ช่วงปลายยุค 90s Konami พยายามย่อประสบการณ์ของเกมอาร์เคด Beatmania ลงมาอยู่ในเครื่องพกพาขนาดเล็กชื่อ Beatmania Pocket เครื่องเล่นที่มีปุ่มและ Turntable จำลองแบบย่อส่วน ให้ผู้เล่นสามารถเล่นเพลงจาก Beatmania ได้ทุกที่
แม้ฮาร์ดแวร์จะเล็กกว่าตู้เกมอาร์เคดมาก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Konami เลือกนำเพลงสำคัญจากยุคแรกของ Beatmania มาแปลง (Port) ลงเครื่องแทบทั้งหมด ทำให้ Beatmania Pocket กลายเป็นเหมือนแคปซูลเวลาของวัฒนธรรม Bemani ยุคบุกเบิก
หนึ่งในเพลงที่สำคัญที่สุดของทั้งซีรีส์ Beatmania
เพลงนี้แต่งโดย DJ nagureo หรือ Reo Nagumo และชื่อเพลงมาจากวันเกิดของเขา คือวันที่ 20 พฤศจิกายน เพลงแนว House นี้ปรากฏมาตั้งแต่ Beatmania ภาคแรก และกลายเป็นเพลงประจำซีรีส์ในเวลาต่อมา (Beatmania)
สำหรับเวอร์ชัน Beatmania Pocket เพลงถูกพอร์ตมาจากยุค 1stMIX โดยลดรายละเอียดของเสียงและโน้ตบางส่วนให้เหมาะกับฮาร์ดแวร์พกพา แต่ยังคง Groove และบรรยากาศคลับแบบต้นฉบับเอาไว้ได้อย่างชัดเจน
หลายคนมองว่า ถ้าจะมีเพลงหนึ่งที่แทนคำว่า "Beatmania" ได้ เพลงนั้นก็คือ 20, November
DJ BATTLE เป็นหนึ่งในเพลงดั้งเดิมที่สุดของ Beatmania ยุคแรก
ตัวเพลงได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม Hip-Hop DJ Battle ในยุค 90s ที่ DJ แข่งขันกันด้วยการ Scratch แผ่นเสียงและเล่นจังหวะสด ๆ
แม้เพลงนี้จะไม่ได้โด่งดังเท่า 20, November แต่ถือเป็นตัวแทนของแนวคิดดั้งเดิมของ Beatmania ได้ดีที่สุด เพราะในยุคนั้นเกมยังถูกออกแบบให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังเป็น DJ จริง มากกว่าจะเป็นเกมกดโน้ตแบบที่เห็นในปัจจุบัน
บน Beatmania Pocket เพลงนี้ถูกย่อให้กระชับขึ้น แต่ยังรักษาเอกลักษณ์ของการ Scratch และจังหวะแบบ Battle เอาไว้ครบถ้วน
เพลง Ballade และ Soul ที่โดดเด่นที่สุดเพลงหนึ่งจาก Beatmania 2ndMIX (Beatmania)
ในช่วงเวลาที่ Beatmania เต็มไปด้วย House, Techno และ Rave เพลงนี้กลับเลือกใช้จังหวะช้ากว่าและเน้นบรรยากาศอบอุ่น ทำให้แตกต่างจากเพลงอื่นอย่างชัดเจน
เนื้อร้องและเสียงร้องมีความเป็น R&B ยุค 90s สูงมาก และในเวลาต่อมายังมีเวอร์ชันรีมิกซ์และเวอร์ชันขยายความยาวออกมาหลายแบบ (Beatmania)
การพอร์ตลง Beatmania Pocket ถือว่าน่าสนใจ เพราะเพลงประเภท Ballade มักสูญเสียเสน่ห์เมื่อถูกบีบคุณภาพเสียง แต่ Do You Love Me? ยังคงรักษาอารมณ์นุ่ม ๆ ของต้นฉบับเอาไว้ได้ดี
เพลงนี้เป็นตัวอย่างแรก ๆ ของการนำทรัพย์สินจากเกม Konami อื่นมาสร้างเป็นเพลง Bemani
ต้นกำเนิดของเพลงมาจากเกมยิงยานชื่อ Salamander หรือ Life Force โดยมีการนำเสียงและเมโลดี้บางส่วนจากเกมดังกล่าวมาสร้างใหม่เป็นเพลงคลับสไตล์ Breakbeat และ Techno (Beatmania)
ในยุคนั้น การนำเพลงจากเกมยิงยานมารีมิกซ์เป็นเพลงเต้นถือว่าแปลกใหม่มาก และช่วยสร้างภาพลักษณ์ว่า Beatmania เป็นพื้นที่ทดลองทางดนตรีของ Konami
เวอร์ชัน Beatmania Pocket ยังคงเก็บ Sample สำคัญของต้นฉบับไว้ ทำให้แฟนเกม Salamander สามารถจำได้ทันทีตั้งแต่ช่วงเปิดเพลง
เพลง Ska ระดับตำนานจากวง THE BALD HEADS ที่ปรากฏใน Beatmania 2ndMIX (Beatmania)
ในขณะที่เพลงส่วนใหญ่ของ Beatmania ยุคนั้นเน้น House หรือ Techno แต่ SKA a GO GO กลับเลือกใช้แนว Ska ซึ่งมีรากฐานมาจากดนตรีจาเมกา
ผลลัพธ์คือเพลงที่เต็มไปด้วยพลัง เครื่องเป่า และจังหวะกระโดดที่สนุกมาก
เพลงนี้ยังเป็นหนึ่งในเพลงที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากของยุค 5-key เพราะมีจังหวะที่รวดเร็วและต้องกดต่อเนื่องตลอดเพลง
เมื่อถูกพอร์ตลง Beatmania Pocket เพลงนี้ยังคงเป็นเพลงที่เล่นสนุกที่สุดเพลงหนึ่ง และมักเป็นเพลงที่ผู้เล่นจำได้ทันทีเมื่อได้ยินอินโทร
อีกหนึ่งเพลงคลาสสิกของ DJ nagureo และเป็นรากฐานของภาพลักษณ์ Beatmania ยุคแรก (Beatmania)
ชื่อเพลงสะท้อนแนวคิดของ Beatmania ในเวลานั้นอย่างชัดเจน
"ไม่ใช่แค่กดโน้ตให้ถูก แต่ต้องรู้สึกถึง Groove ของเพลง"
ตัวเพลงได้รับอิทธิพลจาก House และ Hip-Hop Club Scene ในยุค 90s อย่างเต็มที่ และต่อมาได้มีเวอร์ชันรีมิกซ์ชื่อ Triple Mazin Dub ใน Beatmania 2ndMIX (Beatmania)
สำหรับ Beatmania Pocket เพลงนี้ถือเป็นตัวแทนของ Beatmania ยุคบุกเบิกได้ดีที่สุด เพราะทั้งจังหวะ เสียงร้อง และโครงสร้างเพลง ล้วนสะท้อนความเป็น "DJ Game" แบบดั้งเดิมก่อนยุค IIDX
ถ้ามองย้อนกลับไป เพลงใน Beatmania Pocket ไม่ได้เป็นแค่รายชื่อเพลงเก่า ๆ ที่ถูกย่อมาจากอาร์เคด
แต่เป็นภาพสะท้อนของยุคที่ Beatmania ยังได้รับอิทธิพลโดยตรงจาก Club Culture, House, Hip-Hop, Ska และ Techno ในโลกจริง
ก่อนที่ซีรีส์ Bemani จะพัฒนาไปสู่ Trance, Hardcore, J-Core และสไตล์อนิเมะในยุคหลัง
นั่นทำให้ Beatmania Pocket กลายเป็นมากกว่าเครื่องเล่นพกพา แต่เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กของ Beatmania ยุคแรก ที่เก็บเพลงระดับตำนานเอาไว้ในรูปแบบที่พกติดตัวได้ตลอดเวลา