บันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน ( PA)
สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตำแหน่งครู
ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วันที่ 1ตลาคม 2567 -30 กันยายน 2568
บันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน ( PA)
สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตำแหน่งครู
ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วันที่ 1ตลาคม 2567 -30 กันยายน 2568
ตำแหน่ง ครู อันดับ คศ.๑
สถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน "ปทุมมาสงเคราะห์"
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๑
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้อตกลง ว pa drive.google.com/file/d/1AxIVgvI02u_06vhoK89LVPId4aZZzgfd/view?usp=sharing
๑.ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ก.ค.ศ. กำหนด ภาระงานในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
- รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ป.4 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ป.5 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ป.6 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
- แนะแนว ป. 6/3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ - กิจกรรมลูกเสือ ป.6 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การประเมินพัฒนาการนักเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน...13...ชั่วโมง/สัปดาห์
- ฝึกซ้อมกีฬานักเรียน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานวิจัยชั้นเรียน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานตรวจการบ้านนักเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานครูที่ปรึกษาประจำชั้น/งานดูแลนักเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ครูเวรประจำวัน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการเปลี่ยนแปลง ของโลกในศตวรรษที่ 21 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
2. งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู (ให้ระบุรายละเอียดของงานที่จะปฏิบัติในแต่ละด้านว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยอาจระบุระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการด้วยก็ได้)
1. ด้านการจัดการเรียนรู้
ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึงการสร้างและหรือพัฒนาหลักสูตรการออกแบบการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้การสร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรมเทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้การศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้การจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนและการอบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
1. จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาประจำปี 2568
2.ออกแบบหน่วยเรียนรู้ในรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที 4-6
3. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที 4-6
4. ผลิตสื่อการสอนและใบงานระดับชั้นประถมศึกษาปีที 4-6
5. สร้างเครื่องมือวัดประเมินผลการเรียนรู้ตามมาตรฐาน และตัวชี้วัดรายวิชาตรงตามหลักสูตรที่ต้องรู้
6. ศึกษาข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคลเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาและจัดทำวิจัยในชั้นเรียน
2. ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึงการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชาการดำเนินการตามระบบ ดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา การประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ
1. จัดทำข้อมูลในระบบสารสนเทศของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/3 และงานประจำชั้นแบบ ประเมินพัฒนาการต่างๆ
2. ออกเยี่ยมบ้านนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง ทั้งแบบเยี่ยมตามสภาพจริงและ Online
3. โครงการต่าง ๆที่ได้รับมอบหมายตามที่โรงเรียนแต่งตั้งให้รับผิดชอบ
4. ร่วมประชุมผู้ปกครองผ่านกลุ่มไลน์ (Line) ติดตามการเรียนรู้หลายช่องทาง
3. ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึงการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง การมีส่วนร่วม ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ และการนำความรู้ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเอง และวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
1. เพื่อพัฒนาตนเองโดยการเข้าอบรม/ประชุม/สัมมนาตลอดปีงบประมาณ 2568 ในสาขาและวิชาเหมาะสมกับระดับของตนเองเพื่อนำมาพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมการด้านการเรียนการสอนทั้งรูปแบบการอบรมแบบปกติ และ Online
2. เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มเพื่อพัฒนางานด้านวิชาชีพ (PLC) นำความรู้ที่ได้มาพัฒนากระบวนการเรียนการสอน การสร้างสื่อ และนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหานักเรียน
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน
ดำรงตำแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การปรับประยุกต์ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การฝึกทักษะสู่ความเป็นเลิศ ด้านกีฬาฟุตบอล
1. สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
ด้วยเหตุการณ์ในปัจจุบัน เด็กและเยาวชนขาดทักษะด้านกีฬาฟุตบอล
ครูผู้สอนเสริมทักษะสู่ความเป็นเลิศ ด้านกีฬาฟุตบอล จึงได้จัดออกแบบการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านกีฬาฟุตบอล ให้กับนักเรียนที่มีความสนใจอีกทั้ง เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และลดความสุ่มเสี่ยง ในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดรวมถึงการติดเกมส์เป็นการแก้ปัญหาการติดเกมส์ออนไลน์ โดยได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะด้านกีฬาฟุตบอล ผ่านแบบฝึกกีฬาฟุตบอล จำนวนทั้งสิ้น 20 ชั่วโมง
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1) จัดแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล เพื่อออกแบบหน่วยการเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณลักษณะและตัวบ่งชี้
2) จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อการเรียนการสอน การมีส่วนร่วม และการแสดงบทบาทสมมุติ
3) ใช้กระบวนการ PLC เข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหา พัฒนาสื่อและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ
4) ถอดบทเรียนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
5) นำผลสะท้อนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มาแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้น และประเมินการเรียนรู้ นำข้อมูลที่ได้พัฒนาผลการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 40 คน ร้อยละ 100 เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนการฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลเพื่อความเป็นเลิศ
3.2 เชิงคุณภาพ
1) นักเรียนมีความรู้ และความเข้าใจเรื่องการฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลเพื่อความเป็นเลิศ
2) นักเรียนมีทักษะ มีความรู้ ความเข้าใจ การฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลเพื่อความเป็นเลิศ
3) นักเรียนตระหนัก และองค์ความรู้เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
CKS เชียงคาน รุ่นไม่เกิน 12 ปี
บอล สจ ลี
CKS เชียงคาน รุ่นไม่เกิน 12 ปี
ตำแหน่ง ครู อันดับ คศ.๑
สถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน "ปทุมมาสงเคราะห์"
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๑
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
๑.ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
๑.๑ชั่วโมงสอนตารางสอน จำนวน ๒๐ ชั่วโมง /สัปดาห์
วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ป. ๓/๑ - ป. ๔/๓ จำนวน ๖ ชั่วโมง วิชาสุขศึกษาและพลศึกษาร์ป. ๕/๑ –ป.๕/๔ จำนวน ๔ ชั่วโมง
วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ป. ๖/ ๑ –ป.๖/ ๔ จำนวน ๘ ชั่วโมง
วิชาลูกเสือ ป. ๖ จำนวน ๑ ชั่วโมง
วิชาชุมนุม ป.๖ จำนวน ๑ ชั่วโมง
จัดทำสื่อการเรียนการสอน จำนวน ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมเสริมหลักสูตร จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
- เวรประจำวัน จำนวน ๑ วัน/สัปดาห์
####################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเยี่ยมบ้าน ปีการศึกษา ๒๕๖๕
คำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงาน ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕
คำสั่งแต่งตั้งครูเวรประจำวัน ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๕
####################
- ผู้ช่วยงานบริหารงานทั่วไป จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่งานงานเกี่ยวกับงาน วันสำคัญ จัดทำรายงานการติดตามประเมินผลการควบคุมภายใน
จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
- ปฏิบัติหน้าที่ครูกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา
จำนวน ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานสัมพันธ์กับชุมชน จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา ๒๕๖๘
- กิจกรรมลดเวลาเรียน จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
๒.ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
๑.ด้านการจัดการเรียนการสอน
2.ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
นำความรู้ ความสามารถที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาวิชาชีพ
ส่วนที่ ๒ ข้อตกลงในการพัมนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน
ดำรงตำแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การปรับประยุกต์ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
1. สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
ด้วยเหตุการณ์ในปัจจุบัน เด็กและเยาวชนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วขึ้น และทำให้เด็กมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ อาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน
ครูผู้สอนการสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรคได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชน ด้วยเล็งเห็นว่าในปัจจุบันมีประชากรวัยหนุ่มสาวเพิ่มสูงขึ้น การสร้างและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศการสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรคจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพทางเพศและอนามัย การเจริญพันธุ์ จึงได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนสร้างความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรคในโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนให้สามารถป้องกันตนเองในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพการสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรคต่อไป
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1) ศึกษาหลักสูตรการสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรคสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา เพื่อออกแบบหน่วยการเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณลักษณะและตัวบ่งชี้
2) จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อการเรียนการสอน การมีส่วนร่วม และการแสดงบทบาทสมมุติ
3) ใช้กระบวนการ PLC เข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหา พัฒนาสื่อและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ
4) ถอดบทเรียนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
5) นำผลสะท้อนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มาแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้น และประเมินการเรียนรู้ นำข้อมูลที่ได้พัฒนาผลการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3 (รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา) รหัสวิชา พ13101
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3 รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด 25 คน ได้รับการพัฒนาเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค รหัสวิชา พ13101 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โดยมีคะแนนทดสอบปลายภาคผ่านเกณฑ์ (ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม) คิดเป็นร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
ห้อง จำนวนนักเรียนทั้งหมด ผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 70 (คน) ไม่ผ่านเกณฑ์ (คน)
ป.3/3 25 25 -
รวม 25 25 -
สรุป จำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3 จำนวนนักเรียนทั้งหมด 25 คน
มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรคในโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนให้สามารถป้องกันตนเองในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพการสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรคต่อไป(ตัวอย่างผลงานนักเรียน)
ID PLAN
2. งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู (ให้ระบุรายละเอียดของงานที่จะปฏิบัติในแต่ละด้นว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยอาจระบุระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการด้วยก็ได้)