โทโฮในยุคแรก (PC-98)
เรย์มุผู้สนใจอยากจะลองของและทดสอบพลังของตน ได้อ้างเหตุผลรั่วๆ มั่วปลดผนึกประตูสู่โลกปิศาจ และเข้าไปอาละวาดอย่างสนุกสนานในฐานะตัวเอก..
เรย์มุขึ้นเขาไปฝึกวิชา (หรืออู้งาน) แต่ไม่ทันไรก็ง่วงเลยกลับศาลเจ้า มาถึงก็เจอฝูงผีโขลงใหญ่ในศาลเจ้า เลยได้ออกไล่ล่ากันอีกครา แต่ว่าตัวเองยังบินไม่ได้ เลยต้องขี่เจ้าเต่าเกนจิอิ เพราะเจ้าเต่าซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของเรย์มุตัวนี้มีความสามารถพิเศษคือ : บินได้แล้วออกเดินทางจนได้ปะทะกับมาริสะและมิมะในที่สุด
จู่ๆก็มีโบราณสถานและป้ายประหลาดมาโผล่อยู่ข้างๆศาลเจ้าฮาคุเรย์ และบอกว่าจะมอบความสุขให้กับคนที่อยู่ที่นั้นเพียงคนเดียวเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เหล่าสาวน้อยจึงห้ำหั่นกัน เพื่อแย่งชิงสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะจริงหรือไม่ !
เรย์มุผู้กำลังเบื่อหน่ายที่ไม่มีอะไรสนุกๆให้ทำ (ไม่มีเรื่องวุ่นวายให้ถล่มเล่น) จู่ๆก็ถูกบุกถล่มศาลเจ้าจนอยู่เฉยไม่ได้ เธอจึงออกลาดตระเวนจนพบบริเวณที่น่าสงสัย และได้บุกเข้าถล่มมุเกนคัน (คฤหาสน์เพ้อฝัน) ของคาซามิ ยูกะ
เรย์มุรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น จึงสืบจนพบว่าปิศาจจำนวนมากที่ปรากฏตัวออกมาในช่วงนี้มีต้นตอมาจากถ้ำหลังศาลเจ้านี่เอง โดยมีประตูสู่โลกปิศาจถูกตั้งขึ้นในนั้น เรย์มุและสามมหาโหด มาริสะ มิมะ ยูกะ จึงบุกเข้าไปถล่มโลกปิศาจด้วยเหตุผลต่างๆกัน (ซึ่งก็ไม่ได้มีสาระเท่าไหร่ อย่างที่น่าจะเดากันได้)
หลังจากที่ภาค 5 จบลงเป็นเวลาถึง 4 ปี ในที่สุด โทโฮก็กลับมาอีกครั้ง !
โทโฮในยุคใหม่ (Windows)
หมอกปริศนาสีแดงเลือดปกคลุมไปทั่วทั้งเกนโซวเคียว ยังผลให้ความมืดมิดและหนาวเย็นเข้าครอบคลุมเกนโซวเคียวไปทั่ว ร้อนถึงมิโกะผู้ชื่นชอบการนั่งจิบชาที่เฉลียงของศาลเจ้า และเกลียดอากาศหนาวเป็นที่สุด ประจวบกับเธอกำลังเบื่อพอดีที่ช่วงนี้ไม่มีอะไรทำ (ไม่มีอะไรให้ยิงถล่มเล่น) มิโกะจึงออกบินไปตามทางที่สังหรณ์อันแม่นยำนำพาไป
เดือนพฤษภาคมแล้ว แต่ว่าฤดูหนาวยังคงอยู่ "อา-- หนาวจังเลยน้า---" หลุดออกมาจากปากมิโกะผู้เกลียดอากาศหนาวเป็นที่สุด เธอคิดว่าน่าจะมีอะไรสักอย่างเป็นสาเหตุของเหตุวิปลาสคราวนี้ (ถึงแม้ว่ามันจะนานไปหน่อยกว่าจะรู้ตัวก็เถอะ) เรย์มุจึงออกบินไปตามทางที่คิดว่าใช่ และมุ่งหน้าไปอย่างไร้ปรานีต่อทุกสิ่งที่น่าสงสัย ในขณะเดียวกัน มาริสะกำลังคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไปเล่นที่ศาลเจ้าไม่ได้ เธอพบว่ามีกลีบซากุระร่วงลงมา จึงนึกขึ้นได้ว่า นี่มันเดือนห้าแล้วนี่หว่า ที่ผ่านมามัวแต่หนาวจนไม่รู้ตัวเลย เธอจึงมุ่งหน้าไปยังทางที่ซากุระร่วงลงมา และหวังว่าจะเจอต้นตอที่นั่น
เนื่องด้วยความดังหลุดฉุดไม่อยู่ของโทโฮ ทำให้ค่ายเกมชื่อดัง Tasogare Frontier (Twilight Frontier) ซึ่งมีชื่อเสียงจากการสร้าง Eternal Fighter Zero สุดยอดเกมไฟท์ติ้งแห่ง Comic Marget สนใจที่สร้างโทโฮให้เป็นเกมไฟท์ติ้งสไตล์ดันมาคุขึ้น ในที่สุดก็เกิดความร่วมมือระหว่างค่าย กลายเป็นเกมไฟท์ติ้งสายพันธุ์ใหม่ที่มันส์ระเบิดเถิดเทิง ทั้งยังคงความเป็นโทโฮอยู่อย่างเต็มที่ และได้นักวาดชั้นเลิศอย่าง Alphes กับทีมสร้าง Pallette ระดับ TasoFro ทำให้ โทโฮซุยมุโซว ต้องตาทุกคนที่ได้เห็น แม้แต่คนที่ไม่เคยเล่นเกมแนวนี้ก็ตาม
เวลาผันผ่านไป แต่พระจันทร์นั้นไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับมนุษย์อาจเป็นเพียง 1 คืนที่ผ่านไปโดยไม่ทันสังเกต แต่ไม่ใช่สำหรับเหล่าโยวไคในเกนโซวเคียว จันทร์เพ็ญเป็นสิ่งที่พวกเขาเฝ้ารอคอยมาตลอดหนึ่งเดือน... ทว่า มันไม่มาถึงเสียที่ มีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว หากแต่เหล่ามนุษย์นั้นไม่ได้สนใจจะรู้ตัวกันเลย ยูคาริ ยูยูโกะ เรมิเลีย อลิส, 4 โยวไคผู้แข็งแกร่งสุดล้ำแห่งเกนโซวเคียว ผู้ซึ่งสังเกตเห็นและต้องการแก้ไขมันให้เป็นดังเดิมได้เลือกคู่ของตน แล้วฉุดกระชากลากถูไปกอบกู้เกนโซวเคียวแบบแทคทีม.... จันทร์กระจ่างฟ้าที่ถูกซ่อนในเรือนนิรันดร์ จะต้องนำกลับมาให้ทันก่อนรุ่งตะวันสาง การต่อสู้ที่มีพระจันทร์เป็นเดิมพัน และมีเวลาเป็นไม้ค้ำคอ จึงได้เริ่มต้นขึ้น
วันคืนอันสงบสุข(?)ของเกนโซวเคียวยังคงดำเนินไปตามปกติ หากแต่ครานี้ดอกไม้ต่างๆเบ่งบานมากมายเหลือเกิน ทั้งดอกไม้ในฤดู ดอกไม้นอกฤดู ดอกไม้หายาก ดอกไม้ประหลาด ล้วนแต่เบ่งบานขึ้นพร้อมเพรียงกัน และบานสะพรั่งไปทั่วทั้งเกนโซวเคียว
เรื่องราวของการเดินทางถ่ายภาพและสัมภาษณ์สาวๆทั่วเกนโซวเคียวของ ชาเมย์มารุ อายะ ควงกล้องคู่ใจ ใส่ฟิล์มทีละใบ ยิงแฟลชสลายกระสุน ลุ้นถ่ายโดนตัวบอส เพื่อเก็บภาพให้ได้ครบตามเป้า ชะตากรรมของหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษ อยู่ในกำมือของเราแล้ว !
ศาลเจ้าฮาคุเรย์เผชิญกับวิกฤตศรัทธา เหล่าโยวไคชื่นชอบมาอาศัยหลับนอน ผู้คนหวาดเกรง ไม่กล้ามาทำบุญ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจอศาลเจ้าจากโลกภายนอกบุกเข้าเกนโซวเคียว แถมยังสั่งมิโกะขาวแดงให้ปิดศาลเจ้า เพื่อหวังรวบรวมศรัทธาแต่เพียงผู้เดียว ! มิโกะขาวแดงผู้ไม่ย่อยอม ออกเดินทางเพื่อตามหาเทพเจ้ามาสถิตศาลเจ้า หวังกู้วิกฤตศรัทธา โดยหารู้ไม่ว่าปลายทางจะต้องเข้าปะทะกับเทพเจ้าจากโลกภายนอก ชะตากรรมของศาลเจ้าทั้งสองจะเป็นอย่างไร จักได้รู้กัน.....
หลังจากผ่านเหตุการณ์มิโกะบุกถล่มภูเขาโยวไคมาได้หนึ่งปี เกนโซวเคียวก็ต้องเผชิญหน้ากับเหตุวิปลาสครั้งใหม่ ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานโดยที่ไม่มีใครสนใจ แต่ละผู้แต่ละคนนั้นล้วนมีสภาพอากาศที่เข้ากับบุคลิกของตน รายล้อมรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา และยามที่คนมากกว่าหนึ่งเข้าใกล้กัน สภาพอากาศจะตีกันเองจนเกิดอากาศวิปริตแปรปรวนขึ้น ครั้นเมื่อมิโกะสังเกตเห็น เสียงแห่งการประกาศสงครามครั้งใหม่ก็ดังขึ้นมาจากปฐพี......เสียงของแผ่นดินไหวที่รุนแรงจนศาลเจ้าฮาคุเรย์ถึงกับพังพินาศ !
น้ำพุร้อนผุดขึ้นมาที่บริเวณใกล้ศาลเจ้า มิโกะเริงร่าเพราะว่ามีของดีไว้ใช้เรียกคนให้มาทำบุญ หากแต่หายนะที่มิโกะมองข้ามไปนั้นคือ เหล่าวิญญาณอาฆาตจากขุมนรก ที่ผุดขึ้นมาพร้อมกับน้ำพุร้อน เหล่าโยวไคไม่พลาดที่จะสังเกตเห็น จึงหมายมั่นจะทำการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับโลกใต้พิภพอย่างไร หากแต่โยวไคใต้พิภพนั้นมีสังคมที่ต่างไปจากโลกเหนือพิภพ เหล่าโยวไคจึงไม่ต้องการที่จะลงไปตรวจสอบเอง
เงาสีดำของเรือยักษ์ขนาดใหญ่บินไปมาอยู่เหนือน่านฟ้าเกนโซวเคียว ผู้คนร่ำลือกันว่ามันคือเรือสมบัติของเทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด ซึ่งหากผู้ใดได้ครอบครองจะสุขสบายไปตลอดชาติ มิโกะขาวแดง ใจหนึ่งก็หมายปองสมบัติ อีกใจหนึ่งก็เชื่อว่าเป็นฝีมือของโยวไค แม่มดขาวดำ ใจหนึ่งมุ่งหวังสมบัติ อีกใจหนึ่งก็เพียงอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น ไม่ได้ต้องการสมบัติ มิโกะเขียวฟ้า มาตามคำบอกของเทพเจ้าทั้งสอง
ทั้งที่เป็นฤดูร้อน แต่กลับมีสายหมอกยามเช้าหลงฤดูมาบดบังพระอาทิตย์จนท้องฟ้ามืดลงเล็กน้อย ครั้นเมื่อออกมาดู ก็พบเห็นเงารูปร่างมนุษย์ขนาดยักษ์ กำลังโยกเยกไปมาราวกับมีชีวิต พร้อมกับปล่อยไอน้ำอุ่นๆที่น่าขยะแขยงออกมา มันคอยมองภูเขาโยวไค และหมู่บ้านมนุษย์อยู่เป็นครั้งคราว จากนั้นสักครู่หนึ่งก็ถูกหมอกปกคลุมแล้วหายตัวไปอย่างเงียบงัน เหล่าผู้สงสัยใคร่รู้ จึงออกเดินทางค้นหาความจริง !
เรื่องราวการเดินทางหาข้อมูลและภาพถ่ายเพื่อทำหนังสือพิมพ์ของเทนกุนักข่าวสาว ชาเมย์มารุ อายะ ทว่าคราวนี้มีคู่ปรับปรากฏตัว เป็นเทนกุสาวอีกหนึ่งอนงค์ นามว่า ฮิเมะไคโดว ฮาตาเตะ การแข่งขันระหว่างทั้งคู่จะเป็นเช่นไร !?
เรื่องราวสืบเนื่องจากตอนแถมพิเศษท้ายรวมเล่ม 2 ของมังกะสามภูตจันทราแห่งตะวันออก ภาค 2 เหล่าสามภูตได้ทำลายบ้านของใครบางคน และปักธงที่มีรูปของพวกตนเอาไว้ ปรากฏว่าเจ้าของบ้านคือชิลโน่ ซึ่งจำหน้าพวกเธอได้ ชิลโน่จึงประกาศสงคราม และก่อให้เกิดเรื่องราวในภาคนี้ขึ้น
พอเห็นว่ามีวิญญาณมากหน้าหลายตาผุดออกมาโดยทั่ว, ปรากฏว่ามันคือสิ่งที่เรียกว่า ชินเรย์ (วิญญาณเทพ) ต่างหาก เหล่าสาวน้อยจึงออกเดินทางเพื่อค้นหาความจริงของเหตุวิปลาสครั้งนี้ เมื่อเกี่ยวข้องกับวิญญาณ ก็ต้องสงสัยโลกวิญญาณเป็นอันดับแรก แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ที่นี่
เหตุการณ์วุ่นวายหลายครั้งทำให้จิตใจของผู้คนยุ่งเหยิงปั่นป่วน เหล่านักศาสนาต้องการควบคุมจิตใจของผู้คนซึ่งกำลังยุ่งเหยิง เพราะนอกจากเป็นการช่วยนำความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่สังคมแล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้รวบรวมศรัทธามาสู่พวกตนในเวลาเดียวกัน พระสงฆ์ผู้ก่อตั้งวัดในเกนโซวเคียว
อาวุธของตัวเอกแต่ละคน เรย์มุ มาริสะ และซาคุยะ เริ่มเคลื่อนไหวขึ้นมาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ ในเวลาเดียวกัน เหล่าโยวไคที่น่าจะทำตัวเรียบร้อยต่างเริ่มออกอาละวาดจนเกิดกลายเป็นเรื่องใหญ่ ตัวเอกจึงต้องออกเดินทางเพื่อสืบหาสาเหตุและคลี่คลายเหตุวิปลาสนี้เช่นเคย
อามาโนะจาคุ นามว่า คิจิ เซย์จา ยังไม่ยอมแพ้จากการต่อสู้ในภาคที่แล้ว จึงลักขโมยไอเทมจากผู้อื่นมาดำเนินแผนการใหม่ แต่แผนการใหม่ของเธอถูกล่วงรู้ได้โดยไม่ทราบสาเหตุ เธอเลยถูกไล่ล่าในฐานะกบฎผู้วางแผนพลิกสังคมเกนโซวเคียวให้กลับหัวกลับหาง
เรื่องเล่าสยองขวัญที่เรียกกันว่า ตำนานเมือง และลูกบอลปริศนากำลังแพร่ระบาดไปในเกนโซวเคียว ว่ากันว่า หากผู้ใดรวบรวมลูกบอลครบ 7 ลูก ความปรารถนาจะกลายเป็นจริง แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นแผนการของใครบางคน แผนการของเธอทำให้เกนโซวเคียวตกอยู่ในอันตราย แต่เธอกลับโดนซ้อนแผนโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกนโซวเคียวยิ่งวิกฤติหนักกว่าเดิม !
นครจันทราโดนรุกรานด้วยกลยุทธ์ที่ไม่อาจต้านทาน จึงวางแผนชำระล้างเกนโซวเคียวเพื่อทำการย้ายนคร ! ตัวเอกเลยต้องออกเดินทางถล่มหน่วยสำรวจของนครจันทราแล้วบุกไปยังนครจันทราเพื่อยุติเหตุการณ์นี้ แต่เมื่อได้รู้ความจริงเกี่ยวกับการย้ายนครและการรุกราน เรื่องกลับกลายเป็นว่ามีเพียงตัวเอกเท่านั้นที่สามารถแก้ปัญหาได้