กฏกติกาฟุตซอล 18 ข้อ

กฏกติกาฟุตซอล 18 ข้อ ฟุตซอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย มีการจัดการแข่งขันฟุตซอลมากมาย ทั้งในระดับอาชีพและระดับสมัครเล่น ฟุตซอลทีมชาติไทยเคยประสบความสำเร็จในระดับเอเชีย โดยคว้าแชมป์เอเชียมาแล้ว 2 สมัย ในปี 2004 และ 2014 วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ กฏกติกาฟุตซอล 18 ทัง 18 ข้อ ว่ามีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเลย 

ในปัจจุบัน, กฎและกติกาในการแข่งขันฟุตซอลมีการแก้ไขและเพิ่มเติมอยู่เสมอเพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างสมบูรณ์และยุติธรรมต่อผู้เล่น ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และผู้ชมการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงกฎและกติกานี้มีความสำคัญเพราะหากไม่มีการติดตามการเปลี่ยนแปลง อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎและกติกาได้ ดังนั้น การเผยแพร่และการศึกษากฎและกติกาให้กับผู้ที่สนใจเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทุกฝ่ายมีความรู้และเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน 

กติกาฟุตซอล 18 ข้อ

กติกาข้อ 1 เกี่ยวกับสนามแข่งขัน (THE PITCH)
ระบุว่าสนามแข่งขันต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความยาวยาวกว่าความยาวของเส้นประตู และความกว้างกว่าความกว้างของเส้นประตู
สำหรับสนามแข่งขันระหว่างชาติ (International Matches) ความยาวของสนามต้องเป็นไม่เกิน 42 เมตร และความกว้างต้องเป็นไม่เกิน 22 เมตร ส่วนสนามแข่งขันในการแข่งขันทั่วไป ความยาวของสนามต้องไม่เกิน 25 เมตร และความกว้างต้องไม่เกิน 15 เมตร

กติกาข้อ 2 เกี่ยวกับลูกฟุตซอล (The Ball)
ระบุว่าลูกฟุตซอลต้องเป็นทรงกลมทำด้วยหนังหรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม รอบวงของลูกฟุตซอลต้องไม่น้อยกว่า 62 เซนติเมตร และไม่เกิน 64 เซนติเมตร น้ำหนักของลูกฟุตซอลต้องไม่น้อยกว่า 400 กรัม และไม่เกิน 440 กรัม ความดันของลูกฟุตซอลต้องอยู่ในระดับ 0.4 – 0.6 ระดับบรรยากาศ (400 – 600 กรัมต่อตารางเซนติเมตร) ที่ระดับน้ำทะเล

กติกาข้อ 3 เกี่ยวกับจำนวนผู้เล่น (THE NUMBER OF PLAYERS)
ระบุว่าในการแข่งขันฟุตซอล แต่ละทีมต้องมีผู้เล่นไม่เกิน 5 คน และต้องมีผู้เล่นคนหนึ่งเป็นผู้รักษาประตู อนุญาตให้มีผู้เล่นสำรองไม่เกิน 7 คน

กติกาข้อ 4 เกี่ยวกับอุปกรณ์ของผู้เล่น (THE PLAYER’S EQUIPMENT) ระบุว่าผู้เล่นต้องไม่ใช้อุปกรณ์หรือสวมใส่สิ่งใดที่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้เล่นอื่น ๆ รวมถึงเครื่องประดับต่าง ๆ ทุกชนิด

กติกาข้อ 5 เกี่ยวกับผู้ตัดสิน (THE REFEREE)
ระบุว่าผู้ตัดสินมีอำนาจและปฏิบัติหน้าที่ตามกติกาการแข่งขัน และจะควบคุมการแข่งขันตั้งแต่เข้าสนามแข่งขันจนถึงสิ้นสุดการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่สองจะช่วยเหลือผู้ตัดสินในการควบคุมการแข่งขันให้เป็นไปตามกติกาการแข่งขัน

กติกาข้อ 6 เกี่ยวกับผู้ตัดสินที’ 2 (THE SECOND REFEREE) ระบุว่าผู้ตัดสินที’ 2 จะช่วยเหลือผู้ตัดสินในการควบคุมการแข่งขันให้เป็นไปตามกติกาการแข่งขัน

กติกาข้อที่ 7 เกี่ยวกับผู้รักษาเวลาและผู้ตัดสินที 3 (THE TIMEKEEPER AND THE THIRD REFEREE)
ระบุว่าผู้รักษาเวลาและผู้ตัดสินที 3 จะต้องอยู่ด้านนอกสนามทีเส้นแบ่งแดนด้านเดียวกับเขตเปลี่ยนตัว ผู้รักษาเวลาและผู้ตัดสินที 3 จะใช้นาฬิกาจับเวลาที่เหมาะสมและจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่แสดงให้เห็นการกระทำผิดกติการวม ซึ่งทางสมาคมและสโมสรทีเป็นเจ้าของสนามจัดเตรียมไว้ให้ก่อนเริ่มการแข่งขัน

กติกาข้อ 8 ระยะเวลาของการแข่งขัน (THE DURATION OF THE MATCH)
ระบุว่าการแข่งขันแบ่งระยะเวลาออกเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 20 นาทีเท่ากัน การรักษาเวลาเป็นหน้าที่ของผู้รักษาเวลา ซึ่งมีหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกติกาข้อ 7 ระยะเวลาของการแข่งขันแต่ละครึ่งอาจมีการเพิ่มเวลาเพื่อการเตะโทษ ณ จุดโทษ และเวลานอก (Time-Out) ทั้งสองทีมมีสิทธิ์ขอเวลานอกเป็นระยะเวลา 1 นาที ได้ในแต่ละครึ่งเวลา ภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้
การพักครึ่งเวลา (Half-time Interval) ต้องไม่เกิน 15 นาที

กฏกติกาฟุตซอล 18 ข้อ อัพเดตปัจจุบัน

กติกาข้อที่ 9 เกี่ยวกับการเริ่มเล่นและการเริ่มเล่นใหม่ (THE START AND RESTART OF PLAY)
ระบุว่าการเริ่มเล่นและการเริ่มเล่นใหม่จะถูกกำหนดโดยการเตะลูกฟุตซอลจากจุดกลางของสนาม โดยทีมที่ไม่ได้เริ่มเล่นแรกจะได้เริ่มเล่นใหม่หลังจากทีมที่เริ่มเล่นแรกทำประตู หรือหลังจากการเตะลูกออกนอกสนาม การเริ่มเล่นใหม่จะเป็นการเตะลูกฟุตซอลจากจุดกลางของสนาม โดยผู้เล่นจะต้องอยู่ในส่วนของสนามของตนเอง และผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจะต้องอยู่ห่างจากลูกฟุตซอลอย่างน้อย 3 เมตร จนกว่าลูกฟุตซอลจะถูกเตะออกจากจุดกลางของสนาม

กติกาข้อ 10 ลูกฟุตซอลอยู่ในและนอกการเล่น (THE BALL IN AND OUT OF PLAY)
ลูกฟุตซอลที่อยู่ในการเล่น (Ball in Play) จะถือว่าเป็นลูกฟุตซอลที่อยู่ในการแข่งขันตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มเล่นจนกระทั่งสิ้นสุดการแข่งขัน นอกจากนี้ยังรวมถึงกรณีต่อไปนี้:
1. เมื่อลูกฟุตซอลกระทบเสาหรือคานประตูเข้าสู่สนามแข่งขัน
2. เมื่อมีการเตะเข้าเล่นและลูกฟุตซอลถูกวางไว้ในจุดที่ใกล้เส้นข้างและเส้นสมมติที่ขนานกับเส้นประตู ภายใต้เงื่อนไขที่ลูกฟุตซอลไม่สัมผัสเพดาน
ลูกฟุตซอลที่อยู่นอกการเล่น (Ball out of Play) จะเกิดขึ้นในกรณีต่อไปนี้:
1. เมื่อลูกฟุตซอลผ่านเส้นประตูหรือเส้นข้าง ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นหรือในอากาศ
2. เมื่อผู้ตัดสินหยุดการเล่น
3. เมื่อลูกฟุตซอลกระทบเพดาน

กติกาข้อ 11 เกี่ยวกับการนับประตู (THE METHOD OF SCORING)

1. การทำประตู (Goal Scored) จะถือว่าได้ประตูเมื่อลูกฟุตซอลผ่านเส้นประตูระหว่างเสาประตูภายใต้คานประตู โดยต้องไม่มีการทำผิดกติกาการแข่งขันเกิดขึ้นโดยทีมที่ทำประตู

2. การทำประตูโดยตรงจากการเตะโทษ (Penalty Kick) จะถือว่าได้ประตูเมื่อลูกฟุตซอลถูกสัมผัสโดยผู้เล่นตรงข้ามและเข้าประตูโดยตรงจากการเตะโทษ

3. การทำประตูโดยอ้อมจากการเตะโทษ (Indirect Free Kick) จะถือว่าได้ประตูเมื่อลูกฟุตซอลถูกสัมผัสโดยผู้เล่นตรงข้ามและผู้เล่นทีมตัวเองก่อนที่ลูกฟุตซอลจะเข้าประตู

กติกาข้อ 12 เกี่ยวกับการเล่นที’ผิดกติกาและประพฤติผิด (FOULS AND MISCONDUCT)
ระบุว่าการกระทำที่ผิดกติกาและการประพฤติผิดในการแข่งขันฟุตซอลจะถูกลงโทษด้วยโทษโดยตรงหรือโทษโดยอ้อม โดยข้อความกำหนดโทษโดยตรงว่าถ้าผู้เล่นกระทำผิดตามความผิดข้อหนึ่งใน 6 ข้อที่ระบุไว้ จะถูกให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะโทษโดยตรง โดยฝ่ายตรงข้ามจะได้เตะโทษโดยตรงได้แก่การเตะหรือพยายามเตะคู่ต่อสู้ การขัดขาหรือพยายามขัดขาคู่ต่อสู้ การกระโดดเข้าใส่คู่ต่อสู้ การชนคู่ต่อสู้รวมถึงการชนด้วยไหล่ การทำร้ายหรือพยายามทำร้ายคู่ต่อสู้ และการผลักคู่ต่อสู้

กติกาข้อ 13 การเตะโทษ(FREE KICK)
ประเภทของการเตะโทษ (Type of Free Kick) การเตะโทษในฟุตซอล การเตะโทษในฟุตซอลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การเตะโทษโดยตรง (Direct Free Kick) และการเตะโทษโดยอ้อม (Indirect Free Kick)

การเตะโทษโดยตรง

การเตะโทษโดยตรงเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นกระทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง เช่น ดึงคู่ต่อสู้, ผลักคู่ต่อสู้, ชนคู่ต่อสู้, ถ่มน้ำลายใส่คู่ต่อสู้, เล่นลูกบอลด้วยมือ เป็นต้น หากเตะโทษโดยตรงเข้าประตูของฝ่ายตรงข้ามทันที ถือว่าได้ประตู

การเตะโทษโดยอ้อม

การเตะโทษโดยอ้อมเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นกระทำผิดกติกาที่ไม่ร้ายแรง เช่น เล่นลูกบอลด้วยมือหลังจากที่ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันส่งมาให้, เล่นลูกบอลด้วยมือหลังจากที่ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันตั้งใจทุ่มบอลให้ เป็นต้น หากเตะโทษโดยอ้อมเข้าประตูของฝ่ายตรงข้ามทันที ถือว่าไม่ได้ประตู จะต้องให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสัมผัสลูกบอลก่อนจึงจะเข้าประตูได้

กฎกติกากีฬาฟุตซอล 18 ข้อ

กติกาข้อ 14 การฟาวล์รวม
ในการฟุตซอล การฟาวล์รวม (Accumulated Fouls) คือ การฟาวล์ที่แต่ละทีมกระทำผิดกติการวม 6 ครั้ง ในช่วงครึ่งเวลานั้นๆ โดยผู้ตัดสินจะลงโทษด้วยการเตะโทษโดยตรง (Direct Free Kick) ให้กับฝ่ายตรงข้าม การฟาวล์รวม 5 ครั้งแรก การฟาวล์รวม 5 ครั้งแรกของแต่ละทีมในแต่ละครึ่งเวลา จะถูกจดบันทึกไว้ในสรุปผลการแข่งขัน โดยผู้ตัดสินจะยกแขนขึ้นเหนือศีรษะเพื่อเตือนผู้กระทำผิด และผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทุกคนต้องอยู่ห่างจากลูกบอลอย่างน้อย 5 เมตร จนกว่าลูกบอลจะอยู่ในการเล่น

กติกาข้อ 15 การเตะโทษ ณ จุดโทษ (THE PENALTY KICK)
เป็นการลงโทษแก่ทีมที่กระทำผิดความผิดที่เป็นโทษโดยตรงภายในเขตโทษของฝ่ายตรงข้าม การเตะโทษจะเป็นประตูเมื่อลูกฟุตซอลทั้งลูกได้ผ่านเส้นประตูระหว่างเสาประตูภายใต้คานประตู ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องไม่มีการทำผิดกติกาการแข่งขันเกิดขึ้นโดยทีมที่ทำประตู

กติกาข้อ 16 การเตะเข้าเล่น (KICK IN)
การเตะเข้าเล่นเป็นวิธีการเริ่มต้นการเล่นใหม่ โดยผู้เตะต้องยืนอยู่ห่างจากลูกบอลอย่างน้อย 5 เมตร และเตะลูกบอลออกจากเส้นข้างเข้าไปสนาม ฝ่ายตรงข้ามกับผู้เล่นที่สัมผัสลูกบอลเป็นครั้งสุดท้ายจะได้เตะเข้าเล่น

เงื่อนไขการเตะเข้าเล่น

ตำแหน่งของลูกบอลและผู้เล่น

กติกาข้อ 17 การเล่นลูกจากประตู (THE GOAL CLEARANCE) การเล่นลูกจากประตู (THE GOAL CLEARANCE) เป็นวิธีการในการเริ่มเล่นใหม่หลังจากทีมที่ไม่ได้ทำประตู โดยการเตะลูกฟุตซอลจากภายในเขตประตูของทีมเอง การเตะลูกจากประตูต้องเป็นการเตะโดยตรง และลูกฟุตซอลต้องออกไปเกินเส้นประตูก่อนที่จะถูกสัมผัสโดยผู้เล่นอื่นๆ ก่อนที่จะเข้าสู่สนามเพื่อเริ่มเล่นใหม่

กติกาข้อ 18 การเตะจากมุม
(THE CORNER KICK) การเตะจากมุม (THE CORNER KICK) เป็นวิธีการในการเริ่มเล่นใหม่หลังจากลูกฟุตซอลได้ผ่านเส้นประตูออกไปทั้งลูก โดยการเตะลูกจากมุมของสนามของทีมตรงข้าม การเตะจากมุมต้องเป็นการเตะโดยตรง และลูกฟุตซอลต้องออกไปเกินเส้นประตูก่อนที่จะถูกสัมผัสโดยผู้เล่นอื่นๆ ก่อนที่จะเข้าสู่สนาม

แหล่งที่มา : futsalstory.com

บทความอ้างอิง : กฏกติกาฟุตซอล 18 ข้อ