กดที่รูป 📖 เพื่ออ่าน
107
สวัสดีครับอาจารย์ มีอาการเกิดจากปฏิบัติ ขออนุญาตปรึกษาครับ
1 อาการเหมือนมีมดไต่ เหมือนจริง ตัวใหญ่ 2ตัว บริเวณคอ ปลายชั่งโมง อดทนพอจบ1ชั่วโมง รีบดู (ไม่มีอะไรเลย)
2 เริ่มชั่วโมงใหม่ไปสัก5นาที มีเหมือนมด หลายตัว ตัวเล็กกว่าข้อ1 อดทนสักพักหายไป พอจบชั่งโมง มองหาก็ไม่มีครับ
3 เริ่มชั่วโมงใหม่ มีความคิด (จะรู้ได้ยังไงว่าการปฏิบัติพัฒนา"ขึ้น") กลางชั่วโมง ขณะกวาดความรู้สึกจากต้นขาทั้งสองข้างลงไปฝ่าเท้าพร้อมๆกัน เกิดอาการเหมือน (ความรู้สึก) เป็นเจลลี่ เหมือนชานมไข่มุก (พยายามจะอธิบายให้ใกล้เคียงความรู้สึกคนรับ) ลูกเล็กๆรวมกันจำนวนมากสั่นสะเทือน ขณะสั่นสะเทือน ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นตัวตนหรือตัวเรา รู้สึกแค่เป็นเจลลี่กลมๆสั่นสะเทือนที่รวมตัวกันอยู่ รุนแรงเหมือนเจลลี่ที่สั่นสะเทือนรวมตัวกันอยู่ จะระเบิดออก ระหว่างนั้น เริ่มคิดว่านึกอุเบกขาๆๆๆๆ รัวๆ จนตัวสั่นเบาลง จนจบชั่วโมงครับ
เกิดอะไรขึ้นเลยขอปรึกษาอาจารย์ครับ
🍃🍃🍃
A: ทั้งหมดที่อธิบายมา คือเวทนาต่างๆกันค่ะ
🍃
เวทนาต่างๆเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยของมัน
ตามสังขารของผู้ปฏิบัติ หรือตาม กรรม กิเลส วิบาก ของแต่ละคน ในแต่ละขณะ
🍃
แม้ไม่ได้กำลังปฏิบัติอยู่ แม้ในชีวิตประจำวัน มันก็เกิดของมันตลอดเวลาไม่เคยหยุดค่ะ
เพียงแต่เราไม่มีสติไปจับมัน เลยไม่ได้สังเกตมัน
เว้นแต่มันจะเกิดชัดเจน (เช่น คัน เจ็บ ร้อน) จนเราต้องหันไปสนใจ
🍃
ผู้ปฏิบัติทุกคน จะมีประสบการณ์ต่างๆเหล่านี้ ตลอดขบวนการปฏิบัติ
คล้ายกันบ้าง ต่างกันบ้าง
แม้คนเดียวกันก็อาจมีเวทนาที่ซ้ำกันบ้าง แตกต่างไปบ้างในเวลาต่างๆกัน
🍃
ผู้ปฏิบัติที่เข้าใจขบวนการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ย่อมไม่ใส่ใจกับอาการทั้งหลายเหล่านั้น
จะเห็นทุกๆเวทนาเป็นของไม่เที่ยง ไม่มีแก่นสารสาระ เพราะมันมาแล้วก็จากไปทุกตัว
🍃
ไม่มีเวทนาใดอยู่ตลอดกาล จะจากไปเร็วหรือช้า ก็เป็นเรื่องของเหตุปัจจัยที่ส่งผล
แต่ที่สุดมันก็ต้องเปลี่ยนไป จากไป
🍃
การที่ผู้ปฏิบัติสามารถวางทุกปรากฏการณ์ได้อย่างแท้จริง
วางด้วยใจสงบจริง
ปล่อยมันผ่านไปเฉยๆได้จริง
นี่แหละคืออุเบกขาค่ะ
🍃
อุเบกขาจริงๆจากการปฏิบัติวิปัสสนานั้น จะไม่เหนื่อย ไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่จะสงบเย็น
เป็นจิตที่สมดุลย์อย่างยิ่ง
🍃
เพียงแค่จิตเราสงบเย็น
เห็นทุกอย่างตามที่มันเป็น
เห็นมันมา แล้วก็เห็นมันผ่านไป
ทำเพียงเท่านี้
🍃
ไม่หยิบยกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นกลับมาคิด
มาพิจารณา มาสนใจ มาตีความ มาให้ค่า
มาพยายามทำความเข้าใจ ทั้งนั้น
เพราะการกระทำเหล่านี้ คือการปรุงแต่งจากจิตของเรา
🍃
สรุปคือ แค่ตาม ‘รู้’ อย่างที่มันเป็น แต่ละขณะที่มันปรากฏ
แล้วก็จบแค่นั้น
🍃
ตามรู้ ขณะต่อไปที่ปรากฏขึ้นมาเป็นปัจจุบัน
แล้วก็จบแค่นั้นอีก
🍃
ทำเช่นนี้ต่อๆไปทุกๆขณะ
ขณะแล้ว ขณะเล่า
ต่อเนื่องกันไปไม่ให้ขาดตอน
🍃
นี่คือ ขบวนการปฏิบัติที่จะชดใช้ทั้งหนี้เก่า
และหยุดสร้างหนี้ใหม่ค่ะ
🍃
เป็นขบวนการชำระสังขารเก่า และไม่สร้างสังขารใหม่
🍃
ทำเพียงรู้ และหยุดจิตที่รู้แค่ตรงนั้น
ไม่ปรุงแต่งต่อจากนั้น ว่าที่รู้นั้นคืออะไร
แค่วางมันทิ้งไป
🍃
และเดินหน้าต่อ
จิตมารับรู้ปรากฏการณ์ที่กำลังแสดงตัวในปัจจุบันขณะอันถัดไป
🍃
นี่คือการอยู่กับปัจจุบันค่ะ
อยู่ทุกๆขณะ ที่กำลังปรากฏ
นี่คือการอยู่กับปัจจุบัน’ขณะ’
อยู่เป็นรายขณะของจิต
🍃🍃🍃
19/03/20