แนะนำ 01) 


🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

ชีวิตประจำวันนอกห้องปฏิบัติ...

สิ่งที่อาจเกิดสำหรับผู้ปฏิบัติอย่างเราๆ อันหนึ่งก็คือ ความรู้สึกว่าเราช่างมีความคิดไม่ดี เรายังพูดไม่เหมาะและยังกระทำสิ่งที่ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้อยู่มากมาย...

เช่น


บางคนรู้สึกตัวว่าตัวเองโกรธ

บางคนรู้สึกตัวเมื่อหงุดหงิด

บางคนรู้สึกตัวเมื่อพูดวาจาก้าวร้าวรุนแรง

บางคนรู้สึกตัวเมื่อกำลังกล่าววาจานินทาว่าร้ายวิจารณ์คนอื่น

บางคนรู้สึกตัวเมื่อในใจคิดบริภาษค่อนแคะ หรือริษยาคนอื่น

บางคนรู้สึกตัวว่าใจห่อเหี่ยว เศร้าซึม ผิดหวัง ท้อแท้

บางคนรู้สึกตัวว่าตัวเองช่างหลงตัว

🌷

.....และความรู้สึกถึงความคิด คำพูด และการกระทำทั้งหลายที่ไม่ดีงามของตนเองต่างๆนานา

🌷

ขออย่าท้อแท้ผิดหวัง 

อย่าเพิ่งคิดว่าเราปฏิบัติไม่เป็นผล

อย่าเพิ่งคิดว่าทำไมเราช่างใช้ไม่ได้

🌷

ความจริงแล้วจิตของผู้ที่ฝึก’สติ’อย่างถูกต้องย่อมเป็นเช่นนี้

🌷

การที่เราฝึกดูแค่เวทนาธรรมดาๆนี้ให้เป็นในห้องปฏิบัติ

คือ ดูอย่างปล่อยวาง ดูอย่างไม่แบกไม่ถือ ไม่เห็นเป็นเวทนาของเราได้


เมื่อใดที่เราฝึกได้ และสามารถฝึกได้อย่างต่อเนื่อง นาทีแล้วนาทีเล่าในห้องปฏิบัตินั้น

เท่ากับเราได้ฝึกศักยภาพของจิตเราให้พัฒนาขึ้นทุกๆขณะของนาทีนั้น


ในจิตของเราขณะฝึกอย่างถูกต้อง ก็จะเกิดขบวนการชำระล้างกิเลสออกทุกขณะ 

คือทุกๆขณะที่มีสติรู้เวทนา แล้ววางเฉยไม่ตอบโต้ และไม่คิดปรุงแต่งต่อเวทนานั้นๆได้

จิตก็เลื่อนขั้นขึ้น มีพัฒนาการขึ้นทีละน้อย ทีละน้อย

🌷

จิตจึงมีความว่องไวขึ้นในการ ‘detect’ บาปที่เกิดขึ้นในตัวเอง

นี่คือการที่ มีสติที่ว่องไวขึ้น 

จึงสามารถรู้ตัวว่าได้ทำสิ่งไม่ดีขึ้นมาแล้ว

🌷

บางคนรู้ตัวเร็วมาก

บางคนรู้ตัวขณะกำลังเกิดได้สักพัก

บางคนรู้ตัวหลังทำไปแล้ว 

บางคนบางเรื่องรู้ตัวเร็ว แต่บางเรื่องรู้ตัวช้า...


(ที่รู้ช้าอาจเพราะสิ่งนั้นอาจเป็นกิเลสที่ฝังตัวลึกกว่า กิเลสที่ทำบ่อยๆจนชาชิน เป็นอุปนิสัยสันดานที่ติดแน่นกว่าตัวอื่นๆ)

🌷

แต่จะช้า จะเร็ว ผู้ที่เคยฝึกสติอย่างถูกต้อง ควรมีความรู้เท่าทันเหล่านี้เกิดขึ้นในตนเนืองๆ

🌷

การที่จิตพัฒนาขึ้น เราจะมีหิริ มีโอตตัปปะเพิ่มขึ้น รู้ดีรู้ชั่ว กลัวบาปกลัวกรรมมากขึ้น จิตตามรู้ได้อย่างว่องไวขึ้น

🌷

ดังนั้นจึงไม่พึงท้อแท้ผิดหวังที่เรายังทำผิดพลาด ยังโกรธ ยังมีกิเลสต่างๆอยู่

🌷

ข้อดีคือได้ ‘รู้ตัว’

นี่คือการรู้จัก ‘มองตน’ เสียที

เพราะเรามัวแต่ ‘มองฅน’ มานาน

🌷

ขออย่าคิดร้าย อย่าโกรธผิดหวังตนเองเมื่อเห็นความผิดพลาดนั้นๆ แต่ให้รีบมีสติ มนสิการด้วยปัญญาว่าเราได้พลาดไปแล้ว ให้กำหนดรู้ลมหายใจหรือเวทนาด้วยจิตที่มีอุเบกขาก่อน เพื่อให้อภัยตนเองและไม่ให้สร้างความคิดที่ไม่ดีต่อไปอีก 

🌷

ทำสักระยะจนใจนิ่งสงบลง ไม่ซัดส่ายเร่าร้อน 

นี่เท่ากับเราได้ใช้อกุศลที่เกิดขึ้น มาฝึกจิตให้เกิดกุศล เกิดปัญญา

แล้วให้ตั้งใจใหม่ให้ดีว่าเราจะพยายามให้ดีขึ้น ให้รู้ตัวเร็วขึ้น

🌷

ความคิดที่ทำร้ายไม่พอใจตนเอง ก็เป็นกิเลส เป็นการสร้างสังขารต่อไปอีก

🌷

การปฏิบัติทุกวัน เช้าเย็นจะฝึกศักยภาพของสติ อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

🌷

แต่ในแต่ละครั้งที่นั่งชั่วโมง เช้า เย็น

ต้องนั่งปฏิบัติจริงๆจึงจะได้ผล

ไม่ใช่นั่งฟุ้ง นั่งหลับทั้งชั่วโมง

ก็จะได้ความฟุ้งและความหลับเป็นรางวัล แถมเสียไปหนึ่งชั่วโมงให้กับมัน

ปกติธรรมดาผู้นั่งปฏิบัติต้องมีฟุ้ง มีหลับเป็นธรรมดาของจิตปุถุชน

ขอให้ใช้ความฟุ้งความง่วงมาเป็นประโยชน์ 

ใช้มันมาฝึกตนเองให้ตื่นตัวด้วยสติ

🌷

ทุกๆความฟุ้ง คือโอกาสฝึกสติ ฝึกสมาธิ ฝึกวิริยะ ฝึกปัญญา

ไม่ใช่ฟุ้งทีโมโหที...


🌷

สาธุการในความเพียรพยายามของทุกท่านค่ะ

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

9/1/18