ขั้นตอนที่ 1: การเริ่มต้นโปรเจกต์ (Start Project)
เปิดแอปพลิเคชัน CapCut
กดปุ่ม "โปรเจกต์ใหม่" (New Project) (+)
เลือกวิดีโอหรือรูปภาพจากเครื่องที่ต้องการตัดต่อ แล้วกด "เพิ่ม" (Add)
ขั้นตอนที่ 2: การจัดการคลิปบนไทม์ไลน์ (Basic Editing)
การตัดส่วนที่ไม่ต้องการ (Split): เลื่อนแถบสีขาวไปยังจุดที่ต้องการตัด แล้วกดเครื่องมือ "แบ่งแยก" (Split) จากนั้นลบคลิปส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง
การปรับความเร็ว (Speed): กดที่คลิป เลือก "ความเร็ว" เพื่อทำภาพ Slow Motion หรือ Fast Forward
การใส่รอยต่อ (Transition): กดที่สัญลักษณ์ข้อต่อระหว่างคลิป เพื่อเลือกเอฟเฟกต์การเปลี่ยนภาพให้น่าสนใจ
ขั้นตอนที่ 3: การเพิ่มองค์ประกอบสร้างสรรค์ (Creative Elements)
การใส่ข้อความ (Text): เลือกเมนู "ข้อความ" > "เพิ่มข้อความ" (แนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ "คำบรรยายอัตโนมัติ" หรือ Auto Captions สำหรับคลิปที่มีเสียงพูด)
การใส่เสียง (Audio): เลือกเมนู "ระบบเสียง" เพื่อเพิ่มเพลงประกอบหรือ Sound Effects (สามารถดึงเสียงจากวิดีโออื่นมาใช้ได้ด้วยฟีเจอร์ "แยกเสียงออก")
การใส่สติกเกอร์และเอฟเฟกต์: ใช้เมนู "เอฟเฟกต์" (Effects) เพื่อเพิ่มลูกเล่น เช่น ฟิลเตอร์ย้อนยุค หรือเอฟเฟกต์ร่างกาย
ขั้นตอนที่ 4: เทคนิคระดับสูง (Advanced Tips)
Keyframe (คีย์เฟรม): ใช้สัญลักษณ์รูปข้าวหลามตัด เพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการเคลื่อนที่ เช่น ทำให้รูปภาพค่อยๆ ซูมเข้าหรือเลื่อนไปมา
Overlay (ภาพซ้อน): ใช้เพิ่มวิดีโอหรือรูปภาพซ้อนทับบนวิดีโอหลัก (เหมาะสำหรับการทำคลิป React หรือใส่โลโก้)
Chroma Key: การลบพื้นหลังสีเขียวออก เพื่อเปลี่ยนฉากหลังตามต้องการ
ขั้นตอนที่ 5: การส่งออกไฟล์ (Export)
เลือกความละเอียดที่มุมขวาบน (แนะนำ 1080p หรือ 2K/4K)
เลือกอัตราเฟรมเรต (แนะนำ 30fps หรือ 60fps เพื่อความลื่นไหล)
กดปุ่มลูกศรชี้ขึ้นเพื่อทำการ Export และรอจนครบ 100%
จัดทำโดย
นางสาวอินทิรารัตน์ คำอินทร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 เลขที่9
นางสาวกฤติยา ชาดา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 เลขที่11
นางสาวจุฑา มาศกล้าหาญ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 เลขที่12