Borderlands 4 กลับมาในรูปแบบ Open World เต็มตัว นำเสนอการผจญภัยบนดาวไคออสใต้การปกครองของ The Time Keeper ทรราชผู้กดขี่ประชาชนด้วยชิปไซเบอร์เนติก เกมใช้เวลาเนื้อเรื่องหลัก 15-20 ชั่วโมง พร้อมภารกิจเสริมเกือบ 100 ภารกิจที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาดและตลกขบขัน ระบบ Movement ใหม่เพิ่ม Air Dash, Double Jump และ Grappling Hook ทำให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลคล้าย Doom ในรูปแบบ RPG แต่เกมยังคงปัญหา Performance ที่แครชบ่อยและกินสเปคเครื่องหนักขึ้นมาก
เนื้อเรื่องหลักของ Borderlands 4 เกิดขึ้นบนดาวไคออส ซึ่งถูกปกครองโดย The Time Keeper ทรราชที่กดขี่ประชาชนด้วยการฝังชิปไซเบอร์เนติกเพื่อควบคุมทุกคน ผู้เล่นถูกจับและฝังชิปเช่นกัน แต่ได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มต่อต้านและเข้าร่วมกับ Crimson Resistance เพื่อปลดปล่อยดาวไคออสจากกองกำลังภาคี The Order
เนื้อเรื่องหลักค่อนข้างราบเรียบเป็นเส้นตรง และบางช่วงอาจให้กลิ่นอายของ Far Cry แต่ก็ยังคงความเป็น Borderlands อยู่ ตัวร้ายในภาคนี้ดูดีกว่าภาค 3 แต่ยังไม่พีคเท่า Handsome Jack ในภาค 2
Wall Hunter ทั้ง 4 ตัวมีสกิล 3 สาย ให้เลือก
Action Skill ที่ใช้กดสามารถ Respec Point ได้ตลอดเวลา
ตัวละครหลักมีความแตกต่างในการตอบโต้และการพูดคุย
ตอนจบยืนยันว่าจะมี Story Pack เพิ่มเนื้อเรื่อง
การนำเสนอโลกใน รีวิว Borderlands 4 เปลี่ยนจาก 1 Area ต่อ 1 ฉาก ให้กลายเป็นโลก Open World แบบไร้รอยต่อ ทำให้การเดินทางไปยังพื้นที่ใหม่ลื่นไหลต่อเนื่องโดยไม่ต้องตัดฉากโหลดอีกต่อไป ระบบยานพาหนะถูกปรับเปลี่ยนใหม่ ผู้เล่นสามารถเรียกยานพาหนะออกมาจากที่ไหนก็ได้
การสำรวจสนุกขึ้นด้วยระบบ Movement ใหม่ ที่เพิ่ม Air Dash, Double Jump และ Grappling Hook เข้ามา ทำให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลและรวดเร็วมาก คล้ายกับการเล่นเกม Doom ในรูปแบบ RPG มีระบบ E-4 ที่ช่วยสแกนพื้นที่และบอกจุดไฮไลท์สำคัญ
ปัญหา Performance ที่พบคือเกมแครชบ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของเกมเมื่อใช้การ์ดจอ RTX 5090 แต่เมื่อดาวน์เกรดไปใช้ RTX 5070 ปัญหาแครชก็หายไป ภาคนี้กินสเปคเครื่องหนักขึ้นมาก โดยเฉพาะ CPU การ์ดจออาจยังใช้ 30-40 Series เล่นได้ แต่ CPU ต้องแรงระดับหนึ่ง
เครื่องสเปค i5 12400F, RTX 3080, RAM 32 GB เล่น 1080p ยังแทบไม่ไหว หากต้องการ Frame Rate สูง ต้องปรับภาพต่ำมาก ซึ่งคุณภาพภาพจะแย่ หากต้องการภาพสวยต้องใช้สเปคเครื่องที่สูงขึ้น หรือเล่นบนคอนโซล
เนื้อเรื่องหลักใช้เวลาประมาณ 15-20 ชั่วโมง
ภารกิจเสริมเกือบ 100 ภารกิจ
Boss Fight น่าประทับใจมากกว่าภาคก่อน
ระบบภาษาไทยยังมีปัญหาการตัดคำ
End-game Content มี Weekly Challenges
โดยรวมแล้ว รีวิว Borderlands 4 ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะเกม Loot Shooter RPG ได้ดีมาก มีการปรับปรุงและเพิ่มความสนุกเข้ามาด้วยระบบ Open World เต็มรูปแบบ หากชอบเกมเพลย์ของภาค 3 จะต้องรักภาคนี้แน่นอน เนื้อเรื่องดีกว่าเดิม แต่ไม่พีคเท่าภาค 2 แม้จะเล่นแค่จบเกมรอบแรกหรือเปลี่ยนตัวละครเล่น ก็สามารถอยู่กับเกมได้นานมากพอแล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าเกมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเกมแนวนี้โดยเฉพาะ และควรเตรียมเครื่องให้พร้อมสำหรับ Performance ที่ต้องการสเปคสูง