โครงการคลังความรู้ เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Thailand Soft Power Portal) เป็นโครงการที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และมุ่งเน้นในการพัฒนาประชาชนเป็นสำคัญ ในด้านที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อพัฒนาบุคลากรในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เก็บความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ในชุมชน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โครงการคลังความรู้ เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Thailand Soft Power Portal) ดำเนินการตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Any Where Any Time) โดยจัดทำชุดองค์ความรู้ชุมชนประจำจังหวัด เนื้อหาที่ดำเนินการเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และกิจกรรมรักการอ่าน เกิดความภาคภูมิใจและสำนึกรักในสิ่งที่ชุมชนมี อาทิ ประวัติศาสตร์, ความเป็นมา, ประเพณี, วัฒนธรรม, สถานที่สำคัญ และภูมิปัญญาในชุมชน เป็นต้น ในการพัฒนาครั้งนี้ได้นำหลักการบางประการของ SLK (Self Learning Kit) มาใช้ในการดำเนินการในรูปแบบของ Text Book Plus และ Web Book เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้หลากหลายช่องทาง
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดลำปาง จึงได้ดำเนินการการพัฒนาและจัดทำชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning Kit) ชุดนี้ ภายใต้โครงการคลังความรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Thailand Soft Power Portal) ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดลำปาง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมา, ประเพณี, วัฒนธรรม, สถานที่สำคัญ และภูมิปัญญาในชุมชน ของจังหวัดลำปาง ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Any Where Any Time)
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดลำปาง ขอขอบคุณผู้จัดทำจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอรวมถึงศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลและภาคีเครือข่าย ที่ได้ร่วมกันจัดทำชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Learning Kit) ชุดนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี สามารถนำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะของกลุ่มเป้าหมายและเป็นประโยชน์แก่จัดการศึกษา การจัดทำข้อมูลชุมชน นำไปสู่การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Thailand Soft Power Portal) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์, ความเป็นมา, ประเพณี, วัฒนธรรม, สถานที่สำคัญ และภูมิปัญญาในชุมชน ของจังหวัดลำปาง ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
กลุ่มเป้าหมายสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Any Where Any Time) นำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะของกลุ่มเป้าหมายและเป็นประโยชน์แก่จัดการศึกษา การจัดทำข้อมูลชุมชน นำไปสู่การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เรียน สกร.
ประชาชนทั่วไปที่ต้องการศึกษาเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับจังหวัดลำปางด้วยตนเอง
จำนวน 40 ชั่วโมง (1 หน่วยกิต)
บริบทจังหวัดลำปาง
รอยเลื่อนแห่งกาลเวลา ประวัติศาสตร์ลำปาง
เสียงกุบกับที่คุ้นเคย: เสน่ห์ที่ไม่เสื่อมคลายของรถม้าลำปาง
จากดินขาวสู่ตราไก่
ขุดค้น เรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ)
เปิดหน้าต่างกาลเวลา ณ บ้านป่องนัก
แก้ววิเศษ...ขุมทรัพย์ที่มีชีวิตของคนลำปาง
มนต์เสน่ห์สีแดงแห่งภูมิปัญญาละกอน
เมื่อพุทธศิลป์ล้านนาพบความงามสไตล์ญี่ปุ่น
แจ้ซ้อน: เมื่อไอน้ำร้อน สบตาสายน้ำเย็น
ห้องเรียนงาช้าง
ย้อนรอยกองต้า: เดินดินศิลป์ กลิ่นอายล้านนา
จังหวะแห่งศรัทธา ตำนานก๋องปู่จาเมืองลำปาง
สะเปา – การเดินทางของแสงสว่างและสายน้ำ
ส่อง “เงาพระธาตุ” สัมผัสปาฏิหาร์ย์แห่งแสงและศรัทธา
พยัตธาตุวิจิตร: ยลศิลป์พม่า เล่าตำนานล้านนา ณ วัดพระแก้วดอนเต้า
วิหารพระเจ้าพันองค์: พุทธศิลป์รางวัลโลกแห่งเขลางค์นคร
คมดาบแห่งศรัทธา หนานทิพย์ช้างกับชัยชนะ ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง
รอยหัตถ์พระแม่เจ้า สู่รอยเท้าพระบุตร อนันตยศผู้สืบสานอาณาจักร
มนต์ขลังแห่งความเรียบง่ายและศรัทธาที่บริสุทธิ์ หลวงพ่อเกษม เขมโก
ยำปลาแห้ง: รสชาติแห่งภูมิปัญญาและวิถีลุ่มน้ำวัง
จิ้นแดงเมืองละกอน
ข้าวแต๋นน้ำแตงโม - อัญมณีกินได้แห่งเมืองลำปาง
Text Book
Web Book
สื่อวีดิทัศน์
การจัดการเรียนรู้ของหลักสูตรมีขั้นตอน ดังนี้
ศึกษารายละเอียดของหลักสูตร
ปฏิบัติตามขั้นตอนการเรียนรู้ ดังนี้
3.1 ทำแบบประเมินตนเองก่อนเรียนเพื่อประเมินพื้นฐานความรู้
3.2 ศึกษาบทเรียนออนไลน์ บางบทเรียนจะมี Video Clip เนื้อหาและสื่อประกอบอื่น ๆ
3.3 ทำกิจกรรมตามหน่วยการเรียนรู้
3.4 ทำแบบประเมินตนเองหลังเรียน เพื่อประเมินพัฒนาการเรียนรู้
ทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้
สำหรับกลุ่มเป้าหมายการเรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องได้รับเกียรติบัตร ในเรื่องที่ตนเองสนใจ
สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเทียบโอนหน่วยกิต ต้องได้รับคะแนนมากกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไป
เหมืองถ่านหินลิกไนต์ที่อำเภอแม่เมาะ
ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าที่สำคัญของภาคเหนือ
รถม้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์และสัญลักษณ์สำคัญด้าน
การท่องเที่ยวที่อยู่คู่เมืองลำปางมาอย่างยาวนาน
อุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา เซรามิก และ “ชามตราไก่”
ที่มีชื่อเสียงและเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของประเทศ
วัดพระธาตุลำปางหลวง ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง
ที่มีสถาปัตยกรรมล้านนาที่งดงาม
ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (เดิมคือโรงเรียนฝึกช้างแห่งแรกของโลก) ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลและอนุรักษ์ช้างที่มีชื่อเสียงระดับโลก
🐔ไก่ขาว หมายถึง ไก่เผือก เป็นสัญลักษณ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยเมืองกุกกุฏนคร (ตำนานเมืองลำปาง) และได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญ โดยปรากฏเครื่องหมายไก่เผือกคู่กับดวงตราแผ่นดินในศาลากลางเมืองลำปาง ตั้งแต่สมัยเริ่มเปลี่ยนที่
ทำการเมืองจาก “เค้าสนามหลวง” เป็นศาลากลางเมืองนครลำปางขึ้นในสมัยเริ่มสร้างศาลากลางหลังแรก เมื่อปี พ.ศ.2452
🛕ซุ้มมณฑปพระธาตุลำปางหลวง หมายถึง ซุ้มมณฑปที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นศิลปกรรมล้านนาที่งดงามมาก วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปาง มีองค์พระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก
เป็นธงสีเขียวมรกตสีเดียว กลางธงเป็นตราดวงรูปประจำจังหวัดลำปาง
กระเจา หรือ ขะจาว
ต้นขะจาว (หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ต้นกระเจา หรือ กระเชา) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Holoptelea integrifolia โดยเป็นไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด และเป็นพืชยืนต้นที่มีความผูกพันกับตำนานท้องถิ่นของเมืองลำปางอย่างยาวนาน
ลักษณะเด่นของต้นขะจาว เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ผลัดใบ เปลือกสีเทาอมน้ำตาล ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกมีขนาดเล็กออกเป็นกระจุก และมีผลแบนกลมคล้ายปีก ซึ่งในตำนานพระธาตุลำปางหลวง มีเรื่องเล่าว่าชาวลัวะได้นำกิ่งของต้นขะจาวมาทำเป็นไม้คานหาบพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง จึงทำให้ต้นไม้ชนิดนี้ได้รับการเคารพและถือเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์คุณสมบัติไม้: เนื้อไม้ขะจาวมีความเหนียวและแข็งแรง ทนทาน นิยมนำมาใช้ทำเครื่องมือเครื่องใช้และงานก่อสร้างต่างๆ
ดอกธรรมรักษา
ดอกไม้ประจำจังหวัดลำปาง คือ ดอกธรรมรักษา (Heliconia) มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกอวบน้ำคล้ายต้นกล้วย ช่อดอกจะตั้งขึ้นหรือห้อยลงแล้วแต่สายพันธุ์ โดยมีกลีบประดับสีสันสดใส เช่น สีส้ม แดง เหลือง และชมพู ซึ่งสื่อถึงความ
สง่างาม
ไก่เผือก เป็นสัญลักษณ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยเมืองกุกกุฏนคร (ตำนานเมืองลำปาง) และได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญ โดยปรากฏเครื่องหมายไก่เผือกคู่กับดวงตราแผ่นดินในศาลากลางเมืองลำปาง ตั้งแต่สมัยเริ่มเปลี่ยนที่ทำการเมืองจาก “เค้าสนามหลวง” เป็นศาลากลางเมืองนครลำปางขึ้นในสมัยเริ่มสร้างศาลากลางหลังแรก เมื่อปี พ.ศ.2452
เป็นเพลงที่อาจารย์ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัย ประพันธ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2510 เนื้อเพลงได้กล่าวถึงความอาลัยอาวรณ์ถึงเมืองลำปาง และบรรยายบรรยากาศของวิถีชีวิตของผู้คนเมืองลำปางได้อย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนความงดงามของเมืองลำปางได้เป็นอย่างดี โดยมีการประดิษฐ์ท่ารำประกอบเพลงจำนวน 2 ชุด ชุดแรกประดิษฐ์โดยอาจารย์ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัย และชุดที่สองโดยอาจารย์สามปอยดง เครือนันตา ซึ่งเป็นที่นิยมใช้สำหรับการแสดงในงานสำคัญต่างๆ ของจังหวัดลำปาง
เป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดความวิจิตรบรรจงของพุทธศิลป์และประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองลำปางผ่านท่วงทำนองที่อ่อนช้อยสะกดใจ เนื้อหาของเพลงมุ่งเน้นการพรรณนาถึงความสง่างามของพระธาตุลำปางหลวงที่เป็นศูนย์รวมศรัทธา และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเขลางค์นครที่เปี่ยมด้วยความสงบและเรียบง่าย บทเพลงนี้เปรียบเสมือนจดหมายเหตุทางวัฒนธรรมที่ชูโรงเรื่อง Soft Power ของท้องถิ่น ทั้งความงามของธรรมชาติ สถาปัตยกรรมไม้สัก และประเพณีที่สืบทอดกันมานานนับพันปี การรับฟังเพลงนี้จึงไม่ใช่เพียงการหาความสุนทรีย์ แต่เป็นการสร้างความภาคภูมิใจและสำนึกรักในมาตุภูมิ สอดคล้องกับหัวใจของหลักสูตร "ลำปาง นครแห่งความสุข" ที่มุ่งหวังให้คนรุ่นหลังตระหนักในคุณค่าและร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางปัญญาของบรรพบุรุษให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน
เป็นบทเพลงประชาสัมพันธ์จังหวัดที่ถ่ายทอดเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองรถม้าผ่านน้ำเสียงหวานใสและท่วงทำนองล้านนาร่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น เนื้อหาของเพลงมุ่งเน้นการพรรณนาถึงความงดงามของสถานที่สำคัญที่เป็นหัวใจของชาวลำปาง เช่น วัดพระธาตุลำปางหลวง หลวงพ่อเกษม เขมโก และวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำวังที่สงบเรียบง่าย บทเพลงนี้เปรียบเสมือนตัวแทนน้ำใจของชาวลำปางที่พร้อมเปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มและความจริงใจ สะท้อนถึงนิยามของ "นครแห่งความสุข" ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานเข้ากับความสุขในปัจจุบันได้อย่างลงตัว การหยิบยกเพลงนี้มาใช้ในหลักสูตรจึงเป็นการสร้างสุนทรียภาพควบคู่ไปกับการปลูกฝังจิตสำนึกรักบ้านเกิด สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นความภาคภูมิใจใน Soft Power และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
จังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดที่มีอายุเก่าแก่ไม่น้อยกว่า 1,300 ปี มีชื่อเรียกขานกันหลายชื่อ ซึ่งปรากฏหลักฐานตามตำนานต่าง ๆ รวม 11 ชื่อ ได้แก่ กุกกุฏนคร ลัมภกับปะนคร ศรีนครชัย นครเวียงคอกวัว เวียงดิน เขลางค์นคร นครลำปางคำเขลางค์ อาลัมภางค์ เมืองลคร และเมืองนครลำปาง จากการที่เรียกขานกันว่า “กุกกุฏนคร” แปลว่าเมืองไก่
📝สมญานาม/ชื่อเรียกขานปัจจุบัน
เมืองรถม้า สัญลักษณ์และเสน่ห์การท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์
เขลางค์นคร ชื่อเมืองดั้งเดิมที่มักใช้เรียกในเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
เมืองไก่ขาว/กุกกุฏนคร ตามตำนานที่ว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงลำปาง แล้วท้าวสักกะเทวราชจำแลงเป็นไก่เผือกขันเพื่อปลุกชาวเมือง
เมืองแห่งความสุข จากวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเมืองที่น่าอยู่
ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ การคมนาคม
🐔จังหวัดลำปาง หรือที่รู้จักกันในนามประวัติศาสตร์ว่า "เมืองเขลางค์นคร" เป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ตั้งอยู่บนพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์นั่นคือลักษณะ "แอ่งกระทะ" (Lampang Basin) ที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยมีทิวเขาสูงโอบล้อมทั้ง 4 ทิศ และมี แม่น้ำวัง ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาผีปันน้ำไหลพาดผ่านใจกลางเมือง เปรียบเสมือนสายเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทั้งภาคเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภคของชาวลำปางมาอย่างยาวนาน
🏞️ภูมิศาสตร์และการปกครอง
ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 12,533.96 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 10 ของประเทศ ลำปางมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดสำคัญรอบทิศทาง ทั้งเชียงราย พะเยา แพร่ สุโขทัย ตาก เชียงใหม่ และลำพูน ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงสลับภูเขาและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศมีความสุดขั้วตามลักษณะแอ่งกระทะ คือร้อนจัดในฤดูร้อน (อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 40-42°C) และหนาวจัดในเขตพื้นที่สูง
ในด้านการปกครอง ลำปางแบ่งออกเป็น 13 อำเภอ (เมืองลำปาง, เกาะคา, แจ้ห่ม, เถิน, แม่พริก, แม่ทะ, งาว, วังเหนือ, แม่เมาะ, เสริมงาม, ห้างฉัตร, เมืองปาน และ สบปราบ) ครอบคลุม 100 ตำบล และ 931 หมู่บ้าน จากการประมาณการในปี 2568 ลำปางมีประชากรประมาณ 710,500 คน มี 286,200 ครัวเรือน โดยปัจจุบันลำปางได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
🌤️สภาพภูมิอากาศ
เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ ทำให้มีสภาพอากาศแบบสะวันนา (Aw)
ฤดูร้อน: ร้อนอบอ้าว (อุณหภูมิอาจสูงถึง 40-42°C)
ฤดูหนาว: อากาศเย็นสบายและหนาวจัดในพื้นที่ภูเขา
ฤดูฝน: มีฝนตกชุกในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน
🏙️จังหวัดใกล้เคียง
ทิศเหนือ: เชียงราย และ พะเยา
ทิศตะวันออก: แพร่
ทิศใต้: สุโขทัย และ ตาก
ทิศตะวันตก: เชียงใหม่ และ ลำพูน
การคมนาคม
การคมนาคมในจังหวัดลำปางถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของภาคเหนือ เนื่องจากเป็น "ประตูสู่ล้านนา" และเป็นจุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจที่สำคัญระหว่างภาคกลาง ภาคเหนือตอนบน และประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเอกลักษณ์ที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมสมัยใหม่และวิถีดั้งเดิมไว้อย่างลงตัว จังหวัดลำปางจึงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่โดดเด่นของภาคเหนือ โดยมีการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ
ลำปางเป็นจุดบรรจบของทางหลวงสายหลัก เช่น ถนนพหลโยธิน และถนนสายเอเชีย ทำให้เป็นจุดพักรถและกระจายสินค้าที่สำคัญ การเดินทางภายในตัวเมืองยังมีเอกลักษณ์ระดับโลกคือ "รถม้าลำปาง" ซึ่งเป็นจังหวัด เดียวในประเทศไทยที่ยังคงอนุรักษ์รถม้าไว้เป็นพาหนะในการเดินทางท่องเที่ยว สะท้อนภาพลักษณ์ "เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา"
2.ทางรถไฟ (The Heritage Rail)
สถานีรถไฟนครลำปางเป็นอาคารอนุรักษ์ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม และเป็นจุดจอดสำคัญของขบวนรถไฟสายเหนือ โดยมี "อุโมงค์ขุนตาน" ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เชื่อมระหว่างลำปางและลำพูน เป็นแลนด์มาร์คทางประวัติศาสตร์และวิศวกรรมที่สำคัญ
ท่าอากาศยานลำปางช่วยเชื่อมโยงการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ใจกลางภาคเหนือได้อย่างรวดเร็ว รองรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ ส่งเสริมให้ลำปางเป็น "เมืองรอง" ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
แผนที่จากกรุงเทพมหานคร ถึงจังหวัดลำปาง
แผนที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง