Search this site
Embedded Files

กดที่รูป 📖 เพื่ออ่าน

สารบัญ

📖

052  ยิ่งปฏิบัติ ยิ่งเห็นความไม่ดีของตัวเองเกิดขึ้นมากๆ (เช่น ใจร้อน เอาแต่ใจ อิจฉา) วางอุเบกขาไม่ค่อยทันกิเลส

🌿🌿🌿

Q: ที่ว่าอุเบกขาไม่ทันนั้น…

🌿🌿🌿

A: เพียงเรารู้ตัวได้ ขณะนั้นสติเกิดแล้ว 

และ ณ ขณะนั้นได้ทำลายสังขารการปรุงแต่งจิตไปด้วยกัน 

ดังนั้น ณ ขณะนั้น 

จิตมีอุเบกขาอยู่ มีกุศลอยู่ 

สังขารใหม่ไม่ได้เกิดขึ้น

🌿

แต่ถ้าเห็นความไม่ดีของตนแล้ว 

เริ่มไปมีปฏิกิริยาไม่พอใจกับมัน 

จิต ณ ขณะนี้(ที่กำลังไม่ happy)นี้ก็หลุดแล้วจากสติ 

ขาดจากการมีอุเบกขา 

เกิดบาป เกิดอกุศล เกิดสังขารแทน

🌿

ถ้าขณะถัดไป รู้ตัวขึ้นมาอีก 

ขณะนั้นจิตก็มีสติอีก มีอุเบกขาอีก มีกุศลอีก

ขณะต่อมาหงุดหงิดอีก ก็กลับกันอีก

🌿

การประคองจิตให้มีสติแต่ละขณะจึงสำคัญมาก

🌿

จะเห็นว่าเราก็กลับไปกลับมาระหว่าง”สติ” กับ “กิเลส” ตลอดเวลา

แต่เรามักอยู่กับกิเลสนานกว่าสติ

ผู้ที่ไม่เคยปฏิบัติธรรม จะมีโอกาสฝึกใจให้มีสติได้ยากมาก 

จึงมักไม่รู้ว่าตนเองเป็นทาสของกิเลสอย่างลึกซึ้ง 

จึงเกลือกกลั้วอยู่ในกองทุกข์ของชีวิตไม่รู้จบ

🌿

ถ้าเราสามารถ “ยืด” ขณะจิตให้มีสติยาวขึ้นๆ

และ “ลด” ขณะที่จิตขาดสติให้หดสั้นลงๆได้

ในที่สุดความคิดลบๆในกมลสันดานลึกๆของเราก็ค่อยๆเปลี่ยนไป


เริ่มจากก้าวสั้นๆแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราจะพัฒนาต่อไปได้เอง🌿🌿🌿

9/11/18

Website รวมข้อมูลข่าวสาร สำหรับศิษย์เก่า แนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

Google Sites
Report abuse
Page details
Page updated
Google Sites
Report abuse