดมไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่
3.เขียน TODO list รายวัน
4.พัฒนาแนวคิดแบรนด์
5.วางแผนการเงินส่วนตัว
ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ
แค่คุณมี “ความฝัน”ก็เริ่มต้นได้แล้ว
🟡 สำหรับใครที่สนใจเริ่มเค้าแนะนำแบบนี้
1.เป้าหมายต้องเหมาะสม ไม่เวอร์จนทำไม่ได้
2.ต้องใส่ “กรอบเวลา” ให้ชัดเจน
3.พยายามกรอกให้ครบ 81 ช่อง — เพราะการคิดจะพาไอเดียใหม่มา
4.ที่สำคัญที่สุดคือ “ทำ” และ “ทบทวน” อย่างสม่ำเสมอ
⸻
โอทานิใช้แผ่นนี้ตอนอายุ 16 และมันกลายเป็นเส้นทางที่เขาเดินจนถึงนักเบสบอลมืออาชีพที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ปัจจุบันเขาเป็น Brand Ambassador ของ Hugo Boss, พรีเซนเตอร์หลักให้ Porsche Japan ในแคมเปญ “Porsche Driving Athlete”
พรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์อีกหลายสิบแห่ง เช่น
นาฬิกา Seiko, เครื่องสำอาง Kose (Cosme Decorte), เครื่องดื่ม Ito En, ธนาคาร Mitsubishi UFJ,Japan Airlines, New Balance ฯลฯ
(นี่ึืคือตัวท็อปของญี่ปุ่นจริงๆ นะ)
.
หากคุณคิดว่าเป้าหมายใหญ่…น่าจะไปไม่ถึง
ก็ให้เริ่มจากอะไรเล็ก ๆ
การจะวิ่ง 10 กิโล
คุณต้องเริ่มจาก “ลุกจากเก้าอี้” ให้ได้ก่อน
.
ถ้าอยากทำอะไรใหม่ๆ
ลองหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง
แล้วเขียนเป้าหมายของคุณตรงกลาง
แตกออกเป็น 8 หัวข้อ
แตกย่อยแต่ละข้อออกอีก 8 สิ่งที่ต้องทำ
คุณไม่ต้องเก่ง
แค่ “ชัด” และ “ทำซ้ำ”
แล้ววันหนึ่ง…เป้าหมายของคุณจะเดินมาหาเอง
Boom JapanSalaryman