ผู้รับการประเมิน
ผู้รับการประเมิน
ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนเขวาไร่ศึกษา
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มัธยมศึกษามหาสารคาม
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางาน
ตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- รายวิชาเคมี 6 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาโลกดาราศาสตร์และอวกาศ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพฟิสิกส์ จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- ลูกเสือวิสามัญ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ชุมนุมวิชาการ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- รายวิชาเคมี 5 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ เคมี จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- ลูกเสือวิสามัญ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมหน้าเสาธง โฮมรูม จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เวรประจำวันจันทร์ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
###############################################
ภาพประกอบการเยี่ยมบ้าน ปีการศึกษา 2568
ครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ปีการศึกษา 2568
ปฏิบัติหน้าที่ครูเวร ประจำวันศุกร์
กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
เจ้าหน้าที่งานอนามัย
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2568
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุน
การจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางาน
ที่เป็นประเด็นท้าทาย
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการจัดการเรียนรู้รายวิชาเคมี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง สารประกอบอินทรีย์ โดยเฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับการระบุประเภทและการเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ตามระบบ IUPAC พบว่า นักเรียนส่วนหนึ่งยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ไม่เพียงพอ ไม่สามารถเชื่อมโยงระหว่างสูตรโครงสร้างกับประเภทของสาร และไม่สามารถดำเนินการเรียกชื่อสารตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง โดยมักพบข้อผิดพลาดในการเลือกสายโซ่คาร์บอนหลัก การกำหนดตำแหน่ง การระบุหมู่แทนที่ และการเรียงลำดับองค์ประกอบของชื่อสาร ส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์ที่มีรูปแบบแตกต่างจากตัวอย่างได้
จากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการตรวจผลงานของนักเรียน พบว่า นักเรียนบางส่วนยังขาดทักษะในการฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเรียนรู้โดยการจดจำชื่อและตัวอย่างมากกว่าการทำความเข้าใจหลักการและวิเคราะห์โครงสร้างอย่างเป็นระบบ อีกทั้งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผ่านมาอาจยังมีโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ค้นหาคำตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตรวจสอบข้อผิดพลาดของตนเองไม่เพียงพอ จึงส่งผลต่อความเข้าใจและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเรื่องดังกล่าว
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้อง พัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่องการระบุประเภทและการเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ ให้มีลำดับการฝึกจากง่ายไปยาก และครอบคลุมทักษะที่จำเป็น ตั้งแต่การสังเกตและจำแนกประเภทสาร การวิเคราะห์สูตรโครงสร้าง การเลือกสายโซ่หลัก การกำหนดตำแหน่ง การระบุหมู่แทนที่ การเรียกชื่อสาร และการตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ โดยนำแบบฝึกทักษะมาใช้ร่วมกับกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตนเอง
การดำเนินการดังกล่าวมุ่งให้นักเรียนเกิดความเข้าใจในหลักการมากกว่าการท่องจำ สามารถฝึกทักษะอย่างต่อเนื่องและนำความรู้ไปใช้กับสถานการณ์หรือโจทย์ที่หลากหลายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วย ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้สูงขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนด
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล 20 คะแนน
๑.ศึกษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์ผู้เรียน
วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนเกี่ยวกับการระบุประเภทและการเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ เพื่อกำหนดประเด็นที่ต้องพัฒนา
๒.ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตร
ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ เนื้อหา และสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสารประกอบอินทรีย์เพื่อกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้และขอบเขตของแบบฝึกทักษะ
๓. ออกแบบและพัฒนาแบบฝึกทักษะ
จัดทำแบบฝึกทักษะจากง่ายไปยาก โดยครอบคลุมการระบุประเภทสารประกอบ
อินทรีย์ การวิเคราะห์โครงสร้าง การเลือกสายโซ่หลัก การกำหนดตำแหน่งหมู่แทนที่ และการเรียกชื่อสารตามระบบ IUPAC
๔.จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning
ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ วิเคราะห์โครงสร้างสาร แก้โจทย์ ทำงานเป็นกลุ่ม แลก
เปลี่ยนความคิดเห็นอภิปราย และนำเสนอแนวคิด โดยใช้แบบฝึกทักษะเป็นสื่อสำคัญในการเรียนรู้
๕.ทดสอบก่อนเรียน
ทดสอบก่อนเรียนเพื่อสำรวจความรู้และทักษะพื้นฐานของผู้เรียน วิเคราะห์จุดที่ควรพัฒนา และใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับผลการทดสอบหลังเรียนเพื่อประเมินพัฒนาการของผู้เรียน
๖.วัดและประเมินผลระหว่างเรียน
ประเมินจากการทำแบบฝึกทักษะ ใบกิจกรรม การมีส่วนร่วม การอภิปราย และ
การนำเสนอ พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อผิดพลาดของนักเรียนเพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือเป็นรายบุคคล
๗.ทดสอบหลังเรียนและวิเคราะห์ผล
ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วเปรียบเทียบผลกับแบบทดสอบก่อนเรียน
วิเคราะห์คะแนนและพัฒนาการของนักเรียน
๘.ปรับปรุงและพัฒนา
นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาวิเคราะห์ สะท้อนผลการจัดกิจกรรม และ
ปรับปรุงแบบฝึกทักษะและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เรื่องการระบุประเภทและการเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ตามระบบ IUPAC ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ของคะแนนเต็ม
ปีการศึกษา ๒๕๖๙
จำนวนนักเรียน ม.๖ ทั้งหมด ๑๓๗ คน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ จำนวน ๑๒๐ คน
คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๕๙
ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ จำนวน ๑๗ คน
คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๔๑
นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจเรื่องประเภทของสารประกอบอินทรีย์ สามารถวิเคราะห์สูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารตามระบบ IUPAC ได้อย่างเป็นระบบ มีความสามารถในการอธิบายเหตุผล ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดของตนเอง มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ กล้าแสดงความคิดเห็น และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาคเรียนที่ 1/2569
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาคเรียนที่ 2/2568
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรวมทุกวิชา ภาคเรียนที่ 2/2568