มุมมองของผู้นำตัวจริง
ทองคำโลกทรุดหนักดิ่งหลุด 4,000 ดอลลาร์ เซ่นปมสงครามเดือด-น้ำมันพุ่งกระตุ้นเฟดขึ้นดอกเบี้ย “หมอกฤชรัตน์” ชี้ขาลงระยะสั้นคือจังหวะทอง “เงินเย็น” ช้อนเก็บยาว พร้อมกางแผนส่ง “MTS Gold Investment Token” ดอกเบี้ยบวกอัปไซด์สู้ผันผวน
กรุงเทพฯ — ตลาดทองคำระอุหลังราคาทองคำโลกดิ่งลงแรงทะลุแนวรับจิตวิทยา หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นที่เรียบร้อย เซ่นพิษสถานการณ์สงครามที่ขยายวงกว้างจนดันราคาน้ำมันดิบพุ่งกระฉูด 15% ซ้ำเติมความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ด้าน นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ บอสใหญ่แห่ง MTS Gold แม่ทองสุก ชี้แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาลงและเสี่ยงลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 3,800 ดอลลาร์ แนะนักลงทุนระยะยาวใช้กลยุทธ์ DCA ช้อนซื้อช่วงราคาดิ่ง ชูโรงนวัตกรรมใหม่ “MTS Gold Investment Token” โทเคนทองคำรายแรกของไทย การันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ต่อปีพ่วงกำไรส่วนต่างทองคำ เตรียมเปิดจองซื้อ 24 กรกฎาคม 2569 นี้
สงครามเดือดพ่นพิษน้ำมันแพง ปลุกผีเฟดขึ้นดอกเบี้ยฉุดทองคำร่วงหนัก นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก เปิดเผยผ่านรายการ LeaderView มุมมองของผู้นำตัวจริง ประจำวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 ว่า ราคาทองคำเกิดความผันผวนอย่างรุนแรงและหลุดระดับจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐลงมาเรียบร้อยแล้ว โดยปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์สงครามทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายวงกว้าง ซึ่งการขู่ปิดช่องแคบและการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 15% ในรอบ 10 วัน มายืนอยู่เหนือระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล [01:17]
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในระยะยาว 1-2 เดือนข้างหน้า หากทะยานเกิน 90 ดอลลาร์สหรัฐ จะกลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อตัวเลขเงินเฟ้อโลก ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Fed) มีน้ำหนักและความจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจ “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือนกันยายน 2569 อีกครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเลข CPI และ PPI จะเริ่มชะลอตัวลงจนดันทองคำไปแตะ 4,090 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ตาม ปัจจัยความกังวลเรื่องดอกเบี้ยนี้กลายเป็นตัวแปรหลักที่บดบังปัจจัยหนุนอื่น ๆ และทำให้ทิศทางทองคำระยะสั้นเข้าสู่สภาวะ "ขาลง" อย่างชัดเจน [01:41]
เปิดแนวรับทางเทคนิค: เตือนแมงเม่าระยะสั้นเล่นยาก แนะ "เงินเย็น" ทยอยช้อนซื้อเก็บ ในทางเทคนิค นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า กราฟราย 4 ชั่วโมงแสดงให้เห็นทรงราคาที่ไม่ค่อยดีนัก ราคายังแกว่งตัวในแดนลบต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีโอกาสที่จะลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิม (Low) ที่ระดับ 3,950 ดอลลาร์สหรัฐ และหากหลุดแนวรับดังกล่าว มีแนวโน้มสูงที่จะดิ่งลงไปทดสอบฐานใหม่ที่ระดับ 3,800 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแนวรับสำคัญในระยะยาวอยู่ที่ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐ [03:05]
จากสภาวะตลาดดังกล่าว นพ.กฤชรัตน์ แนะนำว่า การเก็งกำไรระยะสั้น (3 วันถึง 1 เดือน) ในตลาดขาลงแบบนี้มีความยากลำบากและมีความเสี่ยงสูงมาก จึงขอเตือนให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการใช้ Leveraged หรือการเล่นมาร์จิน (Margin) แต่แนะนำให้ผู้ลงทุนที่ใช้ “เงินเย็น” ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เป็นแบบระยะยาว (หวังผล 6 เดือนขึ้นไป) โดยเริ่มทยอยเข้าช้อนซื้อสะสมแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) ทุก ๆ ช่วงที่ราคาปรับตกลงมา 50 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นกรอบการบริหารความเสี่ยงที่ปลอดภัย [04:25]
ชูนวัตกรรม “โทเคนทองคำ” ตอบโจทย์คนถือยาว ไม่ต้องเฝ้าจอ เพื่อแก้โจทย์การลงทุนท่ามกลางความผันผวนสูง MTS Gold ได้ร่วมมือกับ Kubix (บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย) ศึกษาและพัฒนาเครื่องมือการลงทุนใหม่กว่า 2 ปีครึ่ง จนออกมาเป็น “MTS Gold Investment Token” ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่เชื่อมโยงกับทองคำแท่งรายแรกของประเทศไทย โดยเตรียมเปิดให้เสนอขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569 มูลค่าระดมทุนไม่เกิน 2,000 ล้านบาท [10:58]
นวัตกรรมนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวอายุโครงการ 3 ปี ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอและไม่มีเวลาติดตามราคาซื้อขาย โดยโครงสร้างการระดมทุนจะนำเงิน 90% ไปซื้อทองคำแท่ง 96.5% เข้ามาในพอร์ตเพื่อหมุนเวียนในระบบค้าทองคำของแม่ทองสุกที่มีวอลุ่มการซื้อขายกว่า 3.4 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา ส่วนอีก 10% จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ นอกจากนี้ ทางกลุ่มบริษัทแม่ทองสุกยังได้อัดฉีดเงินสมทบเพิ่มอีก 500 ล้านบาท รวมเป็นทุนสำรองสภาพคล่องสูงสุด 2,500 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการบริหารความเสี่ยงให้แก่นักลงทุนว่าเงินต้นจะไม่เข้าเนื้อ [21:27]
เปิดสูตรผลตอบแทน 3% Plus ดักคว้ากำไรตอนทองดีดกลับ นพ.กฤชรัตน์ เผยถึงการจำลองสถานการณ์ผลตอบแทน (Scenario Analysis) ย้อนหลัง 15 ปี พบว่า:
กรณีแย่ที่สุด (Worst Case): ถ้าราคาทองคำปรับตัวลดลงเมื่อครบ 3 ปี ผู้ถือโทเคนยังคงได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน พร้อมผลตอบแทนคงที่ขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี
กรณีพื้นฐาน (Base Case): ผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมรวม 3 ปี จะอยู่ที่ประมาณ 8% กว่า ๆ
กรณีดีที่สุด (Best Case): ถ้าราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในผงาดปีที่ 3 ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี บวกกับผลตอบแทนพิเศษอิงจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้น (Upside Gain) เต็ม ๆ เช่น ถ้าราคาทองคำดีดขึ้นไปถึง 100,000 บาท ผู้ถือก็จะได้รับผลตอบแทนตามมูลค่าจริงนั้น ซึ่งกรณีนี้ผลตอบแทนรวมอาจพุ่งสูงถึงกว่า 15% โดยผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ เสียเพียงภาษีหัก ณ ที่จ่ายเท่านั้น [15:14]
สำหรับผู้สนใจลงทุนสามารถจองซื้อขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาท (10 โทเคน โทเคนละ 1,000 บาท) โดย นพ.กฤชรัตน์ ย้ำว่าผู้ลงทุนจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Kubix เพื่อลงทะเบียนยืนยันตัวตน (Dip Chip) ล่วงหน้า เนื่องจากระบบเปิดบัญชีของสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ซึ่งมีความเข้มงวดเทียบเท่าการเปิดบัญชีธนาคาร ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ลงทุนทุก ๆ 1 ล้านบาท จะได้รับ Golden Bonus เป็นทองคำแท่ง 96.5% น้ำหนัก 1 กรัม ทันทีเป็นของสมนาคุณเพิ่มเติม [17:45]
อ้างอิงเนื้อหาและข้อมูลจาก: รายการ LeaderView มุมมองของผู้นำตัวจริง (คลิปวิดีโอ: https://youtu.be/yQ0cWOa2UI8)