มุมมองของผู้นำตัวจริง
‘อีลอน มัสก์’ ทายอนาคต AI อีก 5 ปีฉลาดงำมนุษย์ ชี้หุ่นยนต์ดันเศรษฐกิจโตไร้ขีดจำกัด พร้อมชูไอเดียคุมความปลอดภัยร่วมคู่แข่ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน — อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีและซีอีโอแห่งสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และเอ็กซ์ไอเอไอ (xAI) ได้เปิดเผยผ่านบทสัมภาษณ์ล่าสุดถึงทิศทางของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงสร้างเศรษฐกิจโลก และทิศทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยคาดการณ์ว่าปัญญาประดิษฐ์จะก้าวข้ามขีดความสามารถของมนุษย์ทุกคนรวมกันภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า
มัสก์ระบุว่า ปรากฏการณ์ "Singularity" หรือจุดที่เทคโนโลยีเติบโตจนเกินการควบคุมและจินตนาการของมนุษย์ จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ภายใน 10 ปี โดยการผสานระหว่าง AI ในโลกดิจิทัลและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในโลกกายภาพ จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปสู่ "ยุคแห่งความอุดมสมบูรณ์" (Age of Abundance)
ประธานบริหาร xAI คาดว่าภายในปี 2036 ประสิทธิภาพการผลิตของโลกจะสูงขึ้นอย่างมหาศาลจนทำให้ระบบเงินตราแบบเดิมลดความสำคัญลง มนุษย์จะได้รับระบบรายได้พื้นฐานที่สูง (Universal High Income) และการทำงานจะกลายเป็น "ทางเลือกตามความสมัครใจ" แทนที่จะเป็นความจำเป็น โดย AI จะสามารถทำหน้าที่พัฒนาซอฟต์แวร์และงานด้านกายภาพได้ดีกว่ามนุษย์ทั้งหมด
ในประเด็นด้านความปลอดภัย มัสก์ได้เสนอแนวคิดสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการ โดยให้บริษัท AI ชั้นนำของโลก เช่น xAI, Anthropic, Google DeepMind, OpenAI รวมถึงผู้พัฒนาจากประเทศจีน ร่วมกันสร้างข้อตกลง Peer Safety Auditing เปิดโอกาสให้คู่แข่งทดสอบโมเดลรุ่นใหม่ผ่านระบบ API เป็นเวลา 1–2 สัปดาห์ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่ออันตรายร้ายแรงก่อนปล่อยสู่สาธารณะ
นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่าประเทศจีน โดยเฉพาะโมเดลอย่าง Kimi K3 กำลังเร่งพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนลดช่องว่างกับชาติตะวันตกได้สำเร็จ แม้จีนจะถูกจำกัดการส่งออกชิปประมวลผล แต่ได้เปรียบเรื่องศักยภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้า ขณะที่ฝั่งตะวันตกเริ่มเจอปัญหาคอขวดด้านพลังงานและการระบายความร้อนของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้พัฒนาต้องหันไปพึ่งพาการสร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศแทน
มัสก์ยังได้วิพากษ์วิจารณ์ระบบตลาดหุ้นสาธารณะว่า บังคับให้ภาคธุรกิจโฟกัสเพียงผลกำไรรายไตรมาส ซึ่งขัดแย้งกับการลงทุนในโครงการระดับนวัตกรรมอย่างการสร้างฐานบนดวงจันทร์ ดาวอังคาร หรือการขยายขอบเขตสติปัญญาของมนุษย์ ซึ่งต้องใช้เวลาลงทุนยาวนาน 5 ถึง 10 ปี ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจำต้องรักษาอำนาจการตัดสินใจและสิทธิออกเสียงส่วนใหญ่ในบริษัทเอาไว้ เพื่อปกป้องโครงการระยะยาวอย่าง Starship ไม่ให้ถูกกดดันจากผู้ถือหุ้น
ส่วนบทบาททางการเมืองและสังคม มัสก์ระบุถึงการเข้ามาช่วยบริหารโครงการเพิ่มประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) โดยเตือนว่า ปัจจุบันภาระดอกเบี้ยจากหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้พุ่งสูงเกินงบประมาณกลาโหมเรียบร้อยแล้ว จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและปฏิรูปการใช้จ่ายของภาครัฐอย่างจริงจัง
พร้อมกันนี้ เขายังได้ปกป้องจุดยืนบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการเมืองในยุโรป โดยย้ำว่าการมีพรมแดนที่มั่นคง ความปลอดภัยในสังคม และค่านิยมทางวัฒนธรรมที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือหัวใจสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในอนาคต