แนะนำ 03)
🌿สัมมาสติ..อยากจะฝากไว้นะคะ
🌿🌿🌿
คนเราปฏิบัติได้ทุกเวลา
ไม่ว่าจะไปศูนย์ปฏิบัติ
ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน
ไม่ว่าจะไปเรียน หรือ ไปทำงาน
ไม่ว่าจะไปเที่ยว หรือ สมาคมกับผู้คน
ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง นอน อยู่
ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถย่อยๆอื่นๆอยู่
ไม่ว่าเป็นช่วงเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่
🌿
เพราะการ ‘ปฏิบัติธรรม’ คือการมีสติ และมีปัญญาไปด้วยในขณะที่กำลังรู้ตัวอยู่นั้น
🌿
‘สติ’ ในความหมายในทางธรรม หมายถึง ‘สัมมาสติ’ ในมรรค8 (เป็นสติ ที่ใช้ภาษาอังกฤษว่า mindfulness การรู้ตามความเป็นจริงของธรรมชาติ (เช่น ความไม่เที่ยง เป็นต้น)
🌿
ต่างจากคำว่าสติในภาษาไทยที่ใช้เตือนสติแบบทั่วๆไป
สติแบบนั้น เป็นการรู้ตัวเฉยๆ ยังไม่ได้มี ‘ปัญญาเห็นความไม่เป็นแก่นสารของสิ่งที่เห็น’ ไปด้วย (สติแบบนี้ฝรั่งใช้คำว่า consciousness)
🌿
คนไม่ได้ฝึกจิต ก็มีสติประเภทนี้ได้ เช่นที่ ท่านอาจารย์ยกตัวอย่างว่าคนเล่นกายกรรม ต้องมีสติตลอดเวลาไม่งั้นอาจตกลงมาได้
สติแบบนั้น ไม่ได้ช่วยให้คนพ้นทุกข์ของสังสารวัฏฏ์
แต่ช่วยให้ปลอดภัยได้ หรือไม่วู่วามได้
คนเรามีสติแบบนี้ ก็ถือว่าดีมากในระดับหนึ่ง
แต่ไม่เพียงพอต่อการพ้นทุกข์
🌿
สำหรับ สติ ที่ใช้ในทางธรรม ใช้ในในวิธีการปฏิบัติวิปัสสนาทั่วไปในสายต่างๆ
จะใช้ในความหมาย ว่า mindfulness หรือคือ มีสติ และ มีสัมปชัญญะ
หรือคือ มี ทั้งสติรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ และทั้งมีปัญญารู้ว่าสิ่งที่เรากำลังรับรู้อยู่นั้นมันไม่มีแก่นสารสาระ
เมื่อรู้ตามจริงดังนี้ เราจึงปล่อยวางลง (มีอุเบกขา)
ไม่ไปมีปฏิกิริยาหวั่นไหวใดๆอะไรกับมัน
🌿
เมื่อเข้าใจว่าขบวนการปฏิบัติว เป็นเช่นนี้ คือการมีสติ (สัมมาสติ)
เราก็สามารถนำไปใช้ในทุกเวลาของชีวิตประจำวัน ทุกที่ ทุกอิริยาบถตามที่ต้องการได้
เมื่อทำบ่อยๆเข้า มันจะค่อยๆกลายเป็นธรรมชาติของเราที่จะมีสัมมาสติอยู่มากในช่วงที่ตื่นอยู่
🌿
แต่เราจำเป็นต้องเข้าฝึกอบรม
เข้าฝึกปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังสม่ำเสมอด้วย
เพราะการปฏิบัติที่เข้มข้นจริงจังและต่อเนื่องเท่านั้น
จึงจะบ่มเพาะความสามารถทางการพัฒนาจิตให้เลื่อนชั้น ให้มีคุณภาพได้
จึงจะจัดการตัวความขุ่นมัวเศร้าหมองภายในใจอันเป็นสาเหตุแห่งความกังวลใจ ความทุกข์ใจ การโต้ตอบ นิสัยไม่ดีต่างๆของเราทั้งหลายอย่างได้ผล
การปฏิบัติอย่างเข้มข้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอเท่านั้น เราจึงจะเห็นตัวเอง และบ่มเพาะอุปนิสัยใหม่ ด้วยการล้างบางกิเลสในใจอันเป็นเหตุแห่งนิสัยตอบโต้ปรุงแต่งต่อสิ่งเร้าทุกครั้งของเราไป
🌿
เพราะเรายังไม่คล่องแคล่วในการฝึกจิต
เพราะเรายังไม่มีอินทรีย์แก่กล้าพอ
เพราะ(อนุสัย)กิเลสเรามีลึกล้ำมากมาย และเราไม่เท่าทันมัน (ทำให้เกิดสังขารใหม่ตลอดเวลา)
เพราะกรรมเราทำมาต่างๆมากมาย (ผลจากสังขารที่เคยทำไปแล้ว)
🌿
เราเลยล้มลุกคลุกคลาน เซไปเซมา เมื่อลมร้อน, ลมหนาว, ลมฝุ่น, ลมมรสุม…ลมต่างๆของชีวิต พัดเข้ามากระทบ แต่ละครั้ง แต่ละวัน
บางลมหรืออาจชุ่มแช่อยู่ยาวนานเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี
🌿
ขอให้เราระลึกไว้เสมอๆว่า ทุกๆลมร้อนเย็นแห่งชีวิต
ล้วนมาจากตัวเราเองทั้งสิ้น
ไม่จากสังขารอดีต ก็สังขารปัจจุบัน(การปรุงแต่งว่าชอบชัง)
ดังนั้น เราจึงเจอโน่น นี่ นั่น ที่ไม่ดีมากมาย และเจอที่ดีๆก็มากมาย
🌿
เราสามารถเอาชนะความทุกข์ที่เป็นผลจากการกระทำไม่ดีของเราได้ ด้วยการยอมรับมันอย่างที่มันเป็น และเฝ้าดูให้มันจากไป โดยไม่ทำอะไรที่ไม่ดีเพิ่ม (ทั้งทางกาย วาจา ใจ)
หนี้นั้นก็ถูกใช้ไปหนี้ใหม่ก็ไม่ได้สร้าง🌿
19/11/18