ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนเขวาไร่ศึกษา
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอนปีการศึกษา 2/2568
จำนวน 21 คาบ/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
- รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ม.4 จำนวน 15 คาบ/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
- รายวิชาบูรณาการพลัง 10 จำนวน 2 คาบ/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- กิจกรรมลูกเสือวิสามัญ ม.4 จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
- ชุมนุมวิชาการ จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
- PLC จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
- กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
***หมายเหตุ 1 คาบ = 55 นาที
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
- การจัดทํา/พัฒนา/ออกแบบ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
แผนจัดการเรียนรู้
- การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่มงานบริหารงบประมาณ
- เจ้าหน้าที่งานพัฒนาระบบเทคโนโลยี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่งานพัสดุและสินทรัพย์ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มงานบริหารทั่วไป
- เจ้าหน้าที่งานโสตทัศนศึกษา จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่งานอาคารสถานที่ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มงานบริหารวิชาการ
- หัวหน้ากิจกรรมลูกเสือโรงเรียนเขวาไร่ ฯ จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
- โครงการส่งเสริมการบริหารจัดการศึกษา จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ด้วยระบบเทคโนโลยี กิจกรรมส่งเสริมทักษะ
คิดคำนวณเพื่อพัฒนา ฯ
- โครงการพัฒนาสภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
และระบบเทคโนโลยีฯ กิจกรรมปรับปรุงห้อง
ศูนย์สื่อคณิตศาสตร์
กลุ่มบริหารงบประมาณ
- โครงการสนับสนุนการบริหารจัดการศึกษา จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมจัดซื้อเครื่องพิมพ์ดิจิตอล
ผลงานที่เกิดขึ้นกับนักเรียน
1. นำนักเรียนเข้าแข่งขันคณิตคิดเร็วกัลยาณวัตรครั้งที่ 5 ได้รางวัลเหรียญเงินระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
2. นำนักเรียนเข้าแข่งขันคิดเลขเร็ว ระดับชั้น ม.4-ม.6 การแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษาครั้งที่ 73 ปีการศึกษา 2568
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล และสามารถนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ โดยเฉพาะหัวข้อ “ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของคณิตศาสตร์ระดับสูง เช่น พีชคณิต การวิเคราะห์ข้อมูล แคลคูลัส และการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจอย่างถูกต้องทั้งในด้านแนวคิดเชิงนามธรรมและทักษะการประยุกต์ใช้ อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา ผู้เรียนจำนวนมากยังคงมีความสับสนระหว่าง “ความสัมพันธ์” และ “ฟังก์ชัน” ไม่เข้าใจหลักการจำแนกโดเมน–เรนจ์ การแทนค่าด้วยคู่ลำดับ รวมทั้งไม่สามารถอธิบายความเป็นฟังก์ชันด้วยเหตุผลเชิงคณิตศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการสอนที่เน้นการบรรยาย การจำสูตร และการทำแบบฝึกหัดตามขั้นตอน ทำให้ผู้เรียนไม่เกิดการคิดด้วยตนเองและไม่สามารถเชื่อมโยงแนวคิดให้เป็นภาพรวม
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (Inquiry-Based Learning: IBL) จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยกระบวนการคิดของตนเอง ผ่านการตั้งคำถาม การสำรวจ การทดลอง การค้นหาความสัมพันธ์ และการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิธีการนี้ช่วยพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และการให้เหตุผล ตลอดจนทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประยุกต์กับเนื้อหาที่ต้องการการค้นพบด้วยการสังเกตและทดลอง เช่น เรื่องความสัมพันธ์และฟังก์ชัน นอกจากนี้ การใช้เครื่องมือสนับสนุน เช่น เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ หรือเครื่องมือดิจิทัล สามารถช่วยให้ผู้เรียนทดลองแทนค่าตัวแปร ตรวจสอบความเป็นฟังก์ชัน สร้างตารางข้อมูล และมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลกับนิยามได้ชัดเจนขึ้น ทำให้การสืบเสาะของผู้เรียนมีความถูกต้อง แม่นยำ และใช้เวลาเหมาะสม โดยยังคงเน้นการคิดวิเคราะห์เป็นหลัก
ดังนั้น การพัฒนาการผลสัมฤทธิ์ทางเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่อง ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับเครื่องคำนวณ CASIO จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีความเข้าใจเชิงลึก เรียนรู้อย่างมีความหมาย และสามารถประยุกต์ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ ทั้งยังส่งเสริมทักษะศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน และการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นและการดำรงชีวิตในโลกยุคปัจจุบัน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
P – Plan (วางแผน)
- ศึกษาหลักสูตรและมาตรฐานการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง “ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน”
- วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์เดิมและปัญหาที่พบจากการจัดการเรียนก่อนหน้า
- ออกแบบแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (Inquiry-Based Learning – 5E: Engage, Explore, Explain, Elaborate, Evaluate)
- กำหนดกิจกรรมที่ใช้ เครื่องคำนวณ CASIO เช่น การแทนค่า การตรวจสอบความเป็นฟังก์ชัน การสร้างตารางค่าของความสัมพันธ์
- เตรียมสื่อ ใบกิจกรรม แบบทดสอบก่อน–หลังเรียน และเกณฑ์ประเมิน
- จัดตารางเวลาและเตรียมอุปกรณ์สำหรับนักเรียนทุกกลุ่ม
D – Do (ดำเนินการ)
- ดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะตามขั้นตอน 5E โดยให้นักเรียนเป็นผู้สำรวจ ค้นพบ และสร้างองค์ความรู้
- ให้นักเรียนใช้เครื่องคำนวณ CASIO ในการทดลองแทนค่าฟังก์ชัน สร้างตารางค่าตัวแปร และตรวจสอบเงื่อนไขของความเป็นฟังก์ชัน
- ครูทำหน้าที่กระตุ้นด้วยคำถาม ชี้แนะเพียงเท่าที่จำเป็น และจัดกิจกรรมกลุ่มเพื่อให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนความคิด
- บันทึกหลักฐาน เช่น ผลงานกลุ่ม แบบฝึกหัดกลางคาบ การสะท้อนคิดของนักเรียน
C – Check (ตรวจสอบผล)
- ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากแบบทดสอบก่อน–หลังเรียน
- สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ทักษะการสืบเสาะ การใช้เครื่องคำนวณ และการทำงานร่วมกัน
- ประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนต่อรูปแบบกิจกรรม
- วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาจุดเด่นและจุดที่ต้องปรับปรุง
A – Act (ปรับปรุงพัฒนา)
- สรุปผลการดำเนินงานและปรับแผนการสอนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
- พัฒนาใบกิจกรรมหรือสื่อการสอนให้สอดคล้องกับจุดที่ผู้เรียนยังมีปัญหา
- นำผลการประเมินมาใช้วางแนวทางการสอนในหัวข้ออื่น ๆ ให้เกิดการเรียนรู้แบบสืบเสาะอย่างต่อเนื่อง
- เผยแพร่ผลการพัฒนาแก่ครูในกลุ่มสาระเพื่อให้ใช้ร่วมกัน
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/5 โรงเรียนเขวาไร่ศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม จำนวน 29 คน ที่เรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม (ค31202) มีผลการผลการทดสอบกลางภาคผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยละ70 และผลสัมฤทธิ์สูงกว่าระดับ 2 ร้อยละ 75 ขึ้นไป
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 5 รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด 29 คน มีความรู้ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
สรุปผล
1. นักเรียนห้อง ม.4/5 จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 75.86 ของนักเรียนทั้งหมด มีผลการทดสอบกลางภาครายวิชา ค31202 เรื่องความสัมพันธ์และฟังก์ชัน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไป
2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา ค31202 สูงกว่าระดับ 2 ทั้งหมด 28 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 96.55 และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา ค31202 เฉลี่ยทั้งห้องเป็น 3.64
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------