วิถี ฅนทำพลอย
กว่าจะมาเป็นพลอยที่มีเหลี่ยมมีเงา นำมาประดับเรือนร่างได้อย่างงดงามนั้น แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นแค่วัตถุธาตุตามธรรมชาติ ผู้คนเดินผ่านจับฉวยเล่นก็ไม่เห็นค่าแต่ประการใด แต่นานไป พลอยอัญมณีกับมีราคามีคุณค่าที่ผู้คนตามหานำมาทำเครื่องประดับอันสวยงาม มีการตกลงราคากันแบบพ่อค้า เมื่อใจเริ่มตรงกันก็มีการซื้อขาย เรื่องราคาหากห่างกันเกินไปย่อมมีการต่อรอง นี่คือธรรมชาติของอาชีพคนทำพลอย
การซื้อขายพลอยไม่ได้ทำกำไรมากมายนักเมื่อคิดเป็นอัตราส่วนการลงทุนต่อผลตอบแทนที่ได้รับ หรือคาดว่าจะได้รับ นั่นเพราะเป็นการซื้อมาแล้วจัดหมู่ขาย ยังไม่มีการแปลงสภาพเป็นของสวยงามเลย จึงมีพ่อค้าพลอยก้อนบางส่วนที่นำพลอยก้อนมาแบ่งทำเป็นพลอยสำเร็จหรือพลอยที่เจียระไนแล้วนั่นเอง
การทำพลอยให้ออกมาสวยงามไม่ง่ายและไม่ยากเกินความสามารถของช่างฝีมือคนไทย ต้องมีการฝึกปรือฝีมือให้เกิดความชำนิชำนาญ การปรับปรุงคุณภาพของพลอยก้อนให้มีสีสวยเนื้อใสกันเสียก่อน เช่น ทับทิม ไพลิน บุษราคัม เขียวส่อง และพลอยตระกูลแซฟไฟร์ ทั้งหมดจัดอยู่ในตระกูล “คอรันดัม” พลอยตระกูลนี้มีความแข็งระดับ 9 โมห์สเกล เป็นรองแต่เพียงเพชรเท่านั้น คนทำพลอยพ่อค้าพลอยนิยมเรียกกันว่า “พลอยเนื้อแข็ง” นอกนั้นพลอยชนิดอื่น (ยกเว้นเพชร) บรรดาพ่อค้าพลอยเค้าจะเรียกว่า “พลอยเนื้ออ่อน” ทั้งหมด
สำหรับอาชีพช่างทำพลอยนั้น เป็นอาชีพที่จะว่าสบายๆ ก็ไม่ได้ เพราะต้องใช้ความแม่นยำ ความอดทน ความประณีต และใช้สมาธิกับสายตาเป็นอย่างมาก ถึงไม่ต้องไปออกแดด ทำงานแบกหาม รายได้จากฝีมือเข้าขั้นก็เดือนละสามหมื่นถึงห้าหมื่นได้ เอากลางๆ ก็สองหมื่นสบายๆ ขออย่างเดียวมีความซื่อสัตย์ก็ไปได้กันยาวๆ เรื่องของฝีมือมันพัฒนากันได้ตามความใส่ใจ ถ้าเถ้าแก่เจ้าของพลอยยอมให้งานที่สำคัญกับช่างที่ซื่อสัตย์และมีฝีมือ แน่นอนว่าค่าแรงจะให้แพงพิเศษ
“ส่วนมากช่างทำพลอยในเมืองจันท์ไม่ใช่คนจันท์ แต่มาจากภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่”
พูดถึงการเผาพลอยทับทิม มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ผลตามความต้องการ ไม่ใช่เพราะสูตรการเผาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยและต้องผ่านการคัดเกรด ว่าจะเข้าเตาต่อหรือส่งให้ช่างทำงานกันได้เลย ถ้าเจ้าของพลอยคิดว่าเผาซ้ำอีกแล้วจะงามขึ้นก็เอาเข้าเตาต่ออีก แต่ถ้าคิดว่าความงามจะไม่มากไปกว่านี้แล้วก็คัดแยกออกเป็นส่วนๆ ให้ช่างทำงานกันต่อไป
การเจียระไนพลอยจะมี สามขั้นตอนหลัก คือ โกลน แต่ง และจี้หรือจิ้ม เรียกตามประสาคนทำพลอย ถ้าให้อธิบายความตามศัพท์แต่ละขั้นตอนคือ
การโกลนพลอย คือ การขึ้นรูปร่างของพลอย พลอยก้อนย่อมมีเหลี่ยมมีมุม มีเนื้อพลอยที่ไม่งามตามประสาพลอยแท้จากธรรมชาติ แล้วค่านิยมของคนรักพลอยที่มีกันมาก็ชอบรูปทรงเรขาคณิต อย่างรูปไข่ รูปกลม รูปสี่เหลี่ยม ในกระบวนการขั้นตอนการโกลนพลอยนี้ช่างผู้โกลนจะนำพลอยก้อนมาถูกับหินโกลนพลอยที่หมุนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อนำเนื้อพลอยส่วนที่ไม่ต้องการออกไป และทำพลอยจากก้อนหินสีให้มีรูปร่างคร่าวๆและส่งงานต่อให้ช่างแต่งพลอย
การแต่งพลอย คือ การนำพลอยที่ได้จากการโกลนมาจนมีรูปร่างแบบคร่าวๆ มาทำให้มีรูปร่างที่เกลี้ยงเกลา พร้อมจะสร้างเหลี่ยมเงาให้แก่พลอย ในขั้นตอนนี้ ช่างแต่งพลอยจะนำพลอยมาติดกับไม้ทวน ซึ่งทำด้วยไม้หรือโลหะ เมื่อนำพลอยติดไม้ทวนแล้วก็นำไปขัดเกลาส่วนที่มีเหลี่ยมมีสันและยังไม่เป็นรูปร่างด้วยหินแต่งพลอยซึ่งมีความละเอียดมากว่าหินโกลนพลอย
การจี้พลอย หรือจิ้มพลอย คือ การเจียระไนพลอย ให้มีเหลี่ยมมีเงา คนทำพลอยที่จันท์เค้าเรียกกันแบบนี้ เค้าไม่เรียกช่างเจียกันนะ เค้ารับสมัคร ช่างจี้พลอยจะเป็นช่างคนสุดท้ายที่จะทำพลอยให้มีเหลี่ยมมีเงาอย่างสวยงาม และพร้อมที่จะนำไปใช้งาน
ทั้งสามกระบวนการ ราคาช่างนั้นก็แตกต่างกันไป และจำนวนช่างทำพลอยที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนก็ไม่เท่ากัน นั่นคือช่างโกลนพลอยใช้จำนวนคนน้อยที่สุด เพราะทำงานออกมาต่อคนต่อวันได้มากที่สุดในบรรดาสามช่าง รองมาก็ช่างแต่งพลอย และที่ต้องมีเยอะที่สุดคือช่างจี้พลอย ทั้งสามกระบวนการนี้ย่อมมีพลอยที่เสียหายในแต่ละขั้นตอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของพลอยหรือเถ้าแก่ว่าจะนำมาแก้ไขอย่างไรต่อไป ที่บรรยายถึงกระบวนการทำงานกว่าจะได้พลอยสวยๆ ให้เหล่านักสะสมนิยมพลอยแท้ได้รู้ถึงคุณค่าและราคาคู่ควรแก่การครอบครอง
เรียบเรียง เขียนโดย นายศุภชัย สุดประเสริฐ
ภาพถ่าย/ภาพประกอบ ข้อมูล :
https://poolkead555.wordpress.com
https://www.gemgemsjewelry.com