วิวัฒนาการของระบบการผลิตอัจฉริยะ โดยบริษัท ESE ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปี 2026 เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Industry 5.0 อย่างเต็มรูปแบบ ในช่วงแรกเน้นการใช้ระบบ MES สำหรับติดตามผล และควบคุมสายการผลิตแบบเรียลไทม์เพื่อให้สามารถออกรายงานพื้นฐานได้อย่างแม่นยำ ต่อมาได้พัฒนาสู่โครงสร้างแบบ พีระมิดแบบบูรณาการ ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องจักรผ่านระบบ PLC และ SCADA เข้ากับแผนงานบริหารทรัพยากรองค์กรหรือ ERP เป้าหมายสูงสุดในอนาคตคือการสร้าง โรงงานอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร รวมถึงการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์เพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับ การตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจให้ดึงศักยภาพสูงสุดออกมาได้