Search this site
Embedded Files
Skip to main content
Skip to navigation
สมัครล่วงหน้าได้ไม่เกิน 5 เดือน
ดูตารางการอบรม
Data Center
Menu
Teachers
VenLediSayadaw
SayaThetgyi
SayagyiUBaKhin
S.N.Goenka
Mataji
Course
10Day
1Day
2Day
3Day
8Day
10DaySpecial
20Day
30Day
45Day
60Day
Anapanasati
Kid
Information
Transportation
Phone
Address
LINE ID
Email
Donation
Capacity
Distance
Area Size
Photo
Website
Media-Youtube
Dhamma Journals
Book - CD
Media Book
Media CD
Download
Donation
GoToCenter
Dhamma Server
LINE Group
Data Center
Menu
Teachers
VenLediSayadaw
SayaThetgyi
SayagyiUBaKhin
S.N.Goenka
Mataji
Course
10Day
1Day
2Day
3Day
8Day
10DaySpecial
20Day
30Day
45Day
60Day
Anapanasati
Kid
Information
Transportation
Phone
Address
LINE ID
Email
Donation
Capacity
Distance
Area Size
Photo
Website
Media-Youtube
Dhamma Journals
Book - CD
Media Book
Media CD
Download
Donation
GoToCenter
Dhamma Server
LINE Group
More
Menu
Teachers
VenLediSayadaw
SayaThetgyi
SayagyiUBaKhin
S.N.Goenka
Mataji
Course
10Day
1Day
2Day
3Day
8Day
10DaySpecial
20Day
30Day
45Day
60Day
Anapanasati
Kid
Information
Transportation
Phone
Address
LINE ID
Email
Donation
Capacity
Distance
Area Size
Photo
Website
Media-Youtube
Dhamma Journals
Book - CD
Media Book
Media CD
Download
Donation
GoToCenter
Dhamma Server
LINE Group
อานาแปล
ถอดเสียงคำบรรยาย(ภาษาไทย) จากไฟล์เสียง MP3
“การปฏิบัติอานาปานสติแบบย่อสำหรับบุคคลทั่วไป”
สอนโดย ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า
“การปฏิบัติอานาปานสติแบบย่อสำหรับบุคคลทั่วไป”
ท่านผู้แสวงหาความสุขและความสงบทั้งหลาย
มีใครบ้าง ที่ไม่ต้องการความสงบ
มีใครบ้าง ที่ไม่ต้องการความสุข
อันเกิดจากความสมานฉันท์
เราทุกคนล้วนต้องการความสงบสุข ทั้งนี้เพราะ
เราต่างมีสิ่งรบกวนใจให้ว้าวุ่นจนไม่มีความสุขเลย
และจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ที่ทำให้สิ่งที่เราต้องการไม่เกิดขึ้น
แต่สิ่งที่ไม่ต้องการกลับเกิดขึ้น
ทำให้เราขาดความสุขความสงบ
มีแต่ความเดือดร้อน กระวนกระวายใจ
ก็จะให้เรามีความสุขความสงบได้อย่างไร
ในเมื่อใจของเรา มีแต่ความขุ่นมัว
ทำอย่างไร เราจึงจะพ้น
จากความกระวนกระวายใจนี้ไปได้
ทำอย่างไร เราจึงจะได้พบ
กับความสุขความสงบ อย่างแท้จริง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ตรัสรู้ดีตรัสรู้ชอบ ทรงเป็นผู้คนพบหนทาง
หนทางที่นำไปสู่ความสุขสงบนี้
ข้าพเจ้าทราบดีว่า
การที่จะเริ่มเรียนวิธีการปฏิบัตินี้
ท่านจะต้องสละเวลา ๑๐ วันของชีวิตท่าน
ซึ่งท่านไม่ต้องการที่จะทำเช่นนั้น
แต่ท่านก็จะต้องเริ่มต้นที่ตรงไหนสักแห่งหนึ่ง
จงเริ่มต้น ที่ขั้นพื้นฐานของวิปัสสนา
วิปัสสนา คือ หนทางแห่งความสุข
วิปัสสนา คือ หนทางแห่งความสงบ
หากท่านได้เริ่มต้นที่ขั้นพื้นฐาน
ของหนทางอันประเสริฐนี้ ท่านก็จะสามารถทำได้
แล้วท่านก็จะสามารถปฏิบัติได้ทุกวัน อย่างแน่นอน
สิ่งที่ท่านจะใช้ในการเจริญสติ
เพื่อให้เกิดสมาธิก็คือ ลมหายใจ
ซึ่งเป็นความจริง เป็นความจริงของชีวิต
เป็นลมหายใจที่อยู่กับท่าน ตั้งแต่เกิดจนตาย
เป็นลมหายใจที่อยู่กับท่าน ตลอดเวลา
แต่ท่านไม่เคยสนใจที่จะสังเกตมันเลย
สำหรับก้าวแรกของวิปัสสนา
ท่านจะต้องเรียนรู้ว่า
ท่านจะต้องสังเกตความจริง
เกี่ยวกับลมหายใจได้อย่างไร
จงหายใจตามปกติ เพราะนี่ไม่ใช่เป็นการฝึกหายใจ
ไม่ใช่การฝึกปราณยาม การทำปราณยามนั้นไม่ได้ผิดอะไร
แท้จริงแล้ว ปราณยามก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่นี่ไม่ใช่เป็นการฝึกปราณยาม
แต่เป็นการหายใจธรรมดาๆ ตามธรรมชาติ
โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ทั้งสิ้น
ลมหายใจเข้าและออก ตามธรรมชาติ
ลมหายใจ ตามปกติธรรมดา
ท่านจะต้องพัฒนาสติ
ให้จดจ่อ อยู่ที่ลมหายใจของท่าน
ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
ถ้าลมหายใจนั้นยาว ก็ให้รู้ว่า มันยาว
ถ้าลมหายใจสั้น ก็ให้รู้ว่า มันสั้น
ไม่ว่าลมหายใจ จะผ่านเข้าออก
ทางช่องจมูกซ้าย หรือช่องจมูกขวา
ท่านก็เพียงแต่มีสติรู้
อย่าไปพยายามเปลี่ยนแปลงมัน
ขอเพียงให้มีสติรู้ มีสติรู้ในความเป็นจริงนี้
หนทางที่พระพุทธองค์ทรงประทานให้แก่เราทั้งหลาย
เป็นหนทางแห่งความจริง
คือการมีสติรู้ อยู่กับความจริง ความจริงเท่านั้น
ฉะนั้นในตอนนี้ เป็นตอนที่เริ่มต้น
ก็เช่นกันไม่มีอะไรอื่น นอกจากความจริง
เป็นความจริงของลมหายใจ
ที่กำลังผ่านเข้า ผ่านออก
ทางช่องจมูกนี้ หรือช่องจมูกนั้น
จงอย่าไปพยายามเปลี่ยนแปลงมัน
ขอให้ท่านเพียงแค่มีสติรู้
มีสติรู้ลมหายใจตามปกติธรรมดา
ในส่วนของจิตนั้น จะมีแต่ความปั่นป่วนวุ่นวาย
เมื่อมีสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาเกิดขึ้นในชีวิต
หรือสิ่งที่ปรารถนาไม่เกิดขึ้น
จิตก็จะมีแต่ความขุ่นมัว
จนกลายเป็นนิสัยความเคยชิน
นิสัยความเคยชิน ที่เป็นอันตราย ซึ่งท่านจะต้อง
เปลี่ยนแปลงนิสัยความเคยชินนี้เสีย แต่บัดนี้
จงอย่ามีความขุ่นมัวใดๆ ขอให้มีสติรู้ลมหายใจ
โดยอย่าให้มีความขุ่นมัวใดๆ เลย
แต่ด้วยนิสัยความเคยชินเก่าๆ
จิตของท่านก็คอยแต่จะล่องลอยไป ล่องลอยไป
เมื่อท่านรู้ตัวว่า จิตของท่าน ล่องลอยไปเสียแล้ว
ท่านก็อย่าไปขุ่นเคืองมัน
ขอให้ท่าน เพียงแต่ยอมรับความจริงว่า
จิตของท่าน ได้ล่องลอยไปแล้ว
แต่ลมหายใจ ยังคงอยู่กับท่าน
ฉะนั้น จงกลับมาที่ลมหายใจ
ลมหายใจตามธรรมชาติ เมื่อจิตล่องลอยไป
ก็ให้ดึงกลับมาอยู่ที่ลมหายใจตามธรรมชาติ
สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก บนหนทางแห่งความจริง
หนทางแห่งการมีสติรู้ความเป็นจริงนี้
คือ ในขณะที่ท่านกำลังพัฒนาสติ
ให้จดจ่ออยู่กับลมหายใจ ท่านจะต้องไม่บริกรรม
ไม่สร้างภาพ หรือจินตนาการใดๆ เลย
จงอย่านำสิ่งใดเข้ามาผสมผสาน จนเกิดความสับสน
ท่านกำลังเฝ้าสังเกตลมหายใจของท่าน
หากท่าน นำสิ่งอื่นเข้ามาปะปนด้วยแล้ว
ท่านจะสังเกตลมหายใจของท่านให้ถูกต้องได้อย่างไร
จงอย่าให้สิ่งใดมารบกวนท่าน
ขอให้อยู่แต่กับลมหายใจเท่านั้น อย่าให้มีสิ่งอื่นใด
จงอยู่แต่กับความจริงของลมหายใจ
โดยไม่มีจินตนาการ ไม่มีการคาดเดา
ไม่มีศรัทธาอันมืดบอด
หรือความเชื่ออันงมงายใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง
คนทุกคนสามารถปฏิบัติตามนี้ได้ไม่ยาก
ไม่ว่าจะอยู่ในชุมชนใด วรรณะใด ประเทศใด
ก็ล้วนเป็นคนเหมือนๆ กันทั้งสิ้น
ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันเลย
ความขุ่นเคืองใจนั้นมีอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง และ
ทุกคนก็ปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากความขุ่นเคือง
ความทุกข์ร้อน ความรู้สึกที่ไม่เป็นสุข
ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้เจริญสติได้ ก็มีกันอยู่แล้วทุกคน
นั่นก็คือลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
ขณะนี้ท่านเป็นผู้ที่กำลังเริ่มจะปฏิบัติ
ท่านไม่อาจสละเวลาเพื่อที่จะฝึกการทำอานาปานสติ
คือ การเฝ้าสังเกตลมหายใจเข้าออก ได้ถึง ๓ วัน
ในหลักสูตรวิปัสสนา ๑๐ วันของเรานั้น
ท่านจำเป็นต้องปฏิบัติอานาปานสติเป็นเวลา ๓ วัน
ซึ่งท่านไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้
แต่แน่นอนไม่ว่าท่านจะยุ่งสักเพียงใด
ท่านย่อมสามารถที่จะเจียดเวลาสัก ๑๐-๑๕ นาที
ทุกๆ เช้า เย็น หรือก่อนนอน ๑๐-๑๕ นาที
จงนั่งให้สบาย หลังและคอตั้งตรง หลับตา
และเมื่อท่านหลับตาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตา
ฉะนั้น จงถอดแว่นออกเสีย
แล้วเพ่งความสนใจของท่านทั้งหมด
ให้มาจดจ่ออยู่ตรงทางเข้าช่องจมูก
สังเกตดูลมหายใจที่กำลังผ่านเข้า
ลมหายใจที่กำลังผ่านออก
ไม่ว่าจิตของท่านจะกำลังสับสนวุ่นวายสักเพียงใด
แต่ในไม่ช้า ท่านก็จะพบว่า การทำอานาปานสติ
หรือการสังเกตลมหายใจ เป็นเวลา ๑๐ นาทีนี้
ได้ช่วยให้จิตของท่านสงบเย็นลง
ต่อไปนี้ให้เริ่มปฏิบัติได้
นี่คือก้าวแรกของวิปัสสนา
เป็นหนทางอันประเสริฐ
ซึ่งจะนำท่านไปสู่จุดหมายปลายทาง
คือความจริงอันสูงสุด
จงปฏิบัติต่อไป ปฏิบัติต่อไป
ทุกๆ วัน ทั้งเช้าและเย็น
ทุกๆ วัน ทั้งเช้าและเย็น
แล้วผลดีก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
จากนั้นไปไม่นาน ท่านพบว่า
การปฏิบัตินี้มีประโยชน์ต่อท่านเป็นอย่างมาก
ท่านจึงตัดสินใจ สละเวลา ๑๐ วัน
มาปฏิบัติอานาปานสติ และวิปัสสนา
ซึ่งจะทำให้ท่านได้รับผลอันน่าอัศจรรย์
แต่ในขณะนี้ข้าพเจ้าทราบดีว่า
ท่านยังไม่พร้อมที่จะสละเวลา ๑๐ วัน
แต่ท่านก็สามารถที่จะหาเวลา
สัก ๑๐ นาที หรืออาจจะ ๑๕ นาที
ในตอนเช้า และตอนเย็น ได้อย่างแน่นอน
แล้วท่านก็จะได้รับรู้ถึงผลดีของมัน
ปฏิบัติ ท่านจะต้องปฏิบัติ
ผู้อื่นนั้นทำได้แค่เพียงชี้แนะให้ท่าน
แต่ท่านจะต้องปฏิบัติ
เพื่อความหลุดพ้นของท่านเอง
ท่านจะต้องหลุดพ้น
จากความทุกข์ของท่าน ด้วยตัวท่านเอง
หนทางมีอยู่แล้ว วิธีการปฏิบัติก็มีอยู่แล้ว
ขอให้ท่าน จงปฏิบัติ ปฏิบัติ ปฏิบัติ
และได้พบกับความสุข ความสงบ
หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง
เมื่อท่านเริ่มได้พบกับความสุขสงบ แม้เพียงน้อยนิด
หลังจากที่ได้นั่งปฏิบัติเป็นเวลา ๑๐ นาทีแล้ว
ก็ขอให้พยายาม แผ่ความรัก ความกรุณา
ความปรารถนาดี ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง
เพราะสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ล้วนมีความทุกข์ มีความไม่สบายใจ
ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงมีความสุข
ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงมีความสงบ
ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงหลุดพ้น
จงหลุดพ้น จงหลุดพ้น จากความทุกข์ด้วยเถิด
ภะวะตุ สัพพะ มังคะลัง
ภะวะตุ สัพพะ มังคะลัง
ภะวะตุ สัพพะ มังคะลัง
ต่อไปนี้เราจงมาปฏิบัติอานาปานสติกัน
สัก ๑๐ นาที ปฏิบัติอานาปานสติ
จงนั่งให้สบาย นั่งสบายๆ
จะเป็นท่าไหนก็ได้ ที่เหมาะกับท่าน
แต่ให้หลังและคอตั้งตรง ค่อยๆ หลับตาลง
ผู้ที่ใส่แว่นตา
ก็ให้ถอดแว่นออกเสียในระหว่างการปฏิบัติ
หุบปากไว้
แล้วเพ่งความสนใจทั้งหมดของท่าน
ให้ไปจดจ่ออยู่ที่ตรงบริเวณทางเข้าช่องจมูก
โดยให้มีสติรู้ มีสติรู้ ทุกๆ ลมหายใจเข้า
มีสติรู้ทุกๆ ลมหายใจออก
ลมหายใจตามธรรมชาติ ลมหายใจปกติธรรมดา
อย่างที่มันเป็นอยู่ อย่างที่มันเป็นอยู่
ถ้าลมหายใจยาว ก็ให้รู้ว่ายาว
ถ้าลมหายใจสั้น ก็ให้รู้ว่าสั้น
ลมหายใจ ผ่านไปทางช่องจมูกซ้าย
ก็ให้รู้ว่า มันผ่านไปทางช่องจมูกซ้าย
หากมันผ่านไปทางช่องจมูกขวา
ก็ให้รู้ว่า มันผ่านไปทางช่องจมูกขวา
หรือหากมัน ผ่านทั้งสองช่องจมูก
ก็ให้รู้ว่า มันผ่านทั้งสองช่องจมูก
ขอเพียงให้มีสติรู้ โดยไม่ต้องทำอะไร
เพียงแค่เฝ้าดูอยู่เท่านั้น
จงตื่นตัว
ตั้งอกตั้งใจ
คอยเฝ้าดู
จงตื่นตัว ตั้งอกตั้งใจ และคอยเฝ้าดูอยู่เสมอ
จงมีสติอยู่กับลมหายใจตลอดเวลา
ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
จงเพ่งความสนใจทั้งหมดของท่าน
ให้ไปจดจ่ออยู่ตรงบริเวณทางเข้าช่องจมูก
เสมือนหนึ่ง เป็นยามเฝ้าประตู
หรือเสมือนหนึ่ง เป็นยามรักษาการณ์
จงมีสติรู้ทุกๆ ลมหายใจ ที่ผ่านเข้าทางช่องจมูก
และมีสติรู้ทุกๆ ลมหายใจ ที่ผ่านออกทางช่องจมูก
จงตื่นตัว ตั้งอกตั้งใจ และคอยเฝ้าดู
ท่านหายใจเข้า หายใจออก
ลมหายใจตามธรรมชาติ ลมหายใจธรรมดาๆ
ไม่มีอะไรอื่น นอกจากลมหายใจเท่านั้น
ภะวะตุ สัพพะ มังคะลัง
ภะวะตุ สัพพะ มังคะลัง
ภะวะตุ สัพพะ มังคะลัง
สาธุ สาธุ สาธุ
ดีแล้ว ดีแล้ว ดีแล้ว
ขอให้ทุกท่านจงมีความสุข
จงมีความสุข จงมีความสุข
******
Google Sites
Report abuse
Page details
Page updated
Google Sites
Report abuse