ชื่อ-สกุล นางสาวอรทัย ม่วงเพชร
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ -
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ
สอนรายวิชา เทคโนโลยีดิจิทัล 2,3 ชั้นม.2 และ ม.6
ครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้นม.3/1
ภาระงาน ภาคเรียนที่ 1/2568
1. ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวม จำนวน 18 ชั่วโมง 50 นาที/สัปดาห์ ดังนี้
รายวิชา ว22281 เทคโนโลยีดิจิทัล 2 จำนวน 14 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา ว33281 เทคโนโลยีดิจิทัล 3 จำนวน 2 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา ชุมนุมสร้างสรรค์ด้วย AI จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา ลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
2. งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 11 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานตรวจภาระงานที่มอบหมายให้กับนักเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานครูที่ปรึกษา จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
เวรคณะ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
3. งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ปฏิบัติงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตามคำสั่งโครงสร้าง
4. งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การปรับประยุกต์ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณและการออกแบบ 2 โดยใช้กิจกรรมแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับชุดกิจกรรม เรื่อง การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพทอน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ปัจจุบันทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ถือเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) และสามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นตรรกะและเป็นระบบได้ จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาวิทยาการคำนวณและการออกแบบ 2 พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในหลักการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพทอน เนื่องจากเนื้อหามีความเป็นนามธรรมสูง ส่งผลให้ผู้เรียนรู้สึกว่าการเขียนโปรแกรมเป็นเรื่องยากและน่าเบื่อ ไม่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาได้จริง ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ครูผู้สอนจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้ กิจกรรมแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ซึ่งเป็นกระบวนการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านการลงมือปฏิบัติ และใช้ ชุดกิจกรรม เรื่อง การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพทอน เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสร้างเจตคติที่ดีต่อการเขียนโปรแกรมให้กับผู้เรียน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในเนื้อหาเรื่อง การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพทอน
2.2 ออกแบบและจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และสร้าง "ชุดกิจกรรม เรื่อง การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพทอน" สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยประกอบด้วยใบความรู้ ใบกิจกรรม ตัวอย่างโค้ดโปรแกรม และแบบฝึกหัดทบทวน
2.3 นำร่างแผนการจัดการเรียนรู้และชุดกิจกรรมไปให้คณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ความสอดคล้องของกิจกรรม และความเหมาะสมของสื่อการสอน พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข (กระบวนการ PLC)
2.4 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดการเรียนรู้และชุดกิจกรรมตามคำแนะนำของคณะครู
2.5 นำแผนการจัดการเรียนรู้และชุดกิจกรรมที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาวิทยาการคำนวณและการออกแบบ 2 (รหัสวิชา ว22104) กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน
2.6 วัดผลและบันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน ผ่านแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์และแบบประเมินชิ้นงาน พร้อมทั้งสะท้อนผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบเป็นระยะ หากมีนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ดำเนินการสอนซ่อมเสริมโดยใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนหรือมอบหมายภาระงานเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองจนมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับชุดกิจกรรม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
2) นักเรียนร้อยละ 80 ขึ้นไป มีคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพทอน ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด (ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม)
3) นักเรียนร้อยละ 80 ขึ้นไป มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และชุดกิจกรรม อยู่ในระดับ "มาก" ขึ้นไป
3.2 เชิงคุณภาพ
1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความรู้ความเข้าใจในหลักการพื้นฐานของการเขียน โปรแกรมด้วยภาษาไพทอน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและออกแบบอัลกอริทึมในการแก้ปัญหาได้
2) นักเรียนสามารถนำความรู้และทักษะการเขียนโปรแกรมที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างชิ้นงานหรือโครงงานเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์