Search this site
Embedded Files

กดที่รูป 📖 เพื่ออ่าน

สารบัญ

📖

ทำ​บุญ​​แล้ว​เกิด​กุศล​จิต​ ผู้​ปฏิบัติ​ธรรม​เพื่อ​หวัง​ความ​หลุด​พ้น​ ควร​วาง​จิต​อย่าง​ไร​

🎋🎋🎋🎋🎋🎋🎋🎋🎋



Q: หนู​มี​ข้อ​ข้องใจ​จะ​ขอ​ถาม​อาจารย์​เรื่อง​กุศล​จิต​ค่ะ​

ตาม​ที่​หนู​เข้าใจ​นะคะ​ คน​ที่​ชอบ​ทำ​บุญ​ทำทาน​แล้ว​เกิด​กุศล​จิต​(รวม​ทั้ง​ใน​กรณี​ที่​เอา​อนุโมทนา​บัตร​มา​ดู​ให้​เกิด​กุศล​จิตด้วย​)​ จิต​เหล่านี้​เป็น​กามาวจร​กุศล​จิต​ ซึ่ง​จะ​ไป​นำ​เกิด​เป็น​มนุษย์​ที่​เพรียบพร้อ​ม​หรือ​เทวดา​


แต่​สำหรับ​คน​ที่​ปรารถนา​เส้นทาง​นิพพาน​ ควร​ฝึก​ให้​จิต​เป็น​อุเบกขา​ ซึ่ง​หนู​คิดเอง​ว่า​ ฉะนั้น​เวลา​เรา​ทำ​ความ​ดี​ใด​ๆ​ ไม่​ควร​หวัง​บุญ​กุศล​ แต่​ทำ​ดี​เพื่อ​ความ​ดี​ เพื่อ​คุณ​ธรรม​ หรือ​เพื่อ​เมตตา​ธรรม​ เหมือน​ที่​พวก​ฝรั่ง​หลาย​ๆ​คน​ที่​เป็น​คน​ใจ​ดี​และ​ทำ​ดี​ เขา​บอกว่า​for the sake of goodness ​เขา​ไม่​ได้​เป็น​ชาว​พุทธ​ จึงไม่​ได้​หวัง​เรื่อง​บุญ​กุศล​


หนู​ขอ​ถามว่า​จิต​แบบ​นี้​เป็น​อุเบกขา​จิต​หรือ​เปล่า​คะ​ แล้ว​พวก​เรา​ใน​ฐานะ​ผู้​ปฏิบัติ​ธรรม​เพื่อ​หวัง​ความ​หลุด​พ้น​ ควร​วาง​จิต​อย่าง​ไร​คะ


กราบขอบพระคุณ​อาจารย์​อย่าง​สูง​ค่ะ​

🍃🍂🍃🍂🍃🍂🍃🍂🍃🍂🍃🍂🍃



A: ความดีต้องทำให้ถึงพร้อม และทำทุกด้านค่ะ เพราะเส้นทางการเดินสู่พระนิพพานนั้นยาวไกลมากๆๆๆๆ

ดังนั้นทุกชาติแต่ละชาติที่ยังต้องเกิดมา เราย่อมต้องการความช่วยเหลือของ ‘กุศลวิบาก’ ต่างๆมาเกื้อหนุนชีวิต และมี’อกุศลวิบาก’มาบั่นทอนชีวิตให้น้อยที่สุดค่ะ

🍃

ถ้าเราทกุศลเพียงบางอย่าง เราก็ได้อานิสงส์เพียงบางอย่างตามที่ทำมาเท่านั้น ด้านอื่นๆของชีวิตกลับระกำ

🍃

การสร้างกุศล คือการสร้างบารมีด้านต่างๆด้วย

ดังนั้นเราจึงต้องทำทุกๆบารมีให้เต็มเปี่ยมค่ะ

🍃

ดังนั้นถ้ากุศลที่เป็นกามาวจร ย่อมทำให้ได้เกิดในภพภูมิที่ดี

และเมื่อสร้างกุศลที่ครอบคลุม

🍃

เช่น ไม่ทำร้ายชีวิตสัตว์ ช่วยสงเคราะห์ดูแลชีวิตและสุขภาพผู้อื่น ย่อมเกิดมามีร่างกายที่ดี ไม่พิกลพิการหูหนวกตาบอด ผู้ที่พิการแต่กำเนิด(ตั้งแต่ปฏิสนธิจิต) เช่น หูหนวก ตาบอด ย่อมปฏิบัติธรรมไม่ได้ทั้งชาตินั้น

🍃

เช่น ไม่ดื่มสุรา ไม่เสพยาเสพติด ชอบสร้างกุศลด้านให้ความรู้ ย่อมเกิดมามีสติปัญญาดี ถ้าเกิดมาปัญญาอ่าน ก็ย่อมไม่สามารถปฏิบัติธรรมได้

🍃

เช่น ไม่ลักของเขา ชอบเจือจุนผู้อื่น ย่อมเกิดมาไม่เดือดร้อนเรื่องความแร้นแค้น ไม่มีจะกิน หนี้สินบ้นพ้นตัว ย่อมไม่มีใจไปสนใจการปฏิบัติธรรม และไม่มีโอกาส เพราะถูกความจำเป็นของชีวิตบีบคั้น

🍃

เหล่านี้ เป็นต้น

🍃

ดังนั้นต้องทำกุศลทั้งหมดค่ะ

กามาวจรกุศลทุกตัวสำคัญมากๆค่ะ เพราะเราทุกคนยังไงต้องกลับมาเกิดในกามภูมิอีกนานแสนนาน

ส่วนมหัคคตกุศลนั้น ทำได้ยากกว่ามาก แต่ใครทำได้ ถือว่าสุดยอด เมื่อได้เป็นพระอริยบุคคล จะเป็นอริยบุคคลชั้นดีที่สุด

🍃

ส่วนฝึกอุเบกขานั้น ขอเปลี่ยนเป็นใช้คำว่าฝึกวิปัสสนาแทนนะคะ ยิ่งย่อมขาดไม่ได้เลยค่ะ สำคัญและจำเป็นที่สุดสำหรับทุกชีวิต

เพราะเป็นทางสายเดียวจริงๆ ที่จะจบทุกอย่างนี้ในสังสารวัฏฏ์

การเกิดแล้วเกิดอีก ยังไงก็ทุกข์มหันต์ค่ะ

แต่เราอาจไม่รู้สึกว่าทุกข์

ถ้าเราสร้างกามาวจรกุศลไว้มาก ชีวิตมักจะเพียบพร้อม

🍃

แต่ถ้าต้องเกิดแล้วเกิดอีก และยังมีทุกข์เพราะทำบุญมาน้อย หรือมีบาปมาก ชีวิตแต่ละวันในแต่ละชาติ มันทรมานมาก

🍃

ส่วนคนที่ทำกุศลอื่นๆไว้มาก แต่มีกุศลด้านปัญญาน้อย ก็มีชีวิตสุขสบายไป แต่ไม่มีทางออกจากสังสารวัฏฏ์เลยค่ะ เกิด ตาย เกิด ตาย อยู่นั่นเอง ไม่มีจบ จนบุญที่ทำมาใช้หมดไป คราวนี้ชีวิตไม่สุขสบายแล้ว

🍃

ส่วนคนที่ทำความดีแบบไม่รู้ แค่มีจิตใจดี มีเมตตาธรรม ทำเพราะใจอยากทำให้ผู้อื่นนั้น ในแง่กรรมและวิบาก(ผลของกรรม) เขาก็จะได้อานิสงส์กลับมาในรูปแบบเดียวกันที่จิตเขาเป็นค่ะ

ถ้าทำด้วยจิตเมตตา วิบากของเขาก็จะได้รับการเกื้อกูลจากผู้อื่นด้วยเมตตา

🍃

ที่พี่เน้นว่า บุญ บาป เกิดที่จิต ก็ตรงนี้ค่ะ

จิตที่ประกอบด้วยกุศลหลากหลายชนิดขณะทำบุญ ย่อมได้รับอานิสงส์หลากหลายชนิดกลับคืนมาเช่นกัน

🍃

กรณีที่ทำเพราะ for the sake of goodness เรียกว่าอุเบกขาได้ แต่เป็นอุเบกขาคนละตัวกับอุเบกขาที่เราใช้ในการฝึกวิปัสสนา

อุเบกขามีหลายตัวค่ะ มีความแตกต่างกันมาก อุเบกขาของปุถุชน อุเบกขาในฌานจิต อุเบกขาเวทนา อุเบกขาในวิปัสสนา ฯลฯ

🍃

ที่เราฝึกวิปัสสนากัน ก็เพื่อฝึกให้จิตมีอุเบกขาที่ประกอบด้วยปัญญาค่ะ

เป็นอุเบกขาที่ต้องเข้าถึงปัญญารู้นามรูป เห็นการเกิดดับของนามรูป เห็นความไม่เที่ยงของนามรูป

จิตเราต้องถึงความเป็นอุเบกขาตัวนี้เท่านั้น ถึงจะใช่วิปัสสนา ถึงจะไปนิพพานได้

🍃

ต่างจากอุเบกขาของชาวโลก คือมีจิตเฉยๆอยู่ ไม่ยินดียินร้าย

ถ้าทำความดีด้วยจิตที่ไม่ประกอบด้วยกุศลตัวอื่น ก็จะไม่มีอานิสงส์ในทางกุศลกลับมา แต่ที่คนมีจิตใจทำกุศลเพราะคิดว่าดี เป็นเพราะเขามีกุศลจิตตัวอื่นๆในตัว มีอุปนิสัยทางใฝ่ดี จึงทำความดีด้วยความเคยชินที่ทำมานาน จิตที่ทำจึงไม่เกิดโสมนัสเสมอ แต่เป็นความเฉยๆแทน บุญได้ค่ะ แต่ไม่อิ่มเท่าจิตที่เปี่ยมด้วยโสมนัส และยิ่งเกิดโสมนัสด้วยปัญญาบุญยิ่งสมบูรณ์

🍃

ในทางตรงข้าม อุเบกขาที่เกิดควบกับจิตที่ไม่ใฝ่ดี ก็กลายเป็นบาปไป เช่น คนทำงานในโรงฆ่าสัตว์ที่เคยชินกับการฆ่า เห็นชีวิตสัตว์เป็นกรวดทราย จิตตอนฆ่าก็มีอุเบกขาค่ะ ฆ่าจนชิน ฆ่าจนเฉย

🍃

ดังนั้น เราผู้รู้และเข้าใจธรรม จึงเป็นผู้โชคดีมากค่ะ

เพราะเราสามารถสร้างกุศลด้วยจิตที่ถูกต้อง และสมบูรณ์ที่สุด

🍃

ที่ถามว่าเราผู้ปฏิบัติควรวางจิตอย่างไรนั้น

ตอบว่า ควรพัฒนากุศลในจิตทุกประเภทค่ะ โดยเฉพาะตัวปัญญา อุเบกขาที่เกิดด้วยปัญญาก็เป็นหนึ่งในนั้น

🍃🍂🍃🍂🍃🍂🍃🍂🍃🍂🍃


23 ก.ย. 64

Website รวมข้อมูลข่าวสาร สำหรับศิษย์เก่า แนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

Google Sites
Report abuse
Page details
Page updated
Google Sites
Report abuse