Search this site
Embedded Files

กดที่รูป 📖 เพื่ออ่าน

สารบัญ

📖

081วางจิตอย่างไร กับคนที่ทำร้ายเรา

ก่อนอื่นพี่ขออนุโมทนาสาธุในส่วนท้ายที่เขียนมานะคะ

เรื่องที่ว่าปฏิบัติได้ต่อเนื่องเช้าเย็นที่บ้านมา 1 เดือน

อ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจเลยค่ะ

เวลาทราบว่าพวกเราใช้ชีวิตที่ดีงาม อดปลื้มปีติไปด้วยไม่ได้ค่ะ

🌿🌼🌿


ที่ถามมา…


เรื่องความรู้สึกมีเมตตานั้น จะหลั่งออกมาจากใจได้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราปฏิบัติวิปัสสนาไปอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติมากขึ้น มากขึ้น 

🌼

การปฏิบัติวิปัสสนาอย่างถูกต้อง อย่างต่อเนื่อง จะไปสกัดกิเลสไม่ให้ก่อกรรมใหม่ หรือสร้างสังขารใหม่ให้เกิดขึ้น 

และยังจะไปละลายกิเลสเก่าที่เกาะดองอยู่ในใจมานานให้เบาลงด้วย

🌿

เมื่อโทสะกิเลส ซึ่งเป็นกิเลสที่หยาบมาก ถูกขจัดออกไปมากขึ้นเรื่อยๆจิตใจเราจะเบาลงเอง ความถือสา ความเยอะ ก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ 

ความเห็นใจสงสารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเมตตาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

🌼

อันนี้เราจะเป็นขึ้นมาเองเลยค่ะ เราจะเห็นตัวเองได้เลย 

ถ้าเราปฏิบัติวิปัสสนาได้ถูกต้อง เราจะต้องเห็นผลได้จริง 

เราจะสังเกตได้ว่าใจเราไม่ค่อยอะไรมากมายกับเรื่องต่างเหมือนก่อนๆ 

เราถือสาน้อยลง เพราะปล่อยวางได้มากขึ้น เพราะใจเราสงบเย็นขึ้นจากการที่กิเลสลดลง

จิตเมตตาของเราก็ย่อมเกิดขึ้น

และแผ่ขยายขึ้นไปสู่ขอบเขตที่กว้างขึ้น

โดยไม่ต้องใช้ความพยายามค่ะ 

เริ่มจากเมตตาหวังดีกับคนที่เราห่วงใยมากขึ้นลึกซึ้งขึ้น และแผ่ขยายออกไปเป็นขอบเขตที่กว้างขึ้นไปถึงคนทั่วไป จนสามารถเมตตาอย่างจริงใจกับคนที่ทำร้ายเราเกลียดชังเรา

🌿

ความคิดของเราจะเปลี่ยนไป มันกลายเป็นความเข้าใจ เป็นความเวทนา เป็นความสงสาร

สงสารในความไม่รู้ของคนที่ประทุษร้ายเรา 

สงสารในความทุกข์ของคนที่ทำร้ายเรา 

เพราะแท้จริงแล้วเขาไม่ได้กำลังทำร้ายเรา แต่เขากำลังทำร้ายตัวเองอย่างสาหัส

🌼🌿

ต่อคำถามที่ว่า “เราควรปล่อย นิ่ง มองผ่าน ไป ไม่นึกสนใจ กับคนที่มุ่งทำร้ายเรา…”นั้นตอบว่า

นิ่งได้ มองผ่านไปได้ ถ้าใจเราเป็นกุศล ใจเราเย็นเป็นสุขจริงๆ

คือขอให้ลองแอบสำรวจใจเราด้วย ว่าที่เรานิ่ง เพราะรังเกียจไม่อยากเสวนาด้วยหรือไม่

ที่เราเรามองผ่านไม่สนใจ เพราะเห็นว่าเขาช่างน่ารังเกียจ เราไม่ต้องการวิสาสะกับคนพวกนี้หรือไม่

ถ้าใจเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ ซึ่งคือปฏิฆะ เจือปนอยู่จริง เราก็นิ่งไป วางเฉยไปได้

กรณีคนที่ทำร้ายเรา นอกจากเราจะต้องฝึกปฏิบัติให้จิตปล่อยวางให้ได้จริง ไม่คิดร้ายตอบแล้ว 

เราก็ควรแผ่ทั้งเมตตา ทั้งกรุณาให้เขายิ่งมากกว่าคนทั่วไป 

เพราะเขาคือผู้ที่ยังทุกข์อยู่และทุกข์มาก และทั้งยังไม่รู้ตัวว่ากำลังก่อทุกข์ต่อไปให้ชีวิตตนเอง

🌼

ซึ่งถ้าเราทำได้ กุศลจะเกิดมากในใจ 

เพราะเราได้ให้ทั้งอภัยทาน 

ทั้งมีเมตตาธรรมเกิดเป็นเมตตาบารมี

🌿

แต่ทั้งนี้ จะต้องทำด้วยความจริงใจ ด้วยใจที่ซื่อตรงไม่เสแสร้งแสดงออกทำได้จากใจส่วนลึกจริงๆเท่านั้นจึงจะเกิดเป็นบุญเป็นบารมี

ยิ่งทำได้มากเข้าๆ ยิ่งจิตเกิดความเมตตาสงสารได้มากเท่าไหร่ กุศลก็ยิ่งแรงเท่านั้น

เพราะบุญบาปเกิดด้วยจิต เกิดที่จิต ไม่ใช่ที่พฤติกรรมที่ไม่มีเจตนา

🌼

การที่เราต้องใช้ความพยายามที่จะสร้างเมตตาขึ้นมาในใจกับคนที่ทำร้ายเรานั้น 

แรกๆอาจตึงมือ เพราะใจเรายังเจ็บปวดกับความรู้สึกว่าเขาคนนี้ทำร้ายเรา จะให้เราชอบเขายังไม่ลงเอาเสียเลย แล้วจะให้เราปรารถนาดีกับเขาได้ยังไง ไม่ลุกขึ้นมาชี้หน้ากรี๊ดใส่ก็ดีแค่ไหนแล้ว เหล่านี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ค่ะ

🌿

แต่ถ้าเรามาค่อยๆคิดดู…

~ คนที่เขาร้ายกับเรา เป็นเพราะกิเลสเร่าร้อนในตัวเขา หรือกิเลสเรา?

~ เราผู้หงุดหงิดเจ็บปวด เป็นกิเลสเร่าร้อนในตัวเรา หรือกิเลสเขา?

~ ความบังเอิญไม่มีในโลก สรรพสิ่งล้วนเกิดแต่เหตุ 

ที่เราถูกเขาประทุษร้ายวันนี้

นี่เป็น”ผล”ปัจจุบัน จาก”เหตุ”อดีต

เมื่อสาวไปถึงเหตุแล้ว เราก็จะหนีความรับผิดชอบไม่พ้นอยู่ดี

เพราะสิ่งที่เราเป็นอยู่มีอยู่ ได้อยู่ เสียอยู่ สุขอยู่ ทุกข์อยู่ ล้วนเป็นจากเหตุที่เราสร้างมา 

~ คนอื่นคือเครื่องมือของกรรมของเรา คนอื่นคือคนส่งของของเราคืนเรามา ไม่มีใครทำเรา นอกจากเราทำตัวเราเอง ทั้งทางกาย วาจา ใจ

~ ทุกครั้งที่เราคิดร้ายใคร เรากำลังก่อสังขารที่สาหัสขึ้นในใจ 

ทุกครั้งที่เราคิดดีๆกับใคร เราจะเป็นสุขทันที ณ ขณะนั้น ไม่ต้องรอผลข้างหน้าด้วยซ้ำ แต่ผลได้กลับมีทั้งขณะที่จิตคิดดี และเป็นบุญให้มีความสุขในวันหน้า ทั้งยังสร้างสังขารที่ดี และสร้างอุปนิสัยแห่งกุศลในใจด้วย

~ ทุกครั้งที่เราว่าร้ายใคร เรากำลังสาปแช่งด่าว่าตัวเรา เพราะเราได้ยินคำแช่งด่าในจิตของเราชัดเจน เราหมกมุ่นด้วยจิตคิดจะแช่งด่ายังไม่พอ ยังอุตส่าห์แช่งด่าออกเสียงดังๆให้หูเราได้ฟังชัดๆอีก

แต่ถ้าเราชื่นชมใคร และชมเขาออกมา จิตก็มีลักษณะที่เบิกบานเป็นสุข คำพูดดีๆรื่นหูก็เหมือนคำอวยพร

~ ทุกครั้งที่เราเบียดเบียนความสุขใคร เรากำลังทำลายความสุขตัวเรา แต่ถ้าเราทำให้ใครเป็นสุข เรามักจะมีความสุขอิ่มเอิบในใจทันที

🌼🌿

ที่ถามมาว่า “…ควรต้องยิ่งแผ่เมตตาให้เขามากๆ นี่จะถือว่าเป็นการยิ่งปรุงแต่งจิตหรือไม่”

🌼

การแผ่เมตตาเป็นกุศลค่ะ การปรุงแต่งจิตเป็นกิเลส

ดังนั้นแผ่เมตตาไปเถอะค่ะ ได้มาก ได้น้อย ก็เป็นการฝึกจิตไปเรื่อยๆ

ยิ่งฝึกไปฝึกไป จิตจะอ่อนละมุนขึ้น เมตตาธรรมจะพัฒนาขึ้น

และจะฝังเข้ามาเป็นกุศลสังขารให้เราได้ต่อไปๆๆ

🌿🌼🌿

18/10/19

Website รวมข้อมูลข่าวสาร สำหรับศิษย์เก่า แนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

Google Sites
Report abuse
Page details
Page updated
Google Sites
Report abuse