KM HSS

ข้อมูลการอบรมฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดการความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 1 เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุม VDO Conference ชั้น 4 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ตอนที่ 1 บรรยายให้ความรู้เรื่อง การบริหารจัดการความรู้ 7 ขั้นตอน โดย นายอนุสรณ์ จันทนโรจน์ วิทยากรการพัฒนาองค์กร คลิกที่นี่

สรุปรายงานฯ คลิกอ่านได้ที่นี่ (ภาพรวมท้้ง4ตอน)

ตอนที่ 2 เรื่อง เทคนิคการเขียนโครงการวิจัยและการหาทุนสนับสนุนการวิจัย โดย ดร.สมภพ อาจชนะศึก นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน และ นายยุทธพงษ์ ขวัญชื้น นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ กองสุขศึกษา คลิกที่นี่

ตอนที่ 3 เรื่อง เทคนิคการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน เทคนิคการพัฒนาสื่อสารและเตือนภัยสุขภาพ และ เทคนิคการพัฒนางานสุขศึกษาและกระบวนการเรียนรู้หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ โดย 1.นายนัตถะวุฒิ ภิรมยไทย ผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน 2.นายชาญยุทธ พรหมประพัฒน์ ผู้อำนวยการกองสุขศึกษา3.นางพิศมัย สุขอมรรัตน์ รก.นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) คลิกที่นี่


ตอนที่ 4 เรื่อง การถอดบทเรียนการจัดการสุขภาพชุมชน ช่วงสถานการณ์โควิด-19 และการถอดบทเรียนการพัฒนาตำบลจัดการคุณภาพชีวิต โดย นายชาติชาย สุวรรณนิตย์ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน) คลิกที่นี่


การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการพัฒนางานวิจัย : โครงการวิจัยชุดภายใต้แผนงานวิจัยพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานและสุขภาพภาคประชาชน เมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 ห้องประชุม 3 ชั้น 9 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ คลิกที่นี่

สรุปรายงานฯ คลิกอ่านได้ที่นี่

การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการพัฒนางานวิจัย : โครงการวิจัยชุดภายใต้แผนงานวิจัยทางพฤติกรรมสุขภาพ เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563 ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 9 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ คลิกที่นี่

สรุปรายงานฯ คลิกอ่านได้ที่นี่

Innovation คืออย่างไร

โดย นายแพทย์สุชาติ เลาบริพัตร ผู้อำนวยการสำนักผู้เชี่ยวชาญ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

แบบสอนสำหรับข้าราชการใหม่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ บทสรุปเนื้อหา ดังนี้

ขอให้ทุกท่านศึกษาความรู้จาก VDO clip ที่ส่งให้นี้ ในห้องบรรยายจะเป็นการ discussion ตามประเด็นใน VDO clip ดังนั้นถ้าท่านไม่ได้ดูไปก่อนท่านจะไม่เข้าใจประเด็น

Clipที่ 1 “Innovation ในโลกที่ผ่านมา” https://youtu.be/I16TJUp4SVA ท่านจะได้เรียนรู้ว่ามี innovation มากมายในอดีตที่ทำให้อารยธรรมของมนุษย์ได้พัฒนามาจนถึงปัจจุบัน ท่านรู้จัก innovation ชิ้นใดที่เอ่ยถึงใน clip ดีที่สุด ว่ามันสร้างขึ้นมาได้อย่างไร

Clipที่ 2 “ตัวอย่างของ Product innovations” https://youtu.be/SgD_eTCnOrw หลังจากดู clip นี้แล้ว ให้ท่านเลือก 3 products ที่ท่านคิดว่ามีคุณสมบัติตามนี้ 1.เป็น product ที่ท่านประหลาดใจมากที่สุด คิดมาได้อย่างไร 2.ท่านคิดว่า product นี้ ถ้าได้ผลิตขาย ต้องรวยแน่ 3.ท่านคิดว่า product นี้ ถ้าผลิตออกมาแล้ว จะทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

Clipที่ 3 “Innovation process” https://youtu.be/UR83B1UuzCY หลังจากดู clip นี้แล้ว ท่านจะเข้าใจถึงกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบในการผลิต Innovation ขึ้นมาแต่ละชิ้น ท่านต้องอภิปรายว่าเมืองไทยมีกระบวนการสนับสนุนแบบนี้หรือเปล่า ประเทศเรามีข้อที่ต้องปรับปรุงอะไรบ้าง

Clipที่ 4 “Product and process innovation” https://youtu.be/BbUE9Fco5Nc ท่านจะเข้าใจความหมายและประโยชน์ที่ได้จาก product และ process innovation ท่านคิดว่าจะสามารถประดิษฐ์ product หรือ process innovation ที่เกี่ยวข้องกับงานของท่านได้ไหม

Clipที่ 5 “Innovation model” https://youtu.be/UlF8GDeW80c เป็นบทสรุปให้ท่านเห็นภาพรวมของรูปแบบ innovation และตัวอย่างประกอบ ดังนั้นเมื่อท่านเห็น innovation ใด ท่านจะเข้าใจทันทีว่า มันควรอยู่ส่วนไหนของ model ท่านลองคิดสิว่ามี innovation ใดที่ไม่สามารถอธิบายด้วย model ข้างต้นได้

Clipที่ 1

Clipที่ 2

Clipที่ 3

Clipที่ 4

Clipที่ 5

แผนการจัดการความรู้ กรมสบส.

การจัดการความรู้ : Knowledge Management โดย คุณธวัชชัย หล่อวิจิตร

แหล่งความรู้ ซึ่งมีอยู่มากมาย ทั้งความรู้ในตัวบุคลากร ความรู้ในองค์กร และความรู้จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับหน่วยงาน โดยความรู้ส่วนใหญ่นั้น จะอยู่ในตัวบุคลากรมากที่สุด ซึ่งนับว่าเป็น ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) ในขณะที่ความรู้อีกประเภทหนึ่งคือ ความรู้ที่ชัดเจน (Explicit Knowledge)

วงจรความรู้ (Knowledge Spiral) ที่เรียกว่า SECI Model ของ Nonoka & Takeuchi ซึ่งเป็นวงจรสร้างและแบ่งปันความรู้โดยเปลี่ยนรูปไปมาระหว่าง Explicit Knowledge (EK) กับ Tacit Knowledge (TK) ได้แก่

S = Socialization คือ การแบ่งปันและสร้างความรู้จาก TK ไปสู่ TK โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงของผู้ที่สื่อสาระหว่างกัน เช่น การพูดคุย จับกลุ่มคุยกัน สภากาแฟ พี่สอนน้อง เป็นต้น

E = Externalization คือ การสร้างและแบ่งปันควารู้จากการแปลง TK เป็น EK โดยเผยแพร่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น การนำ TK ที่อยู่ในตัวคน ออกมาเป็น EK โดยการเขียนบทความ คู่มือ ตำรา การบันทึกเสียงบทสัมภาษณ์ หรือภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ

C = Combination คือ การแบ่งปันและสร้างความรู้จาก EK ไปสู่ EK โดยรวบรวมความรู้ประเภท Explicit ที่เรียนรู้ มาสร้างเป็นความรู้ประเภท Explicit เรื่องใหม่ๆ หรือต่อยอดความรู้เดิม เช่น การเขียนบทความ การทำวิทยานิพนธ์ การทำงานวิจัย เป็นต้น ทั้งนี้ การนำ EK จากหลายๆ แหล่งมารวมกันนั้น จะต้องมีการวิจัย ทดลอง หรือตกผลึกเป็นความรู้ของตนจนเกิดเป็น Explicit ใหม่ๆ

I = Internalization คือ การแบ่งปันและสร้างความรู้จาก EK ไปสู่ TK โดยมักจะเกิดจากการนำ EK ที่ได้เรียนรู้มาไปปฏิบัติจริงหรือลงมือทำ จนทำให้เกิดเป็น TK ขึ้นมาในตัวบุคลากร เช่น การศึกษาค้นคว้า ด้วยการอ่าน การฟัง การทดสอบ และลงมือปฏิบัติจริง ฯลฯ

“ความรู้” เป็นสินทรัพย์ ใช้แล้วไม่มีวันหมด ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่ม ยิ่งใช้มากเท่าไหร่ ยิ่งมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้นยกตัวอย่างเช่น เวลาไปบรรยายให้ความรู้ เมื่อบรรยายจบ ความรู้ก็ยังคงอยู่กับตัวเรา ไม่หายไปไหน และบางครั้งเราอาจได้ความรู้เพิ่มขึ้น จากการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้ฟังการบรรยาย และจากคำถามต่าง ๆ ที่เราต้องพยายามหาคำตอบมาให้กับผู้ฟังการบรรยาย

“การจัดการความรู้” ที่มีประสิทธิภาพมุ่งหวังสู่ผลลัพธ์สุดท้าย คือ คนเกิดการพัฒนา ส่งผลให้งานพัฒนาและทำให้หน่วยงานพัฒนา (สำนักงาน ก.พ.ร.)

กระบวนการจัดการความรู้ (KM Process) 7 ขั้นตอน ประกอบด้วย

1.การบ่งชี้ความรู้ (Knowledge Identification) เป็นการบ่งชี้ความรู้ที่องค์กรจำเป็นต้องมี และวิเคราะห์รูปแบบและแหล่งความรู้ที่มีอยู่ โดยการตอบคำถามว่า เราต้องมีความรู้ที่จำเป็นขององค์กรเรื่องอะไร และเรามีความรู้นั้นแล้วหรือยัง

2.การสร้างและแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition) จากแหล่งต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั้งภายในและภายนอก เพื่อจัดทำเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการ โดยการหาคำตอบว่า ความรู้อยู่ที่ใคร อยู่ในรูปแบบอะไร และจะนำมาเก็บรวบรวมกันได้อย่างไร

3.การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) เป็นการแบ่งชนิดและประเภทของความรู้ เพื่อจัดทำระบบให้ง่ายและสะดวกต่อการค้นหาและใช้งาน โดยการตอบคำถามว่า ความรู้ที่สร้างมาจะเก็บอย่างไร และจะแบ่งประเภทหัวข้ออย่างไร

4.การประมวลและกลั่นกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement) เป็นการจัดทำรูปแบบและ “ภาษา” ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร รวมทั้งเรียบเรียงปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัย และตรงกับความต้องการ โดยหาคำตอบว่าจะทำให้เข้าใจง่ายและสมบูรณ์ได้อย่างไร

5.การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) คือ ความสามารถในการเข้าถึงความรู้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ในเวลาที่ต้องการ โดยการพิจารณาว่าเราสามารถนำความรู้มาใช้งานได้ง่ายหรือไม่ หรือทำอย่างไรเพื่อจะให้เข้าถึงความรู้ได้

6.การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) โดยเฉพาะความรู้ในรูปแบบ Tacit Knowledge ที่จะต้องทำให้มีการถ่ายทอดออกมาให้ได้ โดยอาศัยเรื่องมือต่างๆ เช่น การจัดทำเอกสาร การจัดทำฐานความรู้ การสร้างชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice : CoP) การสร้างระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) การสับเปลี่ยนงาน (Job Rotation) เป็นต้น

7.การเรียนรู้ (Learning) เป็นการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นการเรียนรู้โดยมีนัยสำคัญคือ Learning by doing ว่า ความรู้ที่จำเป็นซึ่งถูกบ่งชี้หรือกำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 1 นั้น ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในงานจริงหรือไม่ และก่อให้เกิดการแก้ปัญหาและปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

และเพื่อให้กระบวนการจัดการความรู้ทั้ง7ขั้นตอน เกิดขึ้นได้เองอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติจำเป็นต้องมีกระบวนการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management Process) เพื่อช่วยส่งเสริม ผลักดัน และปรับเปลี่ยนให้ “คน” อยาก “ทำ” รวมทั้งจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในองค์กรให้เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างทั่วถึงและทำให้กระบวนการจัดการความรู้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจาก “คน” เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญที่สุดของการจัดการความรู้