ข้อมูลทั่วไปของผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
ข้อมูลทั่วไปของผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
องค์ประกอบที่ 1 ประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้
ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงที่ใช้ในการพัฒนางานตามตำเเหน่งมาตรฐาน
งานปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ระดับการปฏิบัติ "ริเริ่ม พัฒนา"
(Originate & Improve)
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้
แบบบันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน PA ชำนาญการพิเศษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 PA 1/ส
แบบบันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน PA ชำนาญการพิเศษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ด้านที่ 2 ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านที่ 3 ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
ประเด็นท้าทาย
การริเริ่มพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน โดยการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนแม่จันวิทยาคม
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้ และปัญหาของผู้เรียน
ในสภาวการณ์ปัจจุบัน มีการพัฒนาสื่อต่าง ๆ ออกมาอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีทั้งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนในยุคปัจจุบันที่สามารถเข้าถึงสื่อต่าง ๆ นั้นได้โดยง่าย หากผู้เรียนขาดทักษะในการคิด อย่างมีวิจารณญาณ อาจหลงเชื่อข้อมูลจากสื่อที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ได้ ซึ่งพบเห็นปัญหาดังกล่าวได้โดยทั่วไป ซึ่งการเรียนการสอนที่เน้นพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ในปัจจุบันนั้น จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
ผู้จัดทำข้อตกลงเป็นครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยจึงได้ศึกษาข้อมูล วิเคราะห์และสังเคราะห์ปัญหาที่พบในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทย ท21102 จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา 2565 - 2566 แล้วทั้งในระดับชั้นเรียน ระดับรายวิชา ระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับสถานศึกษาและระดับชาติ พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เฉพาะตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณภาพรวมอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นปัญหาจากสภาวการณ์ทั่วไปในปัจจุบันข้างต้นนั้น
เพื่อให้การเรียนการสอนภาษาไทย ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคุณภาพตรงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรสถานศึกษา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมถึงสมรรถนะการคิดและสมรรถนะในการใช้ทักษะชีวิตของผู้เรียน ผู้จัดทำข้อตกลง จึงขอเสนอประเด็นท้าทายในการแก้ไขปัญหาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน โดยการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมถึงสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนดังที่กล่าวมาเพิ่มสูงขึ้น และผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์ตัวชี้วัดช่วงชั้นตามสาระที่เกี่ยวข้อง สาระการเรียนรู้แกนกลาง มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนแม่จันวิทยาคม ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 ในขอบเขตของเนื้อหารายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
2.2 ออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (ACTIVE LEARNING) ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แล้วจัดทำ 1) หน่วยการเรียนรู้บูรณาการ 2) แผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักการที่จะพัฒนาผู้เรียน 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนแม่จันวิทยาคม และรวมถึงสื่อการเรียนรู้และเครื่องมือที่จะใช้ในการวัด ทดสอบ และสำรวจความพึงพอใจที่มีต่อการเรียน
2.3 จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องเชิงเนื้อหาและจุดประสงค์การเรียนรู้ที่เป็นเป้าหมายการพัฒนาด้านเนื้อหา ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านสื่อการเรียนรู้ที่เป็นนวัตกรรม และเครื่องมือการวัดและประเมินผล พร้อมทั้งรับข้อเสนอแนะจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นำมาพัฒนาและปรับปรุงให้เกิดความสมบูรณ์แล้วนำไปทดลองใช้ จากนั้นนำผลการทดลองใช้ดังกล่าวมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อศึกษาผลการใช้ ผลกระทบ จุดเด่น และจุดด้อย จากนั้นจึงปรับปรุงและนำไปใช้จริง
2.4 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่วางแผนไว้ กับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใน 5 รูปแบบ On line, On Site, On Air, On Hand และ On School Line แล้วแต่กรณี โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียนตามสถานการณ์ปัจจุบัน เน้นฝึกให้นักเรียนปฏิบัติตามกระบวนการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดให้เกิดเป็นระบบสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองและนำไปใช้ประโยชน์ได้
2.5 บันทึกผลการเรียนรู้ สรุปผลการวัดและประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน จัดทำสารสนเทศข้อมูลดังกล่าว แล้วแจ้งให้ผู้เรียนทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป กรณีผู้เรียนไม่ผ่าน จะมีการดำเนินการพัฒนาหรือซ่อมเสริมในส่วนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 100
2.6 ประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยผู้เรียน และสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้วแต่กรณี เพื่อนำผลที่ได้นั้นมาพัฒนา ปรับปรุง หรือแก้ไข การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือสื่อการเรียนการสอนให้สมบูรณ์และมีคุณภาพสูงมากขึ้น
2.7 เขียนรายงานสรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการจัดการความรู้เสนอผู้อำนวยการสถานศึกษาและเผยแพร่สู่สาธารณะเป็นการบริการวิชาการความรู้สู่ชุมชน
3. ผลลัพธ์ในการพัฒนาที่คาดหวัง
ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ผู้จัดทำข้อตกลงมีความคาดหวังต่อผลลัพธ์การพัฒนาทั้งด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะของผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีหรือมีพัฒนาการมากขึ้น เมื่อผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติผ่านกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนแม่จันวิทยาคม ซึ่งถูกออกแบบมาให้เกิดกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (ACTIVE LEARNING) ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
3.1 เชิงปริมาณ
3.1.1 ร้อยละ 100 ของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทย ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลความรู้ด้านทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
3.1.2 ร้อยละ 60 ของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทย ได้รับการแก้ปัญหาด้านทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
3.1.3 ร้อยละ 60 ของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทยสามารถนำทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณไปใช้ในการแก้ปัญหาสถานการณ์ที่กำหนดได้
3.1.4 ร้อยละ 60 ของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในตัวชี้วัดตามหลักสูตรด้านทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในระดับดีเลิศ
3.1.5 ร้อยละ 60 ของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทย มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร (ความสามารถในการคิด/ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต) ในระดับดีเลิศ
3.2 เชิงคุณภาพ
3.2.1 ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทย มีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
3.2.2 ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทย มีเจตคติที่ดีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยที่เน้นการพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
3.2.3 ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร
3.2.4 ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทย สามารถนำทักษะ การคิดอย่างมีวิจารณญาณไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
ตัวชี้วัด
4.1 ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2/2566 (ห้องเรียน 2, 4, 5 , และ 6) และ ปีการศึกษา 1/2567 (ห้องเรียน 2, 4, 6, 8, และ 10) ร้อยละ 100 ที่เรียนรายวิชาภาษาไทย ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลความรู้ด้านทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
4.2 ผู้เรียน ร้อยละ 60 ได้รับการแก้ปัญหาด้านทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับการซ่อมเสริมและปรับปรุงให้ดีขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์
4.3 ผู้เรียน ร้อยละ 60 สามารถนำทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณไปใช้ในการแก้ปัญหาสถานการณ์ที่กำหนดได้
4.4 ผู้เรียน ร้อยละ 60 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในตัวชี้วัดตามหลักสูตรด้านทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในระดับดีเลิศ
4.5 ผู้เรียน ร้อยละ 60 มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร (ความสามารถในการคิด/ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต) ในระดับดีเลิศ และสามารถประยุกต์ทักษะการเขียนไปใช้ในการสื่อสารให้ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาไทยและเชื่อมโยงองค์ความรู้ในการพัฒนาทักษะทางภาษาได้ในชีวิตประจำวัน
ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ตามประเด็นท้าทาย
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้
1) ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทักษะการเขียน การวิเคราะห์ และสามารถนำทักษะการเขียนไปใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ อาจสังเกตได้จากการที่ผู้เรียนฝึกการเขียนจดหมายถึงเพื่อน ชวนให้เพื่อนมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงราย โดยพรรณนาถึงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว รวมถึง ผู้เรียนรู้จักการตีความหมายจากการเล่นเกม แสดงออกด้านความสามารถของตนเองผ่านใบงาน (การระบายสี) หรือจากใบงานที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมในวิชา ซึ่งจากการเรียนรู้ในรูปแบบ Active Learning จากการเล่นเกม ที่ครูให้คละกลุ่มกัน ทำให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์การเรียนรู้ร่วมกันในห้องมากยิ่งขึ้น ผู้เรียนมีความสนุกสนานในการทำกิจกรรมร่วมกัน
2) ผู้เรียนได้รับการแก้ปัญหาการขาดทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน โดยการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ด้วย "เกมเศรษฐี"
ด้านที่ 2 ด้านการส่งเสริมเเละสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
1) ผู้เรียนได้รับการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลจากใบงานที่ครูให้ และภายในชั้นเรียนมีการจัดกิจกรรมในห้องเรียนด้วย คือ การแข่งขันระบายสีภาพการ์ตูน เนื่องในวันสุนทรภู่ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เรียนมาก และเป็นการเกริ่นนำเข้าสู่บทเรียนวรรณคดี เรื่อง นิราศภูเขาทอง ด้วย ซึ่งเป็นการสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้ผู้เรียนอยากทราบต่อไปว่าบุคคลท่านนี้ มีผลงานด้านใดบ้าง
2) ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกัน (Active Learning) โดยแบ่งกลุ่ม เล่นเกมร่วมกัน ผู้เรียนมีความพยายามช่วยกันคิดช่วยกันตอบคำถาม ตลอดจนการแบ่งหน้าที่กันในการทำงานกลุ่ม ช่วยกันระดมความคิด เขียนใบงาน และนำเสนองานหน้าชั้นเรียน เป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนมีความกล้าแสดงออก และมีทักษะในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น
ด้านที่ 3 ด้านการพัฒนาตนเองเเละวิชาชีพ
1) ผู้เรียนได้รับการแก้ไขปัญหาการขาดทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน โดยการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ด้วย "เกมเศรษฐี" ตามที่ครูออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2) ครูผู้สอนเข้าร่วมการพัฒนาตนเอง และการเข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การแก้ปัญหาของผู้เรียน โดยใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพมาเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อช่วยในการแก้ปัญหาของผู้เรียน
องค์ประกอบที่ 2 การมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา
การมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา และงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา
องค์ประกอบที่ 3 การปฏิบัติตนในการรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
การประเมินการปฏิบัติตนในการรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2. มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผู้เกี่ยวข้อง ในฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. มีความกล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก และกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
4. มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตน หรือพวกพ้อง
5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยคำนึงถึงคุณภาพการศึกษาเป็นสำคัญ
6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
7. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
8. เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คำนึงถึงสิทธิเด็กและยอมรับความแตกต่างของบุคคล
9. ยึดถือและปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ
10. มีวินัยและการรักษาวินัย
นางกมลรัตน์ คำโมนะ
ครูชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย