ชื่อ นายนันทวัฒน์ นามสกุล ไชยมะโรง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ -
สถานศึกษา โรงเรียนสะแกพิทยาคม
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
รับเงินเดือนในอันดับ คศ.1
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะชำนาญการ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชาดนตรีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชาดนตรีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชาดนตรีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชาดนตรีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชาดนตรีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมสังคมและสาธารณะประโยชน์ ต้านทุจริต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา แนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
- งานฝ่ายบริหารงานทั่วไป จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ ปรับประยุกต์ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1.สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
เนื่องจากนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ยังขาดทักษะพื้นฐานด้านความรู้ความเข้าวิวัฒนาการของดนตรี ซึ่งนักเรียนต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกับความเป็นมาของดนตรีไทยเพื่อให้เห็นถึงคุณค่าของดนตรี จึงจะไปสู่ขั้นตอนการบรรเลงดนตรีไทยได้ ดังนั้นครูผู้สอนจึงจัดทำ ชุดกิจกรรมเสริมความรู้ เรื่อง วิวัฒนาการของดนตรีไทยขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ทางด้านดนตรีไทยและเพิ่มผลสัมฤทธิ์ในวิชาดนตรีให้สูงขึ้น
2.วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1) ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแกนกลาง และหลักสูตรนักเรียนต้องรู้ กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ศิลปะ เพื่อออกแบบหน่วยตามตัวชี้วัด
2) ศึกษาการจัดการเรียนรู้โดยประยุกต์ใช้สื่อและนวัตกรรมกับการเรียนการสอนวิชาดนตรี โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
3) ใช้กระบวนการ PLC เข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหา พัฒนาสื่อและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ
4) ออกแบบและประยุกต์ใช้สื่อทางเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะความรู้ความเข้าใจของนักเรียน
5) จัดทำสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาทักษะความรู้วิชาดนตรี
6) นำสื่อไปทดลองใช้และนำผลที่ได้มาปรับปรุง พัฒนาสื่อการสอน ให้มีความน่าสนใจ เข้าใจง่าย และนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
7) นำผลสะท้อนในการใช้สื่อการเรียนการสอน บันทึกข้อมูลคะแนนและนำข้อมูลที่ได้พัฒนาผลการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสะแกพิทยาคม ร้อยละ 80 ที่เรียนใน รายวิชาดนตรี ได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ รายวิชาดนตรี ซึ่งได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมเสริมความรู้ เรื่อง วิวัฒนาการของดนตรีไทย เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดนตรีไทย
3.1.1 มีคะแนนทดสอบหลังเรียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80
3.1.2 นักเรียนสามารถนำเสนอวิวัฒนาการของดนตรีไทยในแต่ละยุคสมัยได้ถูกต้อง ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนด
3.1.3 ผู้เรียนร้อยละ 70 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ ในระดับมาก ขึ้นไป
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสะแกพิทยาคม มีพัฒนาการทางการเรียนรู้ ทั้งด้านความรู้ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดีทางด้านดนตรี มีความกล้าแสดงออกและสามารถแสดงออกได้อย่างสร้างสรรค์ นําองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนมาต่อยอดเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพของตนเอง หรือพัฒนาจนเกิดเป็นความสามารถพิเศษนำไปปรับประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันได้
(นายนันทวัฒน์ ไชยมะโรง)
ตำแหน่ง ครู วิทยะฐานะ -
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
.
....1.../.....ต.ค. .../..2567....