ชื่อของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ไม่ได้หมายถึงแค่แนวรับที่ไว้ใจได้ที่สุดในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น แต่ยังเป็นกองหลังที่สามารถสร้างอิทธิพลต่อเกมรุกได้อย่างเหลือเชื่อ ล่าสุดเขากลายเป็นฮีโร่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังโหม่งประตูชัยพา ลิเวอร์พูล เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ส่งผลให้ยอดรวมประตูของเจ้าตัวกับหงส์แดงทะลุ 25 ลูกไปเรียบร้อย ตัวเลขนี้ตอกย้ำว่า ฟาน ไดค์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ป้องกัน แต่คือหัวใจของทีมทั้งในเกมรับและเกมรุก
ตั้งแต่ย้ายมาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ในปี 2018 ฟาน ไดค์ ได้เปลี่ยนแนวทางการเล่นของลิเวอร์พูลอย่างสิ้นเชิง จากทีมที่เคยเปราะในแนวรับ กลายเป็นทีมที่มีระบบป้องกันแข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่งของยุโรป เขาไม่เพียงตัดบอลและอ่านเกมได้แม่นยำ แต่ยังกลายเป็นอาวุธลับในจังหวะลูกตั้งเตะ หลายประตูสำคัญของลิเวอร์พูลในช่วงหลังมาจากลูกโหม่งของเขา ซึ่งสร้างความได้เปรียบให้ทีมอย่างมหาศาล
ด้วยส่วนสูงกว่า 6 ฟุต 4 นิ้ว และพละกำลังที่เหนือชั้น ฟาน ไดค์ เป็นผู้เล่นที่ยากจะต่อกรในจังหวะกลางอากาศ สถิติในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้บ่งบอกชัด เขาชนะการดวลลูกโด่งไปแล้วกว่า 25 ครั้ง และมีอัตราการจ่ายบอลแม่นยำถึง 97% ทำให้เขาไม่เพียงป้องกันได้ดี แต่ยังเปิดเกมรุกได้อย่างแม่นยำ ลิเวอร์พูลจึงกลายเป็นทีมที่มีความอันตรายในลูกตั้งเตะมากที่สุดทีมหนึ่งของยุโรป
แม้จะเป็นกองหลัง แต่ฟาน ไดค์กลับทำประตูได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับกองหน้าชั้นนำของยุโรป ปัจจุบันเขาทำไปแล้ว 25 ประตู ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตามหลังเพียงยอดดาวยิงอย่าง เลวานดอฟสกี้ (44 ประตู), แฮร์รี่ เคน (32 ประตู), คาริม เบนเซม่า (31 ประตู) และ อันเต้ บูดิมีร์ (26 ประตู) เท่านั้น นี่คือหลักฐานว่าความสามารถของฟาน ไดค์เกินคำว่ากองหลังทั่วไป เพราะเขาสามารถสร้างความต่างในเกมรุกได้จริง
นอกจากฝีเท้าอันยอดเยี่ยม ฟาน ไดค์ยังเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนร่วมทีมได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การคุมจังหวะเกม หรือการปลุกใจในห้องแต่งตัว เขาคือศูนย์กลางของทีมทั้งด้านจิตใจและแท็กติก จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกัปตันทีมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในพรีเมียร์ลีก
ไฮไลท์ฟุตบอล ล่าสุด 25 ประตูจากลูกโหม่งและบทบาทในแนวรับ ทำให้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ถูกยกย่องให้เป็นกองหลังที่ครบเครื่องที่สุดในยุคปัจจุบัน เขาคือผู้เล่นที่เปลี่ยนลิเวอร์พูลให้กลับมามีความสมดุลทั้งรุกและรับ และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ “หงส์แดง” ยังคงเป็นทีมระดับท็อปของยุโรปอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของเขาไม่เพียงอยู่ที่สถิติ แต่ยังอยู่ในจิตวิญญาณของผู้นำที่แท้จริงบนสนามแอนฟิลด์