ชื่อ นางสาริศา นามสกุล ดวงจันทา
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
บรรจุตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 3 วันที่ 7 กรกฏาคม 2547
ปัจจุบันตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนนางรอง
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 17 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค33201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผู้บำเพ็ญประโยชน์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชุมนุม คณิตศิลป์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการเรียนการสอน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำสื่อนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำสารสนเทศในชั้นเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การมีส่วนรวมในชุมชนการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์
ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่งานแนะแนว จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่งานห้องเรียนพิเศษ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรม.................. จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากสภาพปัญหาในการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า นักเรียนยังขาดความสามารถในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่อง แคลคูลัสเบื้องต้น ยังไม่บรรลุจุดประสงค์ที่กำหนด ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดไว้ จากปัญหาข้างต้น จึงได้นำเครื่องมือที่จะช่วยเสริมสร้างให้นักเรียนมีผลการเรียนบรรลุตามเป้าหมายของสถานศึกษา คือ การใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง ซึ่งเป็นเนื้อหาหนึ่งในเรื่องแคลคูลัสเบื้องต้นเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนได้ดีขึ้น จดจำเนื้อหาได้คงทน ได้ฝึกทักษะอย่างเป็นระบบและฝึกฝนให้ชำนาญ ทราบความก้าวหน้าและสามารถทบทวนความรู้ได้ด้วยตนเอง รวมทั้งใช้รูปแบบการสอนแนะให้รู้คิด (Cognitively Guided Instruction: CGI) ซึ่งเป็นรูปแบบการสอนคณิตศาสตร์รูปแบบหนึ่งที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน เป็นการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนเกี่ยวกับองค์ความรู้และทักษะพื้นฐานในการแก้ปัญหา โดยอยู่บนพื้นฐานปรัชญาที่ว่า ความรู้และความเชื่อของครูที่เกิดจากการทําความเข้าใจการคิดเชิงคณิตศาสตร์ของนักเรียน แล้วนํามาพิจารณาใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ มีผลต่อการคิดของนักเรียน และการเรียนคณิตศาสตร์ได้ดีที่สุดต้องเรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหา และการเรียนการสอนต้องเกิดจากความรู้ของผู้เรียน และให้ความสําคัญกับการคิดการแก้ปัญหาด้วยตัวของผู้เรียนเอง โดยมีผู้สอนเป็นผู้สนับสนุนและเอื้ออํานวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้กระบวนการต่างๆ ที่นําไปสู่คําถามเพื่อการแก้ปัญหา เป็นการเรียนรู้ที่มีการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทํางานเป็นกลุ่ม มีโอกาสนําเสนอความคิดของตนเอง ร่วมกันอภิปราย ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงความรู้เดิมของผู้เรียนให้สัมพันธ์และสอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น ครูผู้สอนจึงจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานประเด็นท้าท้าย โดยการสร้างแบบฝึกทักษะเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง ร่วมกับรูปแบบการสอนแนะให้รู้คิด (CGI) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
ออกแบบและสร้างแบบฝึกทักษะเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง ร่วมกับรูปแบบการสอนแนะให้รู้คิด (CGI) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนนางรอง ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 ในเรื่องของ มาตรฐานการเรียน และตัวชี้วัด ของเนื้อหา เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง
2.2 จัดทำโครงร่างของเนื้อหาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง
2.3 ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา พร้อมทั้งขอข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุง แก้ไข
2.4 ครูผู้สอนนำแบบฝึกทักษะมาปรับปรุง แก้ไข
2.5 นำแบบฝึกทักษะไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เคยเรียนเนื้อหา เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง และให้นักเรียนเสนอแนะข้อคิดเห็น เพื่อปรับปรุง แก้ไข หรือนักเรียนมีความสับสนในข้อความใด ให้ดำเนินการปรับภาษาให้เข้าใจง่ายขึ้น
2.6 นำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง จัดกิจกรรมการเรียนรู้ กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ทั้งในรูปแบบ ONLINE หรือ ONSITE โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบท
2.7 บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียน ที่เกิดขึ้นจากการกิจกรรมการเรียนรู้ และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบเป็นระยะ หากมีนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในเรื่องใด ให้ใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน และการสอนซ่อมเสริม เพื่อให้ผู้เรียนมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนนางรอง จำนวน 2 ห้องเรียน ได้รับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนทดสอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม คิดเป็นร้อยละ 70 ของนักเรียนทั้งหมด มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง ร่วมกับรูปแบบการสอนแนะให้รู้คิด (CGI) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากขึ้นไป
3.2 เชิงคุณภาพ
- ผู้เรียนมีสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- มีแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เส้นสัมผัสเส้นโค้ง ร่วมกับรูปแบบการสอนแนะให้รู้คิด (CGI) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เป็นแบบอย่างและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับรายวิชาอื่นได้