รายงานผลข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA)
สำหรับข้าราชการครูเเละบุคลากรทางการศึกษา ตำเเหน่งครู
วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
สำหรับข้าราชการครูเเละบุคลากรทางการศึกษา ตำเเหน่งครู
วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมมาตรฐานตำเเหน่ง
ภาระงาน ตามที่ ก.ค.ศ กำหนด
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำเเหน่งครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมเเละสนับสนุน
ด้านการพัฒนาตนเอง เเละวิชาชีพ
Tasks :
สร้างและพัฒนาหลักสูตร
-ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เข้าใจชัดเจนจากนั้นวิเคราะห์หลักสูตรและมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดแกนกลาง จากนั้นนำไปจัดทำคำอธิบายรายวิชาและตัวชี้วัดรายวิชาประวัติศาสตร์ในหลักสูตรสถานศึกษา โดยการพัฒนาต้องให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางฯ ซึ่งจะเป็นการจัดการเรียนรู้
Outcomes :
ผู้เรียนได้รับการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรและมีความรู้ตามมาตรฐานและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้
Indicators :
- ผู้เรียนร้อยละ 80
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ ที่สอนโดยกระบวนการกลุ่ม เรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัยใหม่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สูงกว่าเกณฑ์กำหนด
- ผู้เรียนร้อยละ 80
มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในรายวิชาประวัติศาสตร์ อยู่ใน ระดับ ดี
Tasks : ออกแบบการจัดการเรียนรู้
- การออกแบบการจัดการเรียนรู้ เชิงรุก ในรูปแบบที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นการฝึกทักษะกระบวนการที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ก่อให้เกิดความรู้จากประสบการณ์ตรง ผู้เรียนเกิดความชำนาญและมีทัศนะคติที่ดีต่อวิชาประวัติศาสตร์
- จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย
Outcomes : ผู้เรียนได้รับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่าน การคิด วิเคราะห์และเขียนสื่อความ ตามที่หลักสูตรแกนกลางกำหนดไว้
Indicators : ผู้เรียนร้อยละ 80
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ ที่สอนโดยกระบวนการกลุ่ม เรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัยใหม่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สูงกว่าเกณฑ์กำหนด
- ผู้เรียนร้อยละ 80
มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในรายวิชาประวัติศาสตร์ อยู่ใน ระดับ ดี
Tasks : ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้จัดทำขึ้น มีการอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้และ ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ นักเรียนเรียนรู้และฝึกประสบการณ์จริงร่วมกัน โดยมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิดและค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีการวัดและประเมินตามสภาพจริง หลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
Outcomes : ผู้เรียนค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเองมีประสบการณ์และทักษะชีวิต ตามความถนัดและสนใจ
Indicators : ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ ที่สอนโดยกระบวนการกลุ่ม เรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัยใหม่ ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในรายวิชาประวัติศาสตร์ อยู่ใน ระดับ ดี
Tasks : สร้างและพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้
- มีการสร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม ตลอดจนนำเทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ที่สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้มาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
แบบ Active Learning
Outcomes : สร้างและพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้
- ผู้เรียนเกิดทักษะ ความรู้ จากการสร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรมของครูผู้สอน ผู้เรียนสามารถนำความรู้ จากการประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน แบบ Active Learning มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
Indicators : - ผู้เรียนร้อยละ 80
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ ที่สอนโดยกระบวนการกลุ่ม เรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัยใหม่ สูงกว่าเกณฑ์กำหนด
- ผู้เรียนร้อยละ 80
มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในรายวิชาประวัติศาสตร์ อยู่ใน ระดับ ดี
Tasks : วัดและประเมินผลการเรียนรู้
- มีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบและหลากหลายช่องทาง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับความต้องการและความถนัดของผู้เรียน แบบวัดและประเมินมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา มีการประเมินผลตามสภาพจริง และนำผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้มาสะท้อนให้นักเรียนได้ทราบผลได้ทันที ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาผลการเรียนที่จะเกิดขึ้นได้ทันท่วงที นักเรียนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น
Outcomes : วัดและประเมินผลการเรียนรู้
- ผู้เรียนได้รับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบและหลากหลายช่องทาง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับความต้องการและความถนัดของผู้เรียน แบบวัดและประเมินมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา มีการประเมินผลตามสภาพจริง และนำผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้มาสะท้อนให้นักเรียนได้ทราบผลได้ทันที ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาผลการเรียนที่จะเกิดขึ้นได้ทันท่วงที
Indicators :
- ผู้เรียนร้อยละ 80
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ ที่สอนโดยกระบวนการกลุ่ม เรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัย ใหม่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สูงกว่าเกณฑ์กำหนด
- ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในรายวิชาประวัติศาสตร์ อยู่ใน
ระดับ ดี
Tasks : ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
-ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมีการประเมินความรู้ก่อนเรียนของนักเรียน ทำให้ครูทราบแนวทางที่จะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับนักเรียนในกลุ่มนั้นๆ นอกจากนั้นมีการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนกลุ่มนั้นๆ เพื่อวางแผนการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น ลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ และเมื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไปแล้ว มีการวัดและประเมินผลเป็นระยะๆ
Outcomes : ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
-ผู้สอนทราบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน ทำให้ครูทราบแนวทางที่จะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับนักเรียน นอกจากนั้น วางแผนการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น
Indicators :
-ผู้เรียนร้อยละ 80 ได้รับการวิเคราะห์และป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลพัฒนาการเรียนรู้
Tasks : ผู้เรียนร้อยละ 80
ได้รับการวิเคราะห์และป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลพัฒนาการการเรียนรู้
Outcomes : ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามหลักสูตร ตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนด
Indicators : บรรยากาศที่ส่งเสริมสามารถพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 80
Tasks : อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
- อบรมและส่งเสริมให้ ผู้เรียนเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้ และมีความรู้พื้นฐานที่จำเป็น และสามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล
Outcomes : อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
- ผู้เรียนเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้ และมีความรู้พื้นฐานที่จำเป็น และสามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล
Indicators : ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่ดี และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผ่านเกณฑ์ ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 80
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
Tasks : จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
- จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา บนแพล็ตฟอร์ม google site แบบแชร์ลิงค์ ให้มีข้อมูลเป็นปัจจุบัน นักเรียนสามารถเห็นความก้าวหน้าของคะแนน และบรรยากาศการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเนื้อความรู้ แบบฝึกหัด ใบงาน และแบบทดสอบ เพื่อใช้ในการส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ได้ต่อเนื่องและตลอดเวลา แก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และเผยแพร่เป็นแบบอย่างให้เพื่อนครูนำไปประยุกต์ใช้
Outcomes : จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
- จัดทำข้อมูลสารสนเทศ นักเรียน เพื่อใช้ในการส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ได้ต่อเนื่องและตลอดเวลา แก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และเผยแพร่เป็นแบบอย่างให้เพื่อนครูนำไปประยุกต์ใช้
Indicators : จัดทำและทราบข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
Tasks : ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
- ใช้ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคล และประสานความร่วมมือกับผู้มีหัวหน้าห้อง ครูที่ปรึกษา ผู้ปกครอง เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาผู้เรียน และจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริมวิชาประวัติศาสตร์ในช่วงเวลา 16.00 -16.30 น. ให้กับนักเรียนที่มีปัญหาการเรียนประวัติศาสตร์และนักเรียนที่มีความสนใจในวิชาประวัติศาสตร์เป็นพิเศษ เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และเชิญชวนเพื่อนครูให้จัดกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ร่วมกันในรูปแบบกระบวนการ PLC
-การออกเยี่ยมบ้าน คัดกรองนักเรียน รวมไปถึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีการใช้ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคล และประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน
Outcomes : ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
- มีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคล และประสานความร่วมมือกับผู้มีหัวหน้าห้อง ครูที่ปรึกษา ผู้ปกครอง เพื่อพัฒนาและป้องกันปัญหาที่จะเกิดกับผู้เรียน
-นักเรียนและผู้ปกครองมีส่วนร่วมกับครูผู้สอนในการแก้ไขปัญหานักเรียนในด้านการเรียนรู้และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคล
นักเรียนได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือดูแลทั้งด้านวิชาการ ลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์ ร่วมทั้งสมรรถนะสำคัญผู้เรียน
นักเรียนได้รับการแก้ไขหรือพัฒนาทั้งด้านวิชาการลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์ รวมทั้งสมรรถนะสำคัญผู้เรียน
Indicators :
นำข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคล มาพัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้เรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
Tasks : ปฏิบัติงานวิชาการ และงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
-ปฏิบัติงานทางวิชาการภายในสถานศึกษา รับผิดชอบ สอนในสาระการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โดยมีโครงสร้างการบริหารงานและพรรณนางานที่ชัดเจน เน้นการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนร่วมกับครูในกลุ่มสาระ และหัวหน้างานนโยบายและแผน ของสถานศึกษา มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา มีการควบคุมภายในเพื่อให้การบริหารงาน มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
Outcomes : ผู้เรียนได้เรียนรู้ และพัฒนาตนเองทั้งด้านวิชาการ กิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะกระบวนการที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม ผู้เรียนได้รับการดูแลช่วยเหลือและแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
Indicators : ร่วมปฏิบัติงานทางวิชาการ และงานอื่นๆ ของสถานศึกษาเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
1. ร้อยละ 80 ของผู้เรียน มีความรู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน เป็นไปตามระเบียบการวัดผลประเมินผลของสถานศึกษา
2. ร้อยละ 80 ของผู้เรียนได้รับการดูแลช่วยเหลือและแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
Tasks : ประสานความร่วมมือกับ ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และ หรือสถานประกอบการ เพื่อ ร่วมกันพัฒนาผู้เรียนร่วมกิจกรรมประชุมผู้ปกครอง 1 ครั้ง/ภาคเรียน จัดให้มีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองและ ภาคีเครือข่ายความร่วมมือในการดูแลและให้ความช่วยเหลือนักเรียน ทั้งทางด้านผลการเรียนและความประพฤติ นอกจากนั้นยังได้ออกเยี่ยมบ้านนักเรียนและประชุมผู้ปกครองทุกภาคเรียน เพื่อแจ้งข่าวเกี่ยวกับนักเรียนในที่ปรึกษาและนักเรียนในรายวิชาที่สอนให้ผู้ปกครองทราบความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ผ่านระบบโซเซียลมีเดียต่างๆ เช่น Line Facebook หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น
Outcomes :
ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ
-ผู้ปกครองสามารถติดต่อครูที่ปรึกษา เพื่อประสานงาน รับรู้ข้อมูลข่าวสารทันท่วงที
นักเรียนได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือดูแลทั้งด้านวิชาการ ลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์ รวมทั้งสมรรถสำคัญผู้เรียนโดยโดยความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครองนักเรียนได้รับการแก้ไขหรือพัฒนาทั้งด้านวิชาการ ลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์ รวมทั้งสมรรถสำคัญผู้เรียนโดยความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง
Indicators : 1.ผู้ปกครองได้รับการประสาน ข้อมูลข่าวสารจากทางโรงเรียนหลากหลายช่องทาง
ร้อยละ 95 นักเรียนได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือดูแลทั้งด้านวิชาการ ลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์ รวมทั้งสมรรถสำคัญผู้เรียนโดยโดยความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง
ร้อยละ 95 ของนักเรียนได้รับการแก้ไขหรือพัฒนาทั้งด้านวิชาการ ลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์ รวมทั้งสมรรถสำคัญผู้เรียนโดยความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง
ประชุมผู้ปกครอง Classroom Meeting.
Tasks : เข้าร่วมอบรม/สัมมนา โครงการในรูปแบบต่าง ๆ อย่าง ต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาตนเองทั้งใน ด้านการจัดกิจกรรมนักเรียน การพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาทักษะการใช้ เทคโนโลยีมาจัดการเรียนการ สอน รวมถึงการพัฒนาไปถึง การใช้ทักษะภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษสำหรับการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพกับผู้เรียน
Outcomes :
1. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพจากการนำผลการพัฒนาตนเองมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
Indicators : พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ตามมาตรฐานวิชาชีพไม่ต่ำกว่า
20 ชม./ปี
Tasks : มีส่วนร่วม และเป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ
- ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกิจกรรมนิเทศการสอน และเป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ด้วยกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
Outcomes : ทำให้เกิดส่วนร่วม ภาคี เครือข่ายและเป็นผู้นำในการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ
- ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกิจกรรมนิเทศการสอน และเป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ด้วยกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
Indicators :
Tasks : นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์และการวิเคราะห์ เรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัยใหม่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตลอดจนเผยแพร่ให้เพื่อนร่วมวิชาชีพนำไป
Outcomes : ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกิจกรรมนิเทศการสอน และเป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ด้วยกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
Indicators : นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รวมถึงการพัฒนา
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพผู้เรียนให้สูงขึ้น
สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2562 ได้กำหนดบทบัญญัติในการจัดการศึกษาไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่านักเรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้พัฒนาตนเองได้ และถือว่านักเรียนมีความสำคัญที่สุด ทั้งนี้เพื่อมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
นอกจากนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ได้กำหนดแนวนโยบายการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงการศึกษาไว้อย่างชัดเจน ที่จำเป็นต้องใช้กระบวนการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและจริงจัง โดยได้กล่าวไว้ว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งระดมปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้คนไทยในประเทศมีศักยภาพสูงสุดในการดำรงชีวิต และร่วมกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติ โดยการจัดการศึกษาต้อง ยึดหลักว่า นักเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่านักเรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ซึ่งครูต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของนักเรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มีการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น รักการอ่าน และเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ นวลจันทร์ วิเศษ (2546 : 75) ที่กล่าวว่า ครูจะต้องมีความรู้ความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับนักเรียนและสอดคล้องกับสภาพจริง เลือกวิธีการสอนที่หลากหลาย และเหมาะสมกับเนื้อหาสาระที่มีการเรียนรู้
การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติดังกล่าว “ครู” ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สอน จะต้องเป็นผู้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้อง เหมาะสมกับเนื้อหาสาระ ความถนัดและศักยภาพของนักเรียน มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อฝึกทักษะต่าง ๆ ฝึกกระบวนการคิด ฝึกกระบวนการด้านการจัดการให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จากการฝึกปฏิบัติ รวมทั้งมีการปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยให้สังคม ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพ เป็นผู้ที่คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และใฝ่เรียนรู้ ครูต้องรู้จักเลือกกิจกรรมการเรียนรู้ เลือกสรรวิธีการและรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนเลือกสื่อประกอบการเรียนรู้ให้เหมาะสมและ สอดคล้องกับเนื้อหาสาระที่ต้องการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ นอกจากนี้ครูจะต้องศึกษาจิตวิทยาการศึกษา เพื่อเป็นองค์ประกอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนมีการพัฒนาและปรับปรุงติดตามผลเป็นระยะ ๆ เพื่อให้กาพัฒนาการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (สุคนธ์ สินธุพานนท์ และคณะ. 2545 : 1)
ประวัติศาสตร์เป็นสาระการเรียนรู้หนึ่งใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการส่งเสริมและพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีระเบียบแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้สามารถวางแผน ตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ (กรมวิชาการ. 2545 : 1)
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ มีความสำคัญยิ่งในสังคมปัจจุบันและอนาคต เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นผลผลิตที่เกิดจากการสร้างสรรค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งสิ้น นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ช่วยให้มนุษย์พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดจินตนาการ คิดวิเคราะห์ และคิดสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ ทำให้เกิดทักษะในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ ประวัติศาสตร์ เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge - based Society) ดังนั้น ทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่อที่จะได้มีความรู้ความเข้าใจเหตุการณ์ความเป็นมาในอดีตของมนุษย์ สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ และมีคุณธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มุ่งหวังให้นักเรียนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่เน้นการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการ มีทักษะสำคัญในการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และการแก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริง และเหมาะสมกับระดับช่วงชั้น
วิชาประวัติศาสตร์ เป็นวิชาหนึ่งที่มีลักษณะโครงสร้างและเนื้อหาวิชาที่มีความสลับซับซ้อน ยากต่อการทำความเข้าใจ เนื่องจากเป็นวิชาที่มีองค์ความรู้จากหลักฐานต่างๆ มากมาย เพื่อใช้ในการศึกษา ดังนั้น ผู้เรียนที่มีความรู้ จะส่งผลให้การเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไม่ประสบผลสำเร็จ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำหรือมีผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินขั้นต่ำ รวมทั้งต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือด้วย ซึ่งบางนักเรียนต้องอาศัยเวลาในการปรับตัวปรับพฤติกรรมในการเรียนรู้ ทำให้เป็นปัญหาในการเรียนวิชาใหม่ๆ เช่น วิชาประวัติศาสตร์ เป็นต้น
นอกจากนี้ การที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาประวัติศาสตร์ของนักเรียนอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจนั้น จากประสบการณ์ในการสอนของผู้รายงาน พบว่า มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้การเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ของนักเรียนไม่ประสบผลสำเร็จ คือ ประการแรก ปัญหาจากตัวนักเรียน เช่น นักเรียนขาดความสนใจในวิชาประวัติศาสตร์ มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาประวัติศาสตร์ และนักเรียนมีปัญหาในการคิดวิเคราะห์ การคำนวณ ไม่มีจินตนาการ และแก้โจทย์ปัญหาไม่ได้ คิดช้าเพราะขาดการฝึกฝน ไม่ชอบเรียนหรือไม่อยากเรียน เพราะคิดว่าไม่รู้จะนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างไร สาเหตุประการที่สอง ปัญหาจากรายวิชาประวัติศาสตร์ที่มีเนื้อหามากเกินไป ทำให้นักเรียนไม่ชอบจดหรือบันทึก ทำให้การเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไม่น่าสนใจ นักเรียนจึงไม่อยากเข้าเรียน ส่งผลให้มีเวลาเรียนไม่ครบตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกำหนดไว้ หนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์มีเนื้อหามากเกินไป ควรจะมีรูปภาพประกอบมากกว่านี้ เพื่อให้นักเรียนมองเห็นภาพได้ชัดเจน ทำให้น่าอ่านและเรียนเข้าใจมากขึ้น หนังสือประวัติศาสตร์มีแบบฝึกหัดให้เลือกทำน้อยไม่ครอบคลุมเนื้อหาและไม่มีความหลากหลาย โดยส่วนมากเป็นโจทย์ปัญหาให้แสดงวิธีทำ และนักเรียนอยากให้มีเอกสารประกอบการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากขึ้น มีองค์ประกอบทั้งเนื้อหาสาระ มีรูปภาพประกอบสวยงาม มีใบความรู้ ใบกิจกรรม หรือแบบฝึกหัดอยู่ในเล่มเดียวกัน สามารถจดบันทึกลงไปในเอกสาร ได้เลย และถ้าไม่สามารถเข้าเรียนในห้องเรียนตามปกติพร้อมเพื่อนได้ สามารถอ่านใบความรู้และทำแบบฝึกหัดหรือใบกิจกรรมส่งครูตามหลังเพื่อนได้ จากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ผู้รายงานขอแยกเป็นประเด็นพิจารณา ดังนี้
ด้านความรู้ความเข้าใจ ครูจะต้องใช้เทคนิค วิธีการ เครื่องมือ สื่อ หรือนวัตกรรมประกอบการเรียนรู้ให้สามารถตอบสนองหรือเอื้อต่อนักเรียนได้ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเนื้อหาสาระและข้อความรู้ที่สามารถศึกษาได้ด้วยตนเองทั้งในและนอกเวลาเรียน ใบกิจกรรมหรือใบงานที่สามารถทำส่งครูในภายหลังได้ จากข้อมูลข้างต้น ผู้รายงานจึงได้จัดทำแบบฝึกทักษะในด้านเนื้อหา และใบงานหรือใบกิจกรรม เป็นรูปแบบ live worksheet ใบงานมีชีวิต ซึ่งนักเรียนสามารถเข้าไปทำได้เมื่อมีเวลาว่างเพื่อทบทวนเนื้อหา สามารถทราบคะแนนและประเมินตนเองได้ทันที มีองค์ประกอบที่สอดคล้องที่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับนักเรียนได้
ด้านทักษะกระบวนการ ปีการศึกษาที่ผ่านมา ผู้รายงานพบว่า ผู้เรียนยังขาดทักษะเรื่องการคิดอย่างเป็นระบบ ไม่สามารถนำความรู้ที่เรียนรู้ในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้สอนจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาสื่อ ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง เทคนิค Active learning ทำให้กิจกรรมการเรียนรู้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นโดยแทรกเข้าไปในแบบฝึกทักษะด้านเจตคติที่มีต่อวิชาประวัติศาสตร์ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น การออกสำรวจ ทัศนศึกษาจากสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ เป็นการทำให้การเรียนรู้ในรายวิชาประวัติศาสตร์ มีความน่าสนใจ ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อรายวิชาประวัติศาสตร์มากขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้รายงานในฐานะครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและหาแนวทางการแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน โดยสร้างและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนกระสังพิทยาคม ที่เน้นพัฒนาให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน สามารถวัดผลประเมินผลได้ทันท่วงที มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนกระสังพิทยาคม ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2564 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) และการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน(5 STEPs)
2.2 พัฒนาแบบฝึกทักษะการสำรวจ เรื่อง ประวัติศาสตร์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ขึ้น
2.3 สร้างและพัฒนาแบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัยใหม่
2.4 จัดการเรียนรู้ โดยใช้ โดยใช้แบบฝึกทักษะทักษะการสำรวจ เรื่อง ประวัติศาสตร์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พัฒนาขึ้น
2.5 นำแบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ต่อไป และรายงานผลการดำเนินการต่อฝ่ายบริหารและเผยแพร่ผลงานตามลำดับต่อไป
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 ผลลัพธ์เชิงปริมาณ
3.1.1 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาประวัติศาสตร์ ที่สอนโดยใช้แบบฝึกทักษะฝึกทักษะทักษะ เรื่องกระบวนการกลุ่ม เรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัยใหม่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สูงกว่าเกณฑ์กำหนด
3.1.2 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในรายวิชาประวัติศาสตร์
อยู่ในระดับ ดี
3.1.3 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนสื่อความในรายวิชาประวัติศาสตร์ อยู่ในระดับ ดี
3.1.4 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินสมรรถนะในรายวิชาประวัติศาสตร์ อยู่ในระดับ ดี
3.1.5 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ที่สอนโดยกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning หรือกระบวนการกลุ่มเรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัยใหม่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อยู่ในระดับ ดี
3.2 ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ
3.2.1 ผู้เรียนทุกคนได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
3.2.2 ผู้เรียนทุกคนสามารถผลิตชิ้นงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้
3.2.3 ผู้เรียนทุกคนได้รับการดูแลช่วยเหลือตามข้อมูลสารสนเทศที่ครูจัดทำขึ้น
3.2.4 ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศรายวิชาประวัติศาสตร์
3.2.5 ผู้เรียนทุกคนมีความสุขในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะการสำรวจ เรื่อง กระบวนการกลุ่ม เรื่อง พัฒนาการของยุโรปสมัยใหม่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
3.2.6 ผู้เรียนทุกคนมีทักษะที่จำเป็นด้านการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ลงชื่อ..............................................................
(นางสาวอังคณา นวลพริ้ง)
ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
วันที่ 5 เดือน กันยายน พ.ศ. 2568