ทฤษฎีการบริหารจัดการ (Management Theory) ทฤษฎีการบริหารจัดการของ Henri Fayol (1916) ได้เสนอหน้าที่ของผู้บริหารไว้ 5 ด้าน ได้แก่
การวางแผน (Planning)
การจัดองค์การ (Organizing)
การสั่งการ (Commanding)
การประสานงาน (Coordinating)
การควบคุม (Controlling)
ในการปฏิบัติงานของฝ่ายปกครองพบว่า การวางแผนการให้บริการประชาชน การกำกับดูแลกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และการตรวจสอบใบอนุญาตต่าง ๆ
การวางแผนเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบริหารงานราชการ เช่น
การกำหนดแนวทางการให้บริการประชาชน เช่น การจัดทำแผนบริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎร หรือการออกใบอนุญาต
การเตรียมการรับมือกับสถานการณ์พิเศษ เช่น การเลือกตั้ง การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
การจัดลำดับความสำคัญของงาน เช่น งานที่ต้องดำเนินการด่วน งานที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก
หมายถึงการจัดสรรทรัพยากรทั้งคน งบประมาณ และเวลา ให้เหมาะสมกับภารกิจ เช่น
การแบ่งงานภายในฝ่าย เช่น แยกงานทะเบียน งานบัตร งานใบอนุญาต งานกำนันผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ
การมอบหมายหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนรับผิดชอบตามความสามารถ
การจัดทำคู่มือหรือขั้นตอนการทำงานให้ชัดเจน เพื่อความมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้
การสั่งการเกี่ยวข้องกับการสื่อสารและการกำกับให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินงานตามแผน เช่น
การสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดำเนินกิจกรรมตามนโยบายของรัฐ
การชี้แจงแนวทางปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน เช่น การเปลี่ยนแปลงระบบออนไลน์
การติดตามความก้าวหน้าของงาน เพื่อให้มั่นใจว่างานเดินหน้าอย่างเหมาะสม
หมายถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหรือบุคลากร เช่น
การประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น อปท. หรือหน่วยงานภาครัฐอื่นในการออกใบอนุญาต
การประชุมร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรับฟังปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ไข
การจัดกิจกรรมบริการประชาชนร่วมกับหลายฝ่าย เช่น อำเภอยิ้มเคลื่อนที่
เป็นการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามเป้าหมาย เช่น
การตรวจสอบการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ให้เป็นไปตามระเบียบ
การรายงานผลการดำเนินงานรายเดือนหรือรายไตรมาส
การกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบราชการ และจรรยาบรรณของข้าราชการ