1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ของโรงเรียนบ้านหัวฝาย มีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้านอย่างครอบคลุม โดยมีจุดเน้นให้เด็กสามารถสื่อสารความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ของตนผ่านการเขียนอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ที่ต่อยอดไปในระดับชั้นประถมศึกษาต่อไป ซึ่งจากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการประเมินพัฒนาการ พบว่าเด็กส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการเขียนที่มี แบบแผนและต่อเนื่องโดยมีลักษณะของปัญหาดังนี้
- เด็กมีกล้ามเนื้อมัดเล็ก (มือ) ไม่แข็งแรง การประสานสัมพันธ์ระหว่างตาและมือยังไม่ดี ทำให้การควบคุมดินสอ ดินสอสี หรือพู่กันไม่มั่นคง ตัวอักษรหรือ
เส้นที่เขียนจึงไม่ต่อเนื่อง
- เด็กมีความสนใจในกิจกรรมการเขียนน้อย อาจจะเป็นกิจกรรมที่ยากและน่าเบื่อ เนื่องจากวิธีการจัดการเรียนรู้ยังไม่ดึงดูดหรือเชื่อมโยงกับประสบการณ์
ของเด็ก
- เด็กบางคนมีความแตกต่างด้านพัฒนาการทางภาษาและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ไม่สามารถถ่ายทอดจินตนาการหรือความคิดออกมาเป็นภาพและตัว
อักษรได้อย่างชัดเจน
- การจัดกิจกรรมของครูในปัจจุบันยังคงมุ่งเน้น แบบฝึกหัดหรือการเขียนซ้ำ ๆ ขาดการบูรณาการกับกิจกรรมศิลปะ ดนตรี หรือเกมสร้างสรรค์ที่ช่วยกระตุ้น
การเรียนรู้เชิงบูรณาการ
- การประเมินผลส่วนใหญ่เน้นผลลัพธ์ปลายทาง (ผลงานเขียน) มากกว่ากระบวนการเรียนรู้ ทำให้ขาดข้อมูลเชิงลึกในการพัฒนาแต่ละขั้นตอนของเด็ก
จากสภาพปัญหาดังกล่าว ครูผู้สอนจึงได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะการเขียน โดยนำเอานวัตกรรม PUN Model พัฒนาทักษะการเขียนด้วยกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เชิงบูรณาการ ที่จะช่วยให้เด็กได้ เรียนรู้ การเขียนผ่านกระบวนการศิลปะที่หลากหลายทั้งการวาดภาพ, ปั้นดินน้ำมัน, ระบายสี พร้อมเชื่อมโยงการฝึกเขียนและการลงมือปฏิบัติจริง โดยเน้นความสนุกและการมีส่วนร่วมของเด็กในทุกขั้นตอน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 แนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้
- ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560
- ทฤษฎีพัฒนาการเพียเจต์ (Piaget): เด็กเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ ทดลอง และเล่น(Learning by Doing / Learning through Play)
- ทฤษฎี Constructivism: เด็กสร้างความรู้เองผ่านกิจกรรมศิลปะและประสบการณ์ตรง
- การ์ดเนอร์ (Gardner): เด็กแต่ละคนมีพหุปัญญาที่แตกต่าง การจัดกิจกรรมควรบูรณาการศิลปะภาษาและการเขียน
- แนวคิดการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์: การใช้ศิลปะเป็นสื่อเพื่อพัฒนาทักษะการเขียน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
- ทฤษฎีการเรียนรู้เชิงบูรณาการ (Integrated Learning): การรวมศิลปะ ภาษา และทักษะชีวิตในกิจกรรมเดียวเพื่อพัฒนาเด็กอย่างองค์รวม
2.2 รูปแบบการสอน/วิธีการ/กระบวนการรูปแบบ/กิจกรรม/เทคนิคการสอน
รูปแบบการสอน
PUN Model: Play – Understanding – New Creation
วิธีการ/กระบวนการ
Play – เล่นอย่างมีเป้าหมาย
- จัดมุมศิลปะ: ระบายสีน้ำ สีเทียน สีไม้ ปั้นดินน้ำมัน ดินเบา กระดาษ ฉีก-ปะ-ตัด
- ให้เด็กสำรวจวัสดุ อุปกรณ์ ทดลองสร้างสรรค์ชิ้นงาน
Understanding – เข้าใจและเชื่อมโยง
- ครูเป็นผู้ช่วยเหลือในการสนทนาชี้แนะเด็กให้เชื่อมโยงผลงานศิลปะกับการสื่อสารคำพูดและทักษะการเขียน
- กระตุ้นให้เด็กเล่าเรื่องหรืออธิบายผลงานด้วยคำพูดและตัวอักษร
New Creation – สร้างสรรค์สิ่งใหม่
- เด็กสร้างสรรค์สมุดภาพ ชิ้นงาน หรือบันทึกผลงานใหม่
- ให้เด็กทดลองเขียนคำบรรยายภาพ หรือเขียนเรื่องสั้นจากผลงานศิลปะของตนเอง
- ครูสะท้อนผล ชื่นชม และชี้แนะแนวทางปรับปรุงหรือพัฒนาต่อยอด
เทคนิคการสอน
- Learning Centers / Learning Stations: จัดมุมศิลปะสร้างสรรค์และมุมกิจกรรมส่งเสริมการเขียน
- Modeling & Demonstration: ครูเป็นผู้สาธิตการสร้างสรรค์ผลงานและการเขียนอย่างมีแบบแผน
- Guided Practice: ครูช่วยสอนทีละขั้นตอนและชี้แนะแนวทาง
- Peer Learning / Cooperative Learning: ให้เด็กแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยกันสร้างสรรค์ผลงาน
2.3 สื่อการเรียนการสอน เทคโนโลยี การบริหารจัดการชั้นเรียน
สื่อการเรียนการสอน
- กระดาษวาดภาพ สีเทียน สีไม้ สีน้ำ พู่กัน
- ดินน้ำมัน, กาว, กรรไกร, วัสดุเหลือใช้สำหรับงานศิลปะ
- สมุดบันทึกหรือสมุดภาพส่วนตัว / แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน
เทคโนโลยี
- คอมพิวเตอร์ / tablet สำหรับแสดงตัวอย่างผลงานศิลปะ
- โปรแกรมวาดภาพหรือแอปพลิเคชันสร้างการ์ตูนง่าย ๆ
การบริหารจัดการชั้นเรียน
- จัดชั้นเรียนเป็น มุมกิจกรรม (Learning Corners) เพื่อให้เด็กหมุนเวียนทำกิจกรรม
- จัดเวลาและวัสดุให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน การสอนเป็นเดี่ยว คู่ กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่
- ครูสังเกตและบันทึกพฤติกรรมการทำงานของเด็กแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง
2.4 การวัดและประเมินผล
ประเมินโดยครู : การประเมินทักษะการเขียนและผลงานศิลปะ
- กล้ามเนื้อมือและการลากเส้น
- การเชื่อมโยงภาพกับคำเขียน
- ความคิดสร้างสรรค์และความกล้าแสดงออก
- การประเมินเชิงกระบวนการ : การมีส่วนร่วม ความตั้งใจ ความสามารถแก้ปัญหา
ประเมินโดยเด็ก
- แบบสอบถามตนเอง (Self-Assessment) ระดับความสนุกและความพึงพอใจในการเรียนรู้
ประเมินโดยผู้ปกครอง
- สังเกตพฤติกรรมการเขียนและกิจกรรมศิลปะที่บ้าน
- ให้ข้อเสนอแนะการสนับสนุนเด็กต่อเนื่อง
การบันทึกและสรุปผล
- บันทึกเป็น ตารางก่อน–หลังการใช้กิจกรรม
- ภาพถ่ายผลงานเด็ก แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน และสมุดบันทึกส่วนตัว
- สรุปผลเพื่อปรับปรุงกิจกรรมและต่อยอดการทำกิจกรรมครั้งต่อไป
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ : นักเรียนอนุบาล 3 จำนวน 32 คน โรงเรียนบ้านหัวฝาย
- เด็กอนุบาล 3 จำนวน ร้อยละ 80 ขึ้นไป สามารถพัฒนาทักษะการเขียนได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด (ระดับดีขึ้นไป)
- เด็กอนุบาล 3 จำนวน ร้อยละ 85 ขึ้นไป มีความสามารถในการเชื่อมโยงผลงานศิลปะกับคำเขียนได้อย่างเหมาะสมกับวัย
- เด็กอนุบาล 3 จำนวน ร้อยละ 90 ขึ้นไป มีความสนใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์และการเขียนอย่างมีแบบแผน
3.2 เชิงคุณภาพ
- เด็กมีพัฒนาการด้านการเขียนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกล้ามเนื้อมือ ความแม่นยำ การลากเส้น การเขียนอักษร และการถ่ายทอดความคิดผ่านการเขียน
- เด็กมีความสุข สนุก และกล้าแสดงออกในการทำกิจกรรมศิลปะและการเขียนมากขึ้น
- เด็กสามารถเชื่อมโยงจินตนาการจากงานศิลปะสู่การเขียนอย่างสร้างสรรค์ เกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง
- ครูมีแนวทางการจัดกิจกรรมศิลปะบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนอย่างเป็นระบบ
- โรงเรียนมีนวัตกรรม PUN Model เป็น Best Practice ด้านการพัฒนาทักษะการเขียน