Search this site
Embedded Files

กดที่รูป 📖 เพื่ออ่าน

สารบัญ

📖

066 อาจารย์คะ

ขอเรียนถามปัญหาค่ะ

ตอนนี้เวลานั่งวิปัสสนาเช้าเย็น ครั้งละ ชม.

ระหว่างวันก็รับรู้เวทนาบนร่างกาย ตามที่ท่านอาจารย์สอนในธรรมบรรยาย


หลังนี้พบว่า ช่วงระหว่างวัน

พท.ที่รับรู้เวทนาได้เริ่มกว้างขึ้น

และรับรู้ได้บ่อยขึ้น รับรู้ได้เองในระหว่างทำงานอื่นๆ ไปด้วย


ถามอาจารย์ค่ะว่า

พอรับรู้เวทนาบนร่างกายแต่ละครั้งนั้น ก็ให้รู้ถึงอนิจจังของเวทนานั้นไปด้วย

แบบนี้ถูกต้องหรือยังคะ


เมื่อเราฝึกจิตมา 

จะมากบ้างน้อยบ้าง

จิตเราจะเริ่มไวต่อสิ่งที่เกิดในตัวเรามากขึ้น

เพราะเราเริ่มหันมาเห็นตนเองมากขึ้น

เราจึงรู้สึกถึงเวทนาบ่อยขึ้นเป็นธรรมชาติ

หรือไวขึ้นต่อเวทนาในหลายบริเวณขึ้น

🍂

ขณะเมื่อรับรู้เวทนา (หรือลมหายใจ) อยู่นั้น

จิต กำลังอยู่กับ “ปัจจุบัน” ณ ขณะนั้นอยู่

🍃


เพียงแค่จิตอยู่กับปัจจุบันอยู่ รู้ถึงเวทนานั้นๆอยู่

แล้วจิตไม่มีการปรุงแต่งเพิ่ม

(คือไม่ตีค่า ไม่ประเมิน ไม่คิดต่อยอดจากสิ่งที่กำลังรับรู้นั้น)

🍂

ณ ขณะนั้นๆ (ถ้าเราไม่ปรุงแต่งเลย) ถือว่าเรากำลังรู้ตาม เห็นตาม ”ความเป็นจริง” (ยถาภูตัง) ของธรรมชาติแห่งสิ่งต่างๆอยู่

🍃

ซึ่งธรรมชาติของสิ่งต่างๆนี้คือ ความไม่เที่ยง หรืออนิจจังนั่นเอง คือสิ่งต่างๆไม่เที่ยง

🍂

การรู้เฉยๆด้วยจิตวางเฉยมีอุเบกขา ผ่อนคลาย ปล่อยวาง 

เป็นการเห็นสัจธรรม หรือเห็น ’ความเป็นอนิจจังอยู่ในตัว’

🍃

เราไม่ต้องไปใส่ความคิดว่ามันเป็นอนิจจังเข้าไปในจิตอีก 

แค่ยอมรับมันตามที่มันเป็นนั้น 

วางเฉยกับมัน

ดังนั้นเพียงแค่รู้ไปยอมรับไปในขณะที่รับรู้ 

โดยไม่ต้องคิดเพิ่มความคิดว่ามันเป็นอนิจจัง เพราะเท่านี้ก็เป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว

🍂

กล่าวคือ

ถ้าเราแค่วางมันได้จริง

แค่รู้มันอย่างที่มันเป็นได้จริง

🍃

เราก็กำลังรู้ธรรมชาติตามจริงของสรรพสิ่งแล้ว 

คือรู้ความเป็นไตรลักษณ์ หรือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของทุกๆสิ่งนั่นเองค่ะ

🍂🍃🍂

กรณีที่เรากำลังเครียด หงุดหงิด จิตมีปฏิฆะ (จิตมีโทสะกิเลส)

หรือกรณีที่เรากำลังปลื้ม หลงไหล จิตมีอภิชฌา (จิตมีโลภะกิเลส)

จนจิตวางเฉยไม่ได้ จิตเสียสมดุลมาก จิตเป็นอุเบกขาไม่ได้

🍃

กรณีนี้เราอาจต้องช่วยจูงจิต 

ปรับจิตให้สงบลง ด้วยการใช้ความคิดว่า มันเป็นอนิจจัง อนิจจัง มันล้วนไม่เที่ยง 

🍂


การทำเช่นนี้เรียกว่าการโยนิโสมนสิการ

เป็นการคิดด้วยปัญญาอย่างแยบยล อย่างเป็นกุศล เพื่อสะกดความพลุ่งพล่านของจิตให้ระงับลงก่อน ให้สงบลงระดับหนึ่งก่อน จนจิตมีความเบิกบานพอที่ปฏิบัติกรรมฐานต่อ 

🍃

แต่ถ้าเรารับรู้เวทนาทั่วๆไปแล้วจิตเรามีสมดุลอยู่ จิตเป็นปกติอยู่ คือรู้จริงๆถึงเวทนานั้นๆและปล่อยวางมันตามนั้นได้อยู่

🍂

จิตเราไม่ปรุงแต่งเพิ่มเติมว่ากำลังรู้เวทนาอะไรอยู่ และไม่คิดว่าเรากำลังรู้สิ่งใดๆอยู่ 

แค่รู้ว่ามีเวทนาหนึ่ง ณ ที่หนึ่งของกายและจิตยอมรับตามนั้น 

ไม่คิด ไม่ปรุงก็ใช้ได้แล้ว 

ไม่ต้องเพิ่มความคิดว่าอนิจจังเข้าไปอีก

🍃

เพราะจิตตอนนั้นมีสมดุลอยู่ สมดุลอยู่กับความจริงตามธรรมชาติอยู่แล้ว 

🍂

จากนั้น ก็ให้แค่ตามรู้ขณะถัดๆไปด้วยจิตสมดุลแบบเดียวกันนี้ต่อๆไป อย่างต่อเนื่อง

🍃🍂🍃🍂🍃

19/3/19


Website รวมข้อมูลข่าวสาร สำหรับศิษย์เก่า แนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

Google Sites
Report abuse
Page details
Page updated
Google Sites
Report abuse