1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการสังเกตการเรียนของนักเรียนในชั้นเรียน วิเคราะห์ได้ว่าผู้เรียนไม่สามารถสนทนาภาษาอังกฤษพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งเกิดจากการได้รับการฝึกฝนที่ไม่เพียงพอ และไม่มั่นใจในการใช้ภาษา ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในอนาคตในด้านความรู้ได้ ผู้สอนจึงใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง Present Simple Tense เพื่อกระตุ้นความสนใจ และส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาดังกล่าว และส่งผลต่อระบบกระบวนการคิดของนักเรียนในอนาคต
ดังนั้นเพื่อให้นักเรียนเกิดประสิทธิภาพในการเรียนเพิ่มมากขึ้น ตัวครูผู้สอนได้นำข้อมูลที่ได้จากผลการประเมินนักเรียนมาปรับประยุกต์วิธีการสอนให้ผู้เรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น รวมไปถึงการเสริมสร้างกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนมีความสุข และรู้สึกสนุกสนานในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษโดยนำกิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการเพิ่มบทบาทในการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ และการเพิ่มการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากที่สามารถช่วยให้ผู้เรียนสามารถใช้เวานอกเวลาเรียนในการฝึกฝนทักษะและเพิ่มเติมความรู้เพื่อปรับปรุงการเรียนของตนเอง การเรียนนอกห้งเรียนสามารถที่จะจูงใจผู้เรียนให้เกิดความกระตือรือร้น สนุกสนานไปกับการเรียน อีกทั้งยังสามารถทบทวนได้ด้วยตนเอง
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1. วิเคราะห์ตัวชี้วัดหลักสูตรรายชั้น และวิเคราะห์คำอธิบายรายวิชา เพื่อออกแบบหน่วยการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้อง เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเกิดทักษะตามหลักสูตรกำหนด
2. ดำเนินตามกระบวนการเรียนการสอน ในแต่ละขั้นตอนของการเรียนการสอนแบบ Active Learning ร่วมกับบอร์ดเกม ดังนี้
2.1 สร้างความสนใจ (Engage) เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจซึ่งอาจเกิดขึ้นเองจากความสงสัยหรือความสนใจของตัวผู้เรียนเอง หรือเกิดจากการอภิปรายภายในกลุ่ม เรื่องที่น่าสนใจอาจมาจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลานั้น หรือเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่เพิ่งเรียนรู้มาแล้วเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนสร้างคำถาม กำหนดประเด็นที่จะศึกษา ในกรณีที่ยังไม่มีประเด็นใดน่าสนใจ ครูอาจจะจัดกิจกรรมหรือสถานการณ์เพื่อกระตุ้น หรือท้าทายให้นักเรียนตื่นเต้น สงสัย อยากรู้อยากเห็น หรือขัดแย้ง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา การศึกษา ค้นคว้า หรือการทดลอง แต่ไม่บังคับให้นักเรียนยอมรับประเด็นหรือปัญหาที่ครูกำลังสนใจ เป็นเรื่องที่จะศึกษา
2.2 สำรวจและค้นคว้า (Explore) ผู้เรียนดำเนินการสำรวจ ทดลอง ค้นหาและรวบรวมข้อมูล ข้อสนเทศ หรือปรากฎการณ์ต่าง ๆ
2.3 อธิบาย (Explain) ผู้เรียนนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและค้นหามาวิเคราะห์ แปลผล สรุปและอภิปราย พร้อมทั้งนำเสนอผลงานในรูปต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นรูปวาด ตาราง แผนผัง ผลงานมีความหลากหลาย สนับสนุนสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือโต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำหนดไว้ โดยมีการอ้างอิงความรู้ประกอบการให้สมเหตุสมผล การลงข้อสรุปถูกต้องเชื่อถือได้มีเอกสารอ้างอิงและหลักฐานชัดเจน
2.4 ขยายความรู้ (Elaborate)
-ครูจัดกิจกรรมหรือสถานการณ์ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ลึกซึ้งขึ้น หรือขยายกรอบความคิดกว้างขึ้นหรือเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่ความรู้ใหม่ หรือนำไปสู่การศึกษาค้นคว้า ทดลอง เพิ่มขึ้น เช่น ตั้งประเด็นเพื่อให้นักเรียน ชี้แจงหรือร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซักถามให้นักเรียนชัดเจนหรือกระจ่างในความรู้ที่ได้หรือเชื่อมโรงความรู้ที่ได้กับความรู้เดิม
-ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม เช่น อธิบายและขยายความรู้เพิ่มเติมมีความละเอียดมากขึ้น ยกสถานการณ์ ตัวอย่าง อธิบายเชื่อมโยงความรู้ที่ได้เป็นระบบและลึกซึ้งยิ่งขึ้น หรือสมบูรณ์ละเอียดขึ้น นำไปสู่ความรู้ใหม่หรือความรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ประยุกต์ความรู้ที่ได้ไปใช้ในเรื่องอื่น หรือสถานการณ์อื่น ๆ หรือสร้างคำถามใหม่ และออกแบบการสำรวจ ค้นหา และรวบรวมเพื่อนำไปสู่การสร้างความรู้ใหม่
2.5 ประเมิน (Evaluate)
-ผู้เรียนระบุสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ทั้งด้านกระบวนการและผลผลิต
-ผู้เรียนตรวจสอบความถูกต้องของความรู้ที่ได้ เช่น วิเคราะห์วิจารณ์แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน คิดพิจารณาให้รอบคอบทั้งกระบวนการและผลงาน อภิปราย ประเมินปรับปรุงเพิ่มเติมและสรุป ถ้ายังมีปัญหา ให้ศึกษาทบทวนใหม่อีกครั้ง อ้างอิงทฤษฎีหรือหลักการและเกณฑ์ เปรียบเทียบผลกับสมมติฐาน เปรียบเทียบความรู้ใหม่กับความรู้เดิม
-นักเรียนทราบจุดอ่อน จุดด้อยในการศึกษาค้นคว้า หรือทดลองการพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้โดย Active Learning ร่วมกับบอร์ดเกม
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 96 ได้รับการพัฒนาด้านการเขียนประโยคได้ถูกต้องตามโครงสร้างประโยค Present Simple Tense
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนประโยค Present Simple Tense ให้สูงขึ้นตรงตามมาตรฐานตัวชี้วัดในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (วิชาภาษาอังกฤษ)