ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน..๑๗.๔๘ .ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา..วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี....
จำนวน....๑๔.๙๙.... ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา...สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม.....จำนวน...๐.๘๓.... ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวมจำนวน ๒.๔๙ ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน...๖..ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน....๑๒.........ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน.....๓........ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนทั้งสิ้น.....๓๘.๔๘........ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง “การพัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบและการแก้ปัญหาของผู้เรียนผ่านรูปแบบการจัดการเรียนรู้ STEM–COACH Model ในรายวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3”
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกาบังพิทยาคม
สะท้อนให้เห็นปัญหาหลักด้านทักษะการเรียนรู้ที่ยังไม่พัฒนาในระดับที่ควรโดยเฉพาะความสามารถในการคิดเชิงระบบและการแก้ปัญหาอย่างมีหลักการ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และเป็นหัวใจของการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เชิงโครงงาน ทักษะเหล่านี้ต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์ การเชื่อมโยงข้อมูล และการใช้เหตุผลเชิงหลักฐานประกอบการทดลองและการออกแบบชิ้นงานแต่พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถดำเนินกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างเป็นลำดับขั้น
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
การดำเนินงานในประเด็นท้าทายนี้ใช้แนวทาง โดยมุ่งพัฒนาและทดลองใช้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ STEM–COACH Model ในรายวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกาบังพิทยาคม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบและการแก้ปัญหาของผู้เรียน กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนรายวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ ในภาคเรียนที่ …๒/๒๕๖๘
ระยะเวลาดำเนินการตลอด ๑ ภาคเรียน (หรือ 16–20 สัปดาห์ ตามโครงสร้างเวลาเรียนของโรงเรียน)
ขั้นตอนการดำเนินการ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนใหญ่ ดังนี้
ขั้นที่ ๑. ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน
ขั้นที่ ๒ ออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ STEM–COACH Model
ขั้นที่ 3 ทดลองใช้ในวงจำกัด (Try-out) และปรับปรุง
ขั้นที่ 4 นำรูปแบบไปใช้จริงในชั้นเรียนตลอดภาคเรียน
ขั้นที่ 5 ประเมินผล สรุปผล และสะท้อนกลับเพื่อพัฒนา
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 ผลลัพธ์เชิงปริมาณ
(1) พัฒนาการทักษะคิดเชิงระบบ
ผู้เรียน อย่างน้อย 75% มีคะแนนการคิดเชิงระบบสูงขึ้นจากการ
ประเมินก่อนเรียน–หลังเรียน โดยวัดด้วย Rubric 5 ระดับ
(2) พัฒนาการทักษะการแก้ปัญหา
· ผู้เรียน ไม่น้อยกว่า 70% ทำคะแนนการวางแผน ออกแบบ ทดลอง และแก้ปัญหา สูงกว่าระดับฐาน
(3) คุณภาพผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์
· โครงงานของผู้เรียน อย่างน้อย 80% ผ่านเกณฑ์ระดับ “ดี” ขึ้นไปตาม Rubric ด้านการออกแบบ การทดลอง และการสะท้อนผล
(4) อัตราการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้
· ผู้เรียน ไม่น้อยกว่า 90% มีส่วนร่วมในกิจกรรม STEM–COACH ครบทุกขั้นตอน
(เช็คจากแบบสังเกตพฤติกรรมรายคาบ)
(5) การส่งงานและความรับผิดชอบ
· ผู้เรียน มากกว่า 85% ส่งชิ้นงานระหว่างการทำโครงงานครบตามกำหนด
(6) การพัฒนาตนเองของครู
· ครูผู้สอนจัดทำแผนการสอนแบบ STEM–COACH Model ครบทุกหน่วยการเรียนรู้
· พัฒนา “ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์เบื้องต้น” จำนวน อย่างน้อย 4–6 ชุด
3.2 ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ
(1) ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดเชิงระบบเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้
ชัด
(2) ผู้เรียนมีทักษะการแก้ปัญหาเชิงกระบวนการดีขึ้น
(3) ผู้เรียนเกิดทักษะการสะท้อนคิด (Reflection) มากขึ้น
(4) ผู้เรียนมีความมั่นใจและความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น
(5) บรรยากาศการเรียนรู้มีความกระตือรือร้นมากขึ้น เช่น ในชั้นเรียนมีการอภิปราย ถาม–ตอบ และโต้แย้งเชิงเหตุผลมากขึ้น ผู้เรียนมีความกล้าคิด กล้าลอง และไม่กลัวผิด
(6) ครูมีความชัดเจนในบทบาท “โค้ช” มากขึ้น เช่น ใช้คำถามกระตุ้นคิดได้ตรงจุดให้คำแนะนำแบบจำกัดขอบเขต ไม่ชี้นำ เก็บข้อมูลผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
(7) โรงเรียนมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ได้จริงในชั้นเรียน
เช่น รูปแบบ STEM–COACH Model สามารถใช้เป็นต้นแบบให้
ครูวิทยาศาสตร์คนอื่น สามารถต่อยอดทำเป็นนวัตกรรมของ
โรงเรียน และเสนอในระดับเขตได้
ลงชื่อ........................................................................
(นางรูฆาย๊ะ มะยีแต)
ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
๑ ตุลาคม ๒๕๖๘