ความรู้เรื่องการดับเพลิงในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีเน้นที่การเข้าใจ ประเภทของไฟจากสารเคมี และการใช้ สารดับเพลิงเฉพาะทาง เพื่อป้องกันปฏิกิริยาอันตราย

🔬 สารเคมีและความรู้เรื่องดับเพลิงเฉพาะทาง

สถานประกอบการที่มีการใช้ จัดเก็บ หรือผลิตสารเคมีไวไฟ (Flammable Chemicals) ต้องมีความเข้าใจพิเศษนอกเหนือจากการดับเพลิงทั่วไป (Class A, B, C) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการกับ ไฟประเภท D

1. ประเภทของไฟที่เกี่ยวกับสารเคมี

ประเภทไฟ (Class)

เชื้อเพลิงหลัก

ตัวอย่างสารเคมี

ลักษณะสำคัญ

Class B

ของเหลวและก๊าซไวไฟ

น้ำมันเบนซิน, แอลกอฮอล์, ทินเนอร์, ก๊าซหุงต้ม (LPG)

ดับด้วยการตัดออกซิเจนหรือทำให้เย็นตัว

Class D

โลหะติดไฟ (Combustible Metals)

แมกนีเซียม, ไทเทเนียม, โพแทสเซียม, โซเดียม

เป็นเพลิงที่อันตรายที่สุด ห้ามใช้น้ำหรือสารเคมีทั่วไปดับเด็ดขาด เพราะจะทำปฏิกิริยาและระเบิดได้ ควรใช้ทรายดับเพลิง (Fire Sand) กลบดับ

2. สารดับเพลิงสำหรับสารเคมีที่ถูกต้อง

การเลือกใช้สารดับเพลิงที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญในการรับมือกับไฟสารเคมี:

ประเภทไฟ

สารดับเพลิงที่เหมาะสม

Class B

- คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂): เหมาะกับของเหลวไวไฟที่ไม่มากนัก - โฟม (Foam): เหมาะกับของเหลวในปริมาณมาก เช่น ในคลังเก็บน้ำมัน

Class D

ผงเคมีแห้งพิเศษ (Dry Powder) หรือสารเคมีเฉพาะ เช่น เกลือแกง (Sodium Chloride) หรือกราไฟต์สำหรับโลหะบางชนิด (ต้องระบุตามชนิดโลหะอย่างชัดเจน)

3. ข้อควรปฏิบัติที่เข้มงวดในพื้นที่สารเคมี

หลักการสำคัญ: เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี และไฟมีขนาดเกินควบคุมด้วยถังดับเพลิงมือถือ สิ่งสำคัญที่สุดคือการอพยพ และ แจ้งผู้เชี่ยวชาญ/หน่วยงานดับเพลิง ให้ทราบถึงชนิดของสารเคมีที่กำลังลุกไหม้ เพื่อให้เลือกใช้สารดับเพลิงที่ถูกต้องได้ทันที