▶️ ความหมายและบทบาทของผู้ประพันธ์บทความ (Authorship Roles)
1. ผู้ประพันธ์อันดับแรก (First Author) หมายถึง บุคคลที่มีบทบาทหลักที่สุดในการจัดทำบทความวิชาการ โดยมีส่วนร่วมสำคัญในเชิงวิชาการและการเขียนบทความ เช่น
การกำหนดแนวคิด วัตถุประสงค์ หรือกรอบการศึกษา
การออกแบบวิธีการศึกษา การวิจัย หรือการวิเคราะห์ข้อมูล
การรวบรวม วิเคราะห์ และแปลผลข้อมูล
การเขียนต้นฉบับบทความเป็นส่วนใหญ่ หรือเป็นแกนหลักของบทความ
ผู้ประพันธ์อันดับแรกต้องเป็นผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาทางวิชาการของบทความโดยรวม
หลักเกณฑ์สำคัญ
ชื่อของผู้ประพันธ์อันดับแรกต้องปรากฏเป็น ลำดับแรก ในรายชื่อผู้ประพันธ์
บทความหนึ่งเรื่องสามารถมี ผู้ประพันธ์อันดับแรกได้เพียง 1 คนเท่านั้น
ผู้ประพันธ์อันดับแรก ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ติดต่อกับกองบรรณาธิการ
2. ผู้ประพันธ์บรรณกิจ (Corresponding Author) หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของผู้ประพันธ์ทั้งหมดในการติดต่อประสานงานกับกองบรรณาธิการวารสารในทุกขั้นตอนของกระบวนการพิจารณาบทความ โดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้
2.1 บทบาทในกระบวนการพิจารณาบทความ
เป็นผู้ส่งบทความผ่านระบบวารสาร
เป็นผู้รับและตอบกลับข้อเสนอแนะจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิ
เป็นผู้ส่งบทความฉบับแก้ไขในแต่ละรอบ
เป็นผู้ยืนยันความถูกต้องของบทความฉบับสุดท้ายก่อนการเผยแพร่
2.2 ความรับผิดชอบเพิ่มเติม
รับรองว่าผู้ประพันธ์ทุกคนได้รับทราบและเห็นชอบต่อการส่งบทความ
รับรองความถูกต้องของรายชื่อ ลำดับ และบทบาทของผู้ประพันธ์
รับรองว่าเนื้อหาบทความไม่ละเมิดจริยธรรมการตีพิมพ์
หลักเกณฑ์สำคัญ
บทความหนึ่งเรื่องสามารถมี ผู้ประพันธ์บรรณกิจได้เพียง 1 คนเท่านั้น
ผู้ประพันธ์บรรณกิจ อาจเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรกหรือไม่ก็ได้
ต้องระบุ อีเมลที่สามารถติดต่อได้จริง และใช้งานได้ตลอดกระบวนการพิจารณาบทความ
3. ข้อกำหนดและข้อพึงระวัง
การระบุบทบาทของผู้ประพันธ์ต้องสะท้อน บทบาทที่เกิดขึ้นจริง
วารสารไม่สนับสนุนการระบุชื่อผู้ประพันธ์ในลักษณะให้เกียรติ (Gift Authorship)
หากกองบรรณาธิการพบความไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้อง อาจขอให้ผู้ประพันธ์ชี้แจงหรือปรับแก้ข้อมูลก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
4. หมายเหตุ
การส่งบทความเข้าสู่ระบบวารสาร ถือว่าผู้ประพันธ์ทุกคนได้ร่วมกันพิจารณา ตกลง และยืนยันรายชื่อ ลำดับ และบทบาทของผู้ประพันธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
วารสาร ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาการขอเปลี่ยนแปลงรายชื่อ ลำดับ หรือบทบาทของผู้ประพันธ์ ภายหลังจากที่บทความได้รับการเผยแพร่แล้ว ไม่ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรและได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการเป็นกรณีไป
ทั้งนี้ หากกองบรรณาธิการตรวจพบความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของข้อมูลผู้ประพันธ์ก่อนการเผยแพร่ วารสารขอสงวนสิทธิ์ในการขอให้ผู้ประพันธ์ปรับแก้หรือชี้แจงข้อมูลดังกล่าวก่อนดำเนินการเผยแพร่บทความ
▶️ แนวปฏิบัติการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของบทความ (Similarity Policy)
วารสาร PULINET Journal มีการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของบทความด้วยโปรแกรมตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการ เช่น iThenticate หรือ Turnitin ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาบทความ
ในการพิจารณาค่าความซ้ำซ้อน กองบรรณาธิการจะพิจารณาทั้งค่าความซ้ำรวมของบทความ และลักษณะของข้อความที่มีความคล้ายคลึงกับแหล่งข้อมูลเดิม โดยอาจมีการยกเว้น (exclude) บางส่วน เช่น รายการอ้างอิง ชื่อหน่วยงาน หรือวลีมาตรฐานที่พบทั่วไปในงานวิชาการ
หากพบว่าบทความมีค่าความซ้ำซ้อนในระดับสูง หรือมีข้อความที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับแหล่งข้อมูลเดิมในหลายส่วนของบทความ กองบรรณาธิการอาจขอให้ผู้เขียนปรับปรุงเนื้อหาก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาบทความ
การพิจารณาค่าความซ้ำซ้อนของบทความเป็นไปตามแนวปฏิบัติของวารสาร และอยู่ในดุลยพินิจของกองบรรณาธิการ โดยคำนึงถึงมาตรฐานจริยธรรมการตีพิมพ์ทางวิชาการเป็นสำคัญ
▶️การเตรียมต้นฉบับ
1. การพิมพ์
จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word กระดาษขนาด A4
จัดรูปแบบเนื้อหาเป็น 1 คอลัมน์ จำนวน 10-15 หน้า พร้อมระบุหมายเลขหน้าในตำแหน่งกึ่งกลางหน้ากระดาษ
ใช้คำว่า "ภาพที่..." ตัวหนา จัดกึ่งกลาง ด้านล่างของภาพ
หากมีภาพหลายภาพ รวมกันเป็นภาพเดียว กำหนดให้ทำการรวมกลุ่มภาพ (Grouping)
รูปแบบของภาพ กำหนดให้ใช้ In line with text
ใช้คำว่า "ตารางที่..." ตัวหนา จัดซ้าย ด้านบนของตาราง
2. ตัวอักษร ใช้ตัวอักษร TH Sarabun New รายละเอียดตามภาพ Template ด้านบน
3. การเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ กำหนดให้ขึ้นต้นด้วยอักษรพิมพ์ใหญ่และต่อด้วยตัวอักษรพิมพ์เล็ก
4. การเว้นวรรค
การเว้นวรรคให้เคาะแป้นเว้นวรรค (Space bar) เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
การย่อหน้าหรือการเว้นวรรคที่ระยะห่างกว่าปกติให้ใช้การตั้งระยะวรรคด้วยขนาดแท็บ (Tab) ห้ามใช้วิธีเคาะ Space bar หลายครั้ง
การพิมพ์ข้อความภาษาไทยสลับกับภาษาอังกฤษและตัวอักษรกับตัวเลขให้เว้นวรรค 1 ครั้ง
▶️ การเขียนรายการอ้างอิง ใช้หลักการเขียนแบบ APA 7th ed.
1. การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา
2. การเขียนอ้างอิงท้ายบทความ
3. การระบุที่มาของภาพ/ตารางที่นำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น
ศึกษารูปแบบการเขียนเพิ่มเติมได้ที่ เมนู รูปแบบการเขียนอ้างอิง