การเรียนรู้ธรรมชาติแห่งชีวิต
หลักการ รู้การเปลี่ยนแปลงรู้ความแตกต่างรู้ชีวิต
การเรียนรวงจรชีวิตของชีวภาพนั้นๆ ได้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างด้านรูปลักษณ์คุณสมบัติและพฤติกรรม แล้วนํามาเปรียบเทียบตนเองกับชีวภาพรอบกายเพื่อประยุกต์ใช้ในการ
๑. สัมผัสเรียนรู้วงจรชีวิตของชีวภาพ
๒. เปรียบเทยบการเปลี่ยนแปลงและความแตกต่าง
๑.๑ ศึกษาด้านรูปลักษณ์ได้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างด้านรูปลักษณ์
๑.๒ ศึกษาด้านคุณสมบัติได้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงและความแตกตางด้าน
คุณสมบัติ
๑.๓ ศึกษาด้านพฤติกรรม ได้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างด้านพฤติกรรม
๒.๑ รูปลักษณ์กับรูปกายตน
๒.๒ คณสมบัติกับสมรรถภาพของตน
๒.๓ พฤติกรรมกับจิตอารมณ์และพฤติกรรมของตน
๓. สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต
๔. สรุปแนวทางเพื่อนําไปสการประยุกต์ ใช้ในการดําเนนชีวิต
อธิบายลําดับการเรียนรู้
๑. สัมผัสเรียนรู้วงจรชีวิตของชีวภาพ
๑.๑ ศึกษาด้านรูปลักษณ์ได้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงและความแตกตางด้านรูปลักษณ์
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. พฤกษศาสตร์เช่น ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ข้อมูลลักษณะพรรณไม้
๒. ชีววิทยา เช่น วงจรชีวิต
๓. นิเวศวิทยา เช่น ข้อมูลถิ่นอาศัยดิน น้ําลม แสงแดด ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย
๔. สรีรวิทยา เช่น การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ การเจริญเติบโต การคายน้ํา การ
๕. เกษตร เช่น การปลูกการดูแลรักษา
๖. วิทยาศาสตร์ เช่น การสังเกต การบันทึก การเปรียบเทียบ
๗. ภาษา เช่น การเขียนบรรยาย
๘. สังคม เช่น พฤติกรรมการตอบสนองและแสดงออก
๙. ศิลปะเช่น การวาดภาพ การถ่ายภาพ
๒. ด้านภูมปิญญา
๑. การสร้างองค์ความรู้ขึ้นใหม่
๒.การจัดการชีวิตเข้าใจชีวติ
๓. คุณธรรมและจริยธรรม
๑. ความรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย
๒.ความซื่อตรง ในการศึกษาและรายงานผลที่ถูกต้องเป็นจริง
๓.ความมีระเบียบความรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน ในการปฏิบัติงาน
๔.ความอดทนต่อสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน เช่น อดทนต่อความร้อนของแสงแดด
สังเคราะห์แสง
หลักการ รู้ศักยภาพ รู้จินตนาการ รู้ประโยชน์
สาระการเรียนรู้
เรียนรู้การวเคราะห์ ศักยภาพของปัจจัยศึกษา จินตนาการเห็นคุณ สรรค์สร้างวิธีการ เพื่อประโยชน์แท้แก่มหาชน
ลําดับการเรียนรู้
๑. เรียนรู้การวเคราะห์ศักยภาพของปุจจัยศึกษา
๑.๑ พิจารณาศักยภาพด้านรูปลักษณ์
๑.๒ วเคราะห์ ศักยภาพด้านคุณสมบัติ
๑.๓ จินตนาการศักยภาพด้านพฤติกรรม
๒. เรียนรู้จินตนาการเหนคุณของศักยภาพ ของปัจจัยศึกษา
๒.๑ จินตนาการจากการวเคราะห์ศักยภาพ
๒.๒ เรียนรู้สรุปคุณของศักยภาพ ที่ได้จากจินตนาการ
๓. สรรค์สร้างวิธีการ
๓.๑ พิจารณาคุณที่เกดจากจินตนาการ
๓.๒ สร้างแนวคิดแนวทางวิธีการ
๔. สรุปผลการเรียนรู้ประโยชน์แทแก่มหาชน
อธิบายลําดับการเรียนรู้
ให้การสัมผัสปัจจัยการเรียนรู้โดยเยาวชน บนฐานของ สรรพชีวิต สรรพสิ่ง เกิดการเรียนรู้ รู้เล็ก ลึก ละเอียดในชีวิต เห็น ศักยภาพ ของสิ่งที่รู้ บนฐานของการรู้จริง เห็นคุณ อันก่อเกิดเป็นประโยชนแท้ แก่ตน สังคม และประเทศชาติ
ประโยชนแท้ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว พืชพรรณ ได้รับการอนุรักษ์ อย่างเห็นคุณ รู้ค่ารู้ใช้ประโยชน์อย่างระมัดระวัง รอบคอบ ด้วยสติ ปัญญาของเยาวชน ประโยชน์นั้นจึงจะสมบูรณ์ ยั่งยืน
๑. เรียนรู้การวิเคราะห์ศักยภาพของปัจจัยศึกษา
เรียนรู้ศักยภาพของปัจจัยศึกษา โดยมีการเรียนรู้ด้านรูปลักษณ์คณสมบัติพฤติกรรม
ผ่านอวัยวะสัมผัสทางตา หูจมูกลิ้น ผิวกาย ร่วมกับจิตที่แน่ว จรดจอ
๑.๑ พิจารณาศักยภาพด้านรูปลักษณ์
๑.๒ จินตนาการศักยภาพด้านคุณสมบัติ
๑.๓ วิเคราะหศักยภาพด้านพฤติกรรม (ผลการตอบสนองต่อปัจจัย)
๑. กําหนดปัจจัยเรียนรู้คือ พฤติกรรม(ผลการตอบสนองต่อปัจจัย)
๒. วิเคราะห์ศกยภาพของพฤติกรรม (ผลการตอบสนองต่อปัจจัย)
๒. เรียนรู้จินตนาการเห็นคณของศักยภาพ ของปัจจัยศึกษา
๒.๑ จินตนาการจากการวิเคราะห์ศักยภาพ
๒.๒ เรียนรู้ สรุปคุณของศักยภาพ ที่ได้ จากจินตนาการ
จินตนาการที่นําไปสู่การสร้างสรรค์สู่ทางที่ดีสรุปเป็นคุณแก่ตน สรรพสิ่งและประเทศชาติ
๓. สรรค์สร้างวิธีการ
๓.๑ พิจารณาคุณที่เกดจากจินตนาการ
๓.๒ สร้างแนวคิดแนวทางวิธีการ
๔. ทดลองใช้
ในแต่ละแนวทางให้แสดงวิธีการ ที่เป็นขั้นเป็นตอน จนเสร็จสิ้นกระบวนการผลิต
ออกมาได้ตามจินตนาการ สิ่งที่ผลิตออกมาสามารถนําไปใช้ใหเกิดประโยชน์ในวงกว้าง
๕. สรุปผลการเรียนรู้ประโยชน์แท้แก่มหาชน
การสรรค์สร้างวิธีการเรียนรประโยชน์แท้แก่มหาชน จะต้องมีคุณลักษณะทั้ง ๔ ประการ
ผลประโยชน์นั้น เมื่อเกดขิ นแล้ว สืบเนื่องยาวนานไม่รู้จบ
ผลประโยชน์นั้น เมื่อเกดขิ นแล้วขจัดความขาดแคลนทางกาย
ผลประโยชน์นั้น เมื่อเกดขิ นแล้ว บํารุงจตให้เบิกบาน
ผลประโยชน์นั้น เมื่อเกดขิ นแล้วตกอยู่กับมหาชนคนส่วนใหญ่
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. ด้านวิชาการ
๑.วิทยาศาสตร์ เช่น คิด วิเคราะห์เป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน เรียนรู้ด้านรูปลักษณ์
๒. สรีรวิทยา เช่น กลไกธรรมชาติ กระบวนการเปลี่ยนแปลง
๓. ภาษา เช่น การใช้คําในการสื่อสาร
๔. ศิลปะ เช่น การออกแบบ การวาดภาพ การแสดง
๕. สังคมศาสตร์ เช่น การทํางานร่วมกัน
๒. ด้านภูมิปัญญา
๑. การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า
๒. การจัดการชีวิตเข้าใจชีวิต
๓. การสรรค์สร้างสิ่งใหม่
๓. คุณธรรมและจริยธรรม
๑. ความละเอียดรอบคอบ
๒. ความเอาใจใสของผู้สอนต่อผู้เรียน
๓. ความรู้ ความเมตตา
๔. ความซื่อสัตย์
๕. ความรับผิดชอบ
สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว
รู้สัมพันธ์ รู้ผูกพัน รู้ดุลยภาพ
สาระการเรียนรู้
การวิเคราะห์องค์ความรู้ธรรมชาติของปัจจัยหลัก การเรียนรู้ธรรมชาติของปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
การเรียนรู้ธรรมชาติของความพันเกี่ยวระหว่างปัจจัย การวิเคราะห์สัมพันธภาพระหว่างปัจจัย
เพื่อเข้าใจดุลยภาพและความพันเกี่ยวของสรรพสิ่ง
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเรียนรู้นิเวศวิทยา และระบบนิเวศวิทยา
2. เพื่อเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
3. เพื่อเข้าใจดุลยภาพและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ด้านวิชาการ
1. พฤกษศาสตร์ เช่น รูปลักษณ์ของพืช ชื่อวิทยาศาสตร์ การจำแนกชนิด
2. สัตวศาสตร์ เช่น รูปลักษณ์ คุณสมบัติ และพฤติกรรมของสัตว์ ชื่อวิทยาศาสตร์ การจำแนกชนิด
3. จุลชีววิทยา เช่น สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก แบคทีเรีย เชื้อรา
4. ชีววิทยา เช่น วงจรชีวิต การเจริญเติบโต
5. ปฐพีวิทยา เช่น รูปลักษณ์ และคุณสมบัติของดิน
6. สังคมศาสตร์ เช่น ความสัมพันธ์ ความผูกพัน การอยู่ร่วมกัน การพึ่งพาอาศัยกัน
7. กีฏวิทยา เช่น ชนิดของแมลง วงจรชีวิต ช่วงเวลาที่เข้ามาสัมพันธ์ ความสัมพันธ์และพฤติกรรมของแมลง
8. นิเวศวิทยา เช่น ห่วงโซ่อาหาร ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย
ด้านภูมิปัญญา
1. การจัดการธรรมชาติให้สมดุล
2. การจัดการชีวิต เข้าใจชีวิต และอยู่กับธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม
คุณธรรมและจริยธรรม
1. มีความเมตตา กรุณา ไม่ทำร้ายทำลาย
2. ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย
3. ความซื่อตรง ในการศึกษาและรายงานผลที่ถูกต้องเป็นจริง
4. ความมีระเบียบความรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน
5. ความอดทนต่อสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน เช่น อดทนต่อความร้อนของแสงแดด
6. ความเพียรในการปฏิบัติงาน
7. มีความเอื้ออาทร เกื้อหนุน