Search this site
Embedded Files

กดที่รูป 📖 เพื่ออ่าน

สารบัญ

📖

058 วางเวทนา

Q: พบว่าสภาวะธรรมที่เกิดขึ้น ขณะปฏิบัติในแต่ละวันเมื่อสติ สมาธิ และอุเบกขาสมดุลกัน ไม่เพ่ง ไม่เกร็งกดดัน เหมือนที่เคย ผ่านๆมา ปล่อยวางและดูธรรมชาติที่เกิดขึ้นเอง ปล่อยจิตสบายๆ อย่างที่ อ. เคยแนะนำไว้ 

สามารถเจาะลึกเข้าไปดูส่วนต่างๆของร่างกายทั้งหมด ไม่มีก้อนแข็ง ทึบ ตันอีกต่อไป ที่พบเป็นแค่เพียงกระแสสั่นสะเทือนที่เย็น เบา สบาย คลื่นที่ละเอียดอ่อนเบาสบาย รู้สึกถึงเวทนา ที่มีทั่วร่างกาย

ดูไปดูมาระหว่างสบาย ไม่สบาย  เบา ทึบ  เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา

🌿

A: เรื่องสภาวะต่างๆ เป็นปรากฏการณ์ของสังขารเป็นส่วนใหญ่ค่ะ 

ไม่ได้บ่งบอกถึงความก้าวหน้าหรือถดถอยในธรรมะของเรา

เวทนาบอกอะไรเราไม่ได้ 

เพราะมันไม่มีสาระในตัวของมันเองเลย

ไม่ว่าเป็นเวทนารูปแบบไหน 

ถ้าเราดูอย่างไม่เอาใจเข้าไปเกี่ยวได้มากเท่าไหร่ความก้าวหน้าของเราถึงจะยิ่งมากขึ้น


ถ้ายังแอบให้ค่าแต่ละเวทนา 

ยังเห็นมันมีความต่างอยู่ 

แสดงว่าใจเรายังไม่เป็นกลางอย่างแท้จริง ยังไม่ยอมปล่อยตัวตนของเรา

ยังเกาะอยู่เกี่ยวกับตัว ‘เครื่องมือ’ พัฒนาจิต


ที่กล่าวอาการต่างๆมาทั้งหมด 

เป็นเพียงเวทนาที่ต่างๆกันเท่านั้น 

ต่างก็มาแล้วไป มาแล้วไป มาแล้วก็ไป... เช่นนี้ไม่เคยหยุด

การเห็นเวทนาประเภทต่างๆ 

โดยเนื้อแท้แล้วไม่มีคุณค่าให้ต้องระลึกถึง ให้ตีความ 

เพราะไม่สามารถใช้มันประเมินการพัฒนาในธรรมะของเราได้เลย


เราต้องวัดการพัฒนาที่จิตของเรา 

วัดดูว่าเรา “วาง” เวทนาหรือไม่?

หรือเรายังเห็นมันเป็นสาระอยู่?


ถ้าเรา “วาง” ได้อย่างบริสุทธิ์เท่าไหร่ 

จึงจะแสดงว่าเราเข้าถึงอุเบกขาเพราะปัญญาในอนิจจังของเราได้แล้ว


ดังนั้นเราต้องลองวัดตัวเองดูนะคะ 

ถ้าเรายังเห็นเวทนามีความต่างกันอยู่ แสดงว่าใจเรายังไม่วางมันค่ะ

ใจเรายัง(แอบ)ยกมันมาดูอยู่ 

ใช้มันประเมินธรรมะของเราอยู่

เราจึงยังเห็นว่ามันต่างกัน มันมีอาการอย่างนั้นอย่างนี้…

เราจึงยังพูดถึงมันอย่างแบ่งแยก เพราะเรายังเห็นมันเป็นสาระอยู่นั่นเอง

เมื่อใดที่ไม่เห็นเวทนาหรือสภาวะธรรมอะไรให้เอ่ยถึงอีกได้ 

เพราะไม่เห็นสาระของมันได้จริง

เมื่อนั้นแสดงว่าความเป็นอุเบกขาเริ่มเป็นอุเบกขาที่มีปัญญาแล้ว


ถ้ายังเห็นเวทนาด้วยความใส่ใจในประเภทของเวทนาอยู่

แม้กำลังดูมันด้วยความคิดว่าเรากำลังมีอุเบกขา 

แท้จริงแล้วยังไม่เป็นอุเบกขาที่แท้

เพราะจิตไม่ได้บริสุทธิ์จากโมหะ

อุเบกขาขั้นที่เราควรไปให้ถึงต้องเป็นอุเบกขาที่ประกอบด้วย “ปัญญา”

ปัญญาที่เห็นความเป็นจริงตามจริงของธรรมชาติ

ปัญญาแบบนี้เท่านั้นที่จะทำให้เรา”ปล่อย” จริงๆ

ปล่อยอย่างสงบเย็นอย่างยิ่ง

เป็นความวิสุทธิ์ของจิต


เราจึงต้องหมั่นพัฒนาความเป็นอุเบกขาของเราจากชั้นต้นๆ จนลึกซึ้งขึ้น ลึกซึ้งขึ้น ลึกซึ้งขึ้น และลึกซึ้งขึ้น…

เราจะเย็นขึ้น เบาขึ้น สงบขึ้น สงัดขึ้น สุขขึ้น ไม่ถือสาอะไรมากขึ้น…


การที่เราอาจคิดว่าเราดูเวทนาต่างๆ และเราก็ดูอย่างมีอุเบกขาอยู่

เพราะเราไม่ได้ตอบโต้มัน เราดูมันเฉยอยู่ 

ยังเป็นขั้นฝึกหัด 

เพราะเรายังไม่บริสุทธิ์จากความเป็นตัวตน 

ตัวเรายังเป็นผู้มีเวทนา 

เป็น”เรา”ผู้ได้เวทนาโน่น นี่ นั่นอยู่

เราจึงยังไม่หลุดจาก ‘โมหะ’ หรือ ‘อวิชชา’ 

🌿🌿🌿

Q: เห็นสภาวะของธาตุทั้ง 4 ปรากฏขึ้นมาทีละอัน 

(ที่บอกว่าเห็นสภาวะของธาตุทั้ง4 เพราะหนูเคยศึกษา สามัญลักษณะของธาตุ ดิน-น้ำหนัก(มวล)/น้ำ-ความยึดเกาะ/ลม-เคลื่อนไหวค้ำยัน/

/ไฟ-ร้อนเย็น ไม่รู้ว่าเพราะจำมา เลยเห็นสภาวะต่างๆรึเปล่า)


เวทนาหยาบแน่นทึบตึงบีบเค้น เมื่อผ่านมันไปได้มันกลายสภาพเป็นคลื่นที่เย็นยะเยือก ละเอียดเนียนมาก รู้สึกโล่ง โปร่ง เบา 

แล้วสักพักกวาดความรู้สึกดูใหม่ก็แปรเปลี่ยนค่อยๆกลับมาแน่นเหมือนร่างกายเป็นท่อ แล้วถูกเติมทรายละเอียดเข้าในท่อทีละส่วนๆจนเต็ม รอบใหม่กลายสภาพเป็นของเหลวเหนียวหนืด มาแทนที่แต่ละส่วนๆในท่อจนเต็ม

แล้วรอบใหม่เปลี่ยนเป็นเบาสบายโล่งโปร่งอีกครั้ง วนไปวนมาเช่นนี้

รู้สึกว่ากรอบของร่างกายผิวหนังเหมือนยางบางๆยังอยู่

สังเกตว่าตนเองดูเวทนาจากข้างในออกมาข้างนอกไม่ได้ดูจากข้างนอกเข้าข้างใน ผิดมั้ยคะ?

🌿



A: ไม่ใช่เรื่องผิด หรือถูก ในวิธีการสำรวจร่างกาย จะดูจากไหนก่อนหลังไม่เป็นเงื่อนไขต่อการพัฒนาในธรรม

เรื่องประเภทเวทนาที่ประสบให้ดูจากคำตอบข้อที่แล้วพอสังเขปข้างต้น


ส่วนเรื่องความเป็นธาตุนั้น

การเปลี่ยนแปลง (เกิดดับ) ทั้งหมดของกายและจิต 

ก็คือการเกิดดับของธาตุที่ประกอบเป็นสรรพสิ่งทั้งในตัวเรา

และในสรรพสิ่งภายนอกอื่นๆ

แต่เพราะเรามีจิต เราจึงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ 

โดยรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงต่างๆในรูปของเวทนาต่างๆ


แท้จริงแล้วทุกอย่างเกิดดับตลอดเวลา 

เพราะทุกอย่างล้วนไม่เที่ยงนั่นเอง

สำหรับผู้ปฏิบัติที่เคยผ่านการดับสลายของสังขารอย่างชัดเจนแท้ๆ และหลายครั้ง หรือเป็นเช่นนั้นอยู่ยาวนานในแต่ละครั้ง 

มักจะเริ่ม”วาง”ได้จริงมากขึ้น

และถ้าพัฒนาเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ 

เราจะทิ้งตัวตน 

อัตตาจะถูกขัดเกลา


เวลาเห็นตัวตนกลับไม่เห็นตัวตน

เห็นเวทนาแต่ไม่เห็นเป็นเวทนา 

กลับเห็นเป็นการเกิดดับ หรือการเคลื่อน การเปลี่ยน ของสิ่งที่บรรยายไม่ได้เป็นรูปธรรม หรือ อาจเห็นความเป็นธาตุดิน น้ำ ลม ไฟได้

เราจะเห็นการทำงานของมันตามจริง

เห็นอนิจจังของมัน 

เห็นอนัตตาของมัน

นี่คือการเห็นปรมัตถธรรม เพิกบัญญัติ 

การเห็นความเป็นธาตุจริง จะไม่เกิดในความคิด หรือความทรงจำมา แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เห็นบัญญัติอีก

มักเกิดแบบไม่รู้ตัวตอนจิตแนบแน่นกับการปฏิบัติ และมักเกิดชัดกว่าในขณะที่กายเคลื่อนไหวในอิริยาบถอื่นอยู่

🌿🌿🌿

Q: ตอนนี้เริ่ม มีอาการเบื่อๆ กับทางโลก เบื่อคนรอบข้างและอยากปลีกวิเวก คิดเรื่องเกษียณอายุ ตลอดเลย ความรู้สึกอยากหนีจากที่ๆอยู่

🌿

A: เรื่องรู้สึกเบื่อหน่ายทางโลกนี่เป็นธรรมดาของผู้ที่เริ่มได้รับความสุขในใจจากการปฏิบัติธรรม

คือเริ่มเห็นความไม่เป็นแก่นสารของเรื่องราวทางโลก

เป็นกันทั้งนั้นทุกคนค่ะ

เพราะโลกมันร้อน มันทุกข์

แต่ธรรมมันเย็น มันสุข


พอปฏิบัติได้มากยิ่งๆขึ้น 

(ต้องมากขึ้น และแบบได้ผลจริงจัง)

จะเลยขั้นเบื่อขึ้นไปเป็นขั้นไม่ถือสาโลก

อยู่อย่างสุขสงบในจิตได้เนืองๆ

เพราะจิตสามารถเป็นกุศลไปกับทุกเรื่องได้

จิตกลับจะเย็นในการอยู่กับของร้อนได้

ภูมิต้านทานของจิตเพิ่มขึ้น 

จะไม่เจ็บปวดไปกับโลกมากอย่างเดิม

การทำงานและการใช้ชีวิตกับผู้คนก็กลับเป็นดีขึ้น 

เพราะเราเริ่มดำรงอยู่เพียงเพื่อประโยชน์สุขของคนอื่น 

แทนที่ทำเพื่อตัวเรา 

แทนที่จะมีตัวเราอยู่ตรงกลางของสิ่งต่างๆ


ถ้าจะเราเลยขั้นเบื่อหน่ายแบบลบๆไปจนพลิกกลับมาได้ 

จะกลับเป็นยิ่งก้าวหน้าค่ะ เพราะเห็นธรรมดาของชีวิตเป็นเรื่องธรรมดาไปเอง

อันนี้ต้องเราก้าวไปในธรรมมากพอสมควร มากจนเลยเรื่องการสนใจในสภาวะธรรมที่ประสบ เลยความสนใจในความก้าวหน้าถดถอยของธรรมะ 

ความเป็นเราจะหายไปอย่างมาก จะไม่ค่อยสะดุ้งสะเทือนกับการถูกกระทำใดๆ

แบบนี้ถือว่าก้าวหน้าไปอย่างถูกทางค่ะ


(อย่างไรก็ดี เมื่อธรรมะเพิ่มขึ้นในตัว การคลุกคลีกับหมู่คณะจะเปลี่ยนรูปแบบ 

ความสนใจในกิจกรรมทางโลกจะเปลี่ยนไป 

การสมาคมกับหมู่คณะจะเปลี่ยนไป)

🌿🌿🌿

Q: แสดงว่าหนูยังมีปฏิฆะอยู่เยอะ ใช่มั้ยคะ?? 

จะลดปฏิฆะได้ด้วยวิธีไหนคะ ทำไมมันเยอะมากขึ้นคะ 

🌿


A: เราต่างยังมีปฏิฆะค่ะ และกิเลสตัวอื่นๆค่อนข้างพร้อมสรรพ

แต่ดีกรีมากน้อยต่างกันในแต่ละคน

ส่วนการลดปฏิฆะนั้น หนูก็กำลังทำอยู่แล้วค่ะ

การปฏิบัติที่ปล่อยทุกอย่างได้ 

และปล่อย “ความเห็นเป็นเวทนาของเรา” ได้ 

เราก็กำลังขจัดปฏิฆะอยู่

และขจัดตัวไม่ดีอื่นๆอยู่เช่นกัน

🌿🌿🌿

10/12/18

Website รวมข้อมูลข่าวสาร สำหรับศิษย์เก่า แนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

Google Sites
Report abuse
Page details
Page updated
Google Sites
Report abuse