ตัวอย่างการเก็บเชื้อจุลินทรีย์ในธรรมชาติ
ตัวอย่าง เกาหลี
ในต่างประเทศจะเรียกเทคนิคการเก็บจุลินทรีย์ท้องถิ่นนี้ว่า IMO (Indigenous Microorganisms) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเกษตรธรรมชาติแบบเกาหลี (Korean Natural Farming - KNF) โดยเชื่อว่าจุลินทรีย์ที่ดีที่สุดคือจุลินทรีย์ที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในป่าไผ่หรือป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ครับ
นี่คือคลิปวิดีโอจากต่างประเทศที่สอนเทคนิคนี้อย่างละเอียด:
คลิปนี้อธิบายกระบวนการเก็บ IMO ตั้งแต่ขั้นตอนแรก (IMO 1) ไปจนถึงขั้นตอนที่สอง (IMO 2) อย่างละเอียดมาก โดยแสดงให้เห็นการเก็บในสภาพอากาศและไมโครไคลเมท (Microclimate) ที่หลากหลาย รวมถึงเทคนิคการเก็บในช่วงฤดูหนาวด้วย
ลิงก์วิดีโอ: http://www.youtube.com/watch?v=KXuk7phpOr8
คลิปสั้นกระชับจากองค์กร ECHO Asia ที่เน้นการสอนให้เกษตรกรนำวัสดุราคาถูกในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ โดยสาธิตวิธีการเก็บจุลินทรีย์จากป่าเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตรแบบยั่งยืน
ลิงก์วิดีโอ: http://www.youtube.com/watch?v=z-vzAevzsA0
Preparation (การเตรียม): ใช้ข้าวสวยหุงสุก (แนะนำว่าหุงแบบไม่แฉะเกินไป) ใส่ในกล่องไม้หรือตะกร้าไม้ไผ่ที่ระบายอากาศได้ แต่ป้องกันสัตว์ได้
Collection Location (สถานที่): มักเลือก "ป่าไผ่" หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ มีชั้นใบไม้แห้ง (Leaf Litter) ทับถมกันหนาแน่น เพราะเป็นแหล่งสะสมของราขาว (Beneficial Fungi) ชั้นดี
The Process (การวาง): นำกล่องข้าวไปวางไว้ใต้ชั้นใบไม้แห้ง โดยแหวกใบไม้ขึ้นแล้ววางกล่องลงไป จากนั้นปิดทับด้วยใบไม้แห้งอีกครั้งเพื่อพรางตัวและรักษาความชื้น
Harvesting (การเก็บเกี่ยว): ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 วัน (ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ) เมื่อเปิดดูจะเห็นราสีขาวนวลขึ้นปกคลุมข้าว ซึ่งนั่นคือจุลินทรีย์ท้องถิ่นที่เราต้องการ (IMO 1)
Preservation (การเก็บรักษา): นำข้าวที่มีราขาวมาผสมกับน้ำตาลทรายแดงในสัดส่วน 1:1 เพื่อทำการหยุดการทำงานของจุลินทรีย์และเก็บไว้ใช้ได้นาน (กลายเป็น IMO 2)
ข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ:
เขาแนะนำให้เก็บในช่วงที่มีความชื้นเหมาะสม ไม่แห้งแล้งเกินไป
หากราที่ขึ้นมีสีดำหรือสีคล้ำมากเกินไป มักจะไม่นำมาใช้ เพราะอาจเป็นจุลินทรีย์กลุ่มก่อโรค
เทคนิคนี้สามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่โรงเรียนหรือโครงการเกษตรที่ทำอยู่ได้ดีมาก โดยเฉพาะการนำไปผสมกับปุ๋ยชีวภาพหรือใช้ในโครงการ Zero Waste เพื่อย่อยสลายอินทรียวัตถุ
ตัวอย่าง ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นการเก็บจุลินทรีย์จากป่า (โดยเฉพาะป่าไผ่) เป็นรากฐานสำคัญของ "เกษตรธรรมชาติ" (Natural Farming) ซึ่งโด่งดังมากจากแนวคิดของคุณมาซาโนบุ ฟูกูโอกะ (Masanobu Fukuoka) และได้รับการพัฒนาต่อยอดมาอย่างต่อเนื่อง
เกษตรกรญี่ปุ่นเรียกจุลินทรีย์เหล่านี้ว่า "ฮังมุสึ" (Han-motsu) หรือ "จุลินทรีย์จากดินป่า" โดยมักเน้นไปที่การเก็บราขาวจากกอไผ่ครับ
การปรับปรุงดินด้วยรำข้าวและใบไม้แห้ง (Soil Improvement):
เกษตรกรญี่ปุ่นนิยมใช้ รำข้าว (Kome-nuka) เป็นอาหารหลักในการล่อจุลินทรีย์ โดยจะนำรำข้าวไปโรยในพื้นที่ป่าไผ่หรือป่าที่มีการทับถมของใบไม้สูง จากนั้นใช้ใบไม้แห้งปิดทับไว้ เพื่อให้จุลินทรีย์ท้องถิ่น (โดยเฉพาะกลุ่ม Bacillus และราที่มีประโยชน์) เข้ามากินอาหารและขยายตัว
คลิปตัวอย่าง (เทคนิคการใช้รำข้าวปรับปรุงดิน): http://www.youtube.com/watch?v=6KT1e-KbWbo
การเก็บปุ๋ยหมักจากป่า (Forest Compost):
ในญี่ปุ่นมีการจัดการ "ป่าเกษตร" เพื่อเก็บรวบรวมใบไม้ที่เน่าเปื่อยตามธรรมชาติซึ่งเต็มไปด้วยจุลินทรีย์ มาทำเป็นปุ๋ยหมักคุณภาพสูงสำหรับใช้ในไร่นา
คลิปตัวอย่าง (การเก็บใบไม้เพื่อทำปุ๋ยหมัก): http://www.youtube.com/watch?v=hFMtspnx3TE
ป่าไผ่ (Bamboos): ญี่ปุ่นเชื่อว่ารากไผ่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับจุลินทรีย์กลุ่มที่ช่วยตรึงไนโตรเจนและย่อยสลายฟอสฟอรัสได้ดีมาก การเก็บจุลินทรีย์จากกอไผ่จึงเป็นที่นิยมที่สุด
การหมักแบบ "โบคะฉิ" (Bokashi): เมื่อได้เชื้อจากป่ามาแล้ว เขาจะนำมาขยายต่อด้วยรำข้าว กากถั่วเหลือง หรือวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยมีการควบคุมความร้อนและอากาศอย่างประณีตเพื่อให้ได้จุลินทรีย์ที่มีความแข็งแรงสูงสุด
เทคนิคของญี่ปุ่นจะมีความประณีตและเน้นการใช้ทรัพยากรที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นอย่าง รำข้าว ซึ่งเข้ากับบริบทของโรงเรียนหรือชุมชนในไทยที่หาซื้อรำข้าวได้ง่าย หากต้องการทำโปรเจกต์ "คันไร่สแตนดาร์ดแล็บ" (KSL) การนำแนวคิดความละเอียดแบบญี่ปุ่นไปผสมผสานก็น่าสนใจมาก