แต่แพ้ยับ 3-0 เนื่องจากจบสกอร์ไม่คมเท่า ไก่เดือยทอง อันเป็นสิ่งที่ทีมจำเป็นต้องปรับปรุงให้ได้ แม้จะเป็นทีมเยือน แต่ นอริช มีผลงานการครองบอลเหนือกว่าเจ้าบ้านลิบลับในอัตราส่วน 60-40 ซึ่งทำให้ สมิธ ได้คุยโวว่าลูกทีมของตัวเองดวลกับทีมใหญ่ได้อย่างสูสี
ขาดก็แต่การคลำเป้าที่ยังไม่เด็ดขาดเหมือนกับทีมลอนดอน "สำหรับคนนอก เกมเหมือนว่า สเปอร์ส ได้บุกอยู่ฝ่ายเดียว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น พวกเขาคมกว่า เราต้องยิงประตูให้คมกว่านี้เมื่อมีโอกาส" "ฟอร์มการเล่นของเราได้มาก เราคอนโทรลบอลได้ และได้ครองบอล 60% เราสร้างโอกาสได้""พวกเขายังเป็นนักเตะ สเปอร์ส ทีมเดิม แต่ อันโตนิโอ คอนเต้ มีไอเดียของเขา เขาได้แชมป์ลีกกับที่นี่และอิตาลี เขารู้วิธีพาทีมชนะ ดูบอลสด และมันเป็นสิ่งที่เราต้องพยายามทำให้ได้" "สิ่งสำคัญที่ผมบอกกับนักเตะคือพวกเขาเป็นนักเตะระดับ พรีเมียร์ลีก พวกเขาสามารถต่อกรกับ สเปอร์ส ได้ เราจำเป็นต้องมีความเชื่อมั่น เรากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง"
แบบน่าโมโหในเกมที่ นกขมิ้น ไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 ช่วงท้ายของศึก พรีเมียร์ลีก ที่สนาม เซนต์ เจมส์พาร์ค เมื่อวันอังคารที่ 30 พ.ย.นอริช ได้เปรียบผู้เล่นตั้งแต่ต้นเกมเนื่องจาก คีแรน คลาร์ก กองหลังเจ้าบ้านไปทำฟาลว์หน้าเขตโทษจนโดนไล่ออก
แต่ทีมเยือนเสียประตูก่อนเนื่องจากผู้ตัดสินดูวีเออาร์แล้วระบุว่า บิลลี่ กิลมอร์ ยกแขนปัดบอลในเขตโทษซึ่ง สมิธ ยืนยันว่าไม่เห็นด้วย "เราโมโหมาก ผมชื่นใจที่ ตีมู ยิงประตูได้ เราต้องเปลี่ยนแผนการเล่นนิดหน่อย และพวกเขาพยายามทำประตูปิดเกมในทุกๆโอกาส" "เรารู้ว่าเราจะครองบอลได้มาก เราใช้สูตรไดมอนด์เพื่อดันฟูลแบ็คขึ้นสูงอีกนิด แต่คุณภาพในการวิ่งของเรายังไม่ดีพอ""พวกเขาได้ลูกโทษซึ่งทำให้แฟนบอลตะโกนเชียร์อย่างเต็มที่ และนักเตะก็มีกำลังใจมากขึ้น""เราต้องรับผิดชอบการเสียลูกโทษ ผู้ตัดสินไม่รู้สึกว่ามันเป็นการยกแขนโดยธรรมชาติ มันต้องใช้เวลา 90 วินาทีต่อการดูอย่างใกล้ชิด มันน่าเศร้าสำหรับผม""เราจัดการสร้างผลงานไม่แพ้ได้สามนัด แต่เรารู้สึกว่าเราเสียสองแต้มที่นี่ในวันนี้จากสถานการณ์ที่ว่า" "แลมพ์ส" ซึ่งยังไม่ได้รับงานไหนนับตั้งแต่โดน เชลซี ปลดกลางอากาศเมื่อเดือนมกราคมที่่ผ่านมา มีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับบอร์ดบริหารของ นอริช เมื่อวันพฤหัสบดี และดูเหมือนว่าทุกอย่างจะลงตัว แต่สุดท้าย อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ เกิดกลับลำไม่สนใจอยากนั่งเก้าอี้นายใหญ่ "เดอะ คานารี่ส์" แทน ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ ที่โดนไล่ออกไปเมื่อเร็วๆ นี้ จากการตัดสินใจดังกล่างของ แลมพาร์ด ส่งผลให้ สมิธ ที่เพิ่งจะโดน แอสตัน วิลล่า สั่งปลดเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกของสโมสรในการนำทีมหนีจากการตกชั้น หลังจากที่ปัจจุบันพวกเขารั้งอยู่อันดับ 20 ในตารางลีก
สำหรับเหตุผลที่ แลมพาร์ด ปฏิเสธรับงานนี้ยังไม่มีการออกมาเปิดเผยจากเจ้าตัวหรือสโมสร แต่สื่อคาดกันว่า ตำนานมิดฟิลด์เชลซี และ สมิธ ได้รับการแจ้งจาก นอริช ว่าทีมไม่มีเงินในการเสริมทัพช่วงตลาดพ่อค้าแข้งรอบ 2 เดือนมกราคมนี้ เนื่องจากใช้งบไปแล้ว 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,640 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา