อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่เมืองโบราณกำแพงเพชรตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชรจังหวัดกำแพงเพชรพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (Kamphaeng Phet Historical Park) เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่สำคัญซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCOร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัยอุทยานฯมีพื้นที่กว้างขวางครอบคลุมทั้งเขตภายในกำแพงเมืองและเขตนอกกำแพงเมือง(อรัญญิก)ราบลุ่มแม่น้ำสามารถติดต่อกับที่ราบลุ่มแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านในท้องที่จังหวัดพิจิตรและพิษณุโลกได้และยังต่อเนื่องไปถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำป่าสักในจังหวัดเพชรบูรณ์ส่วนพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่เมืองโบราณกำแพงเพชรตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชรจังหวัดกำแพงเพชรพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำสามารถติดต่อกับที่ราบลุ่มแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านใน
ท้องที่จังหวัดพิจิตรและพิษณุโลกได้และยังต่อเนื่องไปถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำป่าสักในจังหวัดเพชรบูรณ์ส่วนพื้นที่ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกเป็นภูเขาจากลักษณะทางภูมิประเทศดังกล่าวพบว่ามีความเหมาะสมในการตั้งชุมชนโบราณมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สามารถใช้ติดต่อกับชุมชนในพื้นที่ราบได้สะดวกและเป็นชุมชนพักสินค้าเพื่อเปลี่ยนแบบแผนการคมนาคมจากที่ราบสู่เขตภูเขาที่ขึ้นไปทางทิศเหนือและทางทิศตะวันตกต่อไป
เมื่อเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์พื้นที่บริเวณนี้ได้เป็นตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการทำสงครามโดยเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยาและล้านนาซึ่งหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในเมืองกำแพงเพชรได้แสดงลักษณะที่เกี่ยวเนื่องกับดินแดนทั้งสามแห่งและได้พัฒนาต่อยอดลักษณะทางศิลปะรวมทั้งแสดงออกมาในรูปแบบของสกุลช่างเมืองกำแพงเพชรได้อย่างสวยงาม ถือเป็นเอกลักษณ์ที่ โดดเด่นและชัดเจน
เมืองโบราณกำแพงเพชรมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูวางตัวเป็นแนวขนานไปกับแม่น้ำปิงกำแพงเมืองแต่เดิมมีลักษณะเป็นคันดินและคูน้ำสามชั้นต่อมาได้มีการพัฒนากำแพงเมืองชั้นในเป็นกำแพงก่อด้วยศิลาแลง เชิงเทินตอนบนก่อเป็นรูปใบเสมาและมีป้อมประตูโดยรอบ
จุดเด่นและสิ่งที่น่าสนใจ
อุทยานฯ มีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 3.4 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 2 เขตหลัก ได้แก่ เขตภายในกำแพงเมือง และเขตนอกกำแพงเมือง (เขตอรัญญิก)
เขตภายในกำแพงเมือง: มีโบราณสถานที่สำคัญ เช่น วัดพระแก้ว, วัดพระธาตุ, และศาลพระอิศวร
เขตนอกกำแพงเมือง (อรัญญิก): ตั้งอยู่บนเนินเขาลูกรัง มีวัดขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น วัดพระนอน, วัดพระสี่อิริยาบถ (มีงานศิลปกรรมประติมากรรมที่สำคัญ), วัดสิงห์, และวัดช้างรอบ
กิจกรรม: นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหรือขับรถส่วนตัวชมโบราณสถานได้ตามความสะดวก
โบราณสถานที่สำคัญ
โบราณสถานที่สำคัญในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO แบ่งออกเป็น 2 เขตหลักตามตำแหน่งที่ตั้งและลักษณะการใช้งานในอดีต ดังนี้
เขตภายในกำแพงเมือง (เขตพุทธาวาสในเมือง)
เป็นกลุ่มโบราณสถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกำแพงเพชรโบราณ มีพื้นที่ประมาณ 503 ไร่ โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่:
วัดพระแก้ว: วัดที่ใหญ่ที่สุดในเขตกำแพงเมือง มีสถานะเป็นวัดหลวงตั้งอยู่ติดกับบริเวณวัง จุดเด่นคือพระเจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่และพระพุทธรูปปูนปั้นที่ยังคงความงดงาม
วัดพระธาตุ: ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดพระแก้ว มีเจดีย์ประธานทรงระฆังสูงใหญ่ ก่อด้วยศิลาแลงและอิฐ
ศาลพระอิศวร: เทวสถานในศาสนาฮินดูเพียงแห่งเดียวที่พบในเขตเมืองเก่า ประดิษฐานเทวรูปพระอิศวรสัมฤทธิ์
สระมน: บริเวณที่สันนิษฐานว่าเป็นเขตพระราชวังเก่า ล้อมรอบด้วยคูน้ำ
เขตนอกกำแพงเมือง (เขตอรัญญิก)
ตั้งอยู่บนเนินเขาลูกรังทางทิศเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 1,611 ไร่ เป็นที่อยู่ของสงฆ์ฝ่ายวิปัสสนาธุระ (อรัญวาสี) โบราณสถานส่วนใหญ่ใช้วัสดุหลักเป็น "ศิลาแลง" ที่สำคัญได้แก่:
วัดช้างรอบ: วัดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเนินเขา โดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงระฆังที่มีรูปปั้นช้างทรงเครื่องล้อมรอบฐานจำนวน 68 เชือก
วัดพระสี่อิริยาบถ: มีมณฑปจตุรมุขขนาดใหญ่ ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น 4 ปาง (ยืน, นอน, นั่ง, เดิน) ไว้ทั้ง 4 ทิศ ปัจจุบันพระพุทธรูปอิริยาบถยืน (ปางประทานอภัย) มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด
วัดพระนอน: มีวิหารพระนอนที่ก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง ภายในปรากฏเสาศิลาแลงขนาดใหญ่ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย
วัดอาวาสใหญ่: วัดที่มีขนาดพื้นที่กว้างขวาง มีเจดีย์ประธานและวิหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานไพทีเดียวกัน
ข้อมูลการเข้าชม (อัปเดตมกราคม 2569)
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 06.00 – 18.00 น. (บางพื้นที่ในเขตอรัญญิกอาจเปิดถึง 17.00 น.)
ค่าธรรมเนียม: ชาวไทย 20-30 บาท / ชาวต่างชาติ 100 บาท (มีบัตรเหมาชมได้ทั้ง 2 โซน)
ค่ายานพาหนะ: รถยนต์คันละ 50 บาท (สามารถขับรถเข้าไปชมโบราณสถานภายในได้)
สิ่งอำนวยความสะดวก: ทางลาดสำหรับรถเข็น, จุดบริการข้อมูล QR Code และระบบ Audio Guide