สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชั้นปีที่ 3 และ 4 ที่สนใจร่วมงานกับทางศูนย์ฯ สามารถติดต่อที่ ศูนย์วิศวกรรมโยธาและฐานรากระบบรางขั้นสูง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชั้น 2 อาคารบัณฑิตศึกษาวิศวกรรมโยธา ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เวลาทำการ 08:00 - 16:30 น. วันจันทร์ - วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ E-mail : cmu.railcfc@gmail.com หรือติดต่อ อาจารย์พีรพงศ์
การประเมินอิทธิพลของระดับความชื้นต่อพฤติกรรมการรับแรงกระทำซ้ำซากแบบสามแกนของชั้นดินเหนียวเดิมใต้รางรถไฟ ในระดับห้องปฏิบัติการโดยใช้การทดสอบแรงกระทำซ้ำซากแบบสามแกน
Impact of Moisture Content Level on Cyclic behavior of Clay Subgrade Under Railway Track Based on Dynamic Triaxial Test
โจทย์วิจัย (Research Problem Statement)
หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียรูปของรางรถไฟไม่ได้เกิดจากแค่เพียงพฤติกรรมของหินโรยทาง (Ballast) เท่านั้น แต่พฤติกรรมของชั้นดินเหนียวเดิม (Clay Subgrade) ที่อยู่ใต้รางรถไฟเองก็เป็นส่วนสำคัญในการพังของรางรถไฟ โดยชั้นดินเดิมที่เป็นดินเหนียวสามารถพบได้ทั่วไปในโครงข่ายรถไฟของประเทศไทย แต่ยังไม่มีการศึกษาถึงพฤติกรรมของชั้นดินเหนียวเดิมที่รับแรงกระทำซ้ำซากจากการเคลื่อนที่ของรถไฟในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยดินเหนียวเป็นวัสดุที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเนื่องจากความชื้นในดิน (Moisture Content) ที่เปลี่ยนไป จึงนำไปสู่โจทย์ในการศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการรับแรงกระทำซ้ำซากเหล่านั้น เพื่อประเมินพฤติกรรมที่เกิดขึ้น และสามารถเพิ่มเสถียรภาพจากการกำหนดขอบเขตของความชื้นที่เหมาะสมในชั้นดินเหนียวเดิมได้
แนวทางการวิจัย (Tentative Research Approach)
โครงการวิจัยนี้จะมีการจำลองพฤติกรรมของชั้นดินเหนียวเดิมที่มีความเชื่อมแน่น (Cohesive soil) โดยจะศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับของความชื้นในดิน (Moisture Level) ภายใต้เงื่อนไขสภาวะการรับแรงกระทำซ้ำซากหนึ่ง ภายในห้องปฏิบัติการโดยใช้เครื่องทดสอบชนิดแรงกระทำซ้ำซากแบบสามแกนที่สามารถจำลองพฤติกรรมการให้แรงของรถไฟที่มีการเคลื่อนไหวได้
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Expected Outputs)
ทำให้ทราบถึงลักษณะพฤติกรรมของชั้นดินเหนียวเดิมใต้รางรถไฟในประเทศไทยภายใต้แรงกระทำซ้ำซากแบบสามแกน ที่ระดับความชื้นต่าง ๆ นำไปสู่การกำหนดขอบเขตระดับของความชื้นในดินเหนียวเดิมสำหรับการออกแบบทางรถไฟอย่างเหมาะสม
อิทธิพลของความถี่จากการเคลื่อนที่ของรถไฟ ต่อพฤติกรรมรับแรงกระทำแบบซ้ำซากของชั้นดินเหนียวเดิมใต้ทางรถไฟ ในระดับห้องปฏิบัติการโดยใช้การทดสอบรับแรงกระทำซ้ำซากแบบสามแกน
Influence of Moving Train Load Frequency on Cyclic behavior of Clay Subgrade Under Railway Track Based on Dynamic Triaxial Test
โจทย์วิจัย (Research Problem Statement)
หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียรูปของรางรถไฟไม่ได้เกิดจากแค่เพียงพฤติกรรมของหินโรยทาง (Ballast) เท่านั้น แต่พฤติกรรมของชั้นดินเหนียวเดิม (Clay Subgrade) ที่อยู่ใต้รางรถไฟเองก็เป็นส่วนสำคัญในการพังของรางรถไฟ โดยชั้นดินเดิมที่เป็นดินเหนียวสามารถพบได้ทั่วไปในโครงข่ายรถไฟของประเทศไทย แต่ยังไม่มีการศึกษาถึงพฤติกรรมของชั้นดินเหนียวเดิมที่รับแรงกระทำซ้ำซากจากการเคลื่อนที่ของรถไฟในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยความถี่ของแรงกระทำ (Load Frequency) ที่เกิดจากรถไฟในระดับต่าง ๆ จะส่งผลต่อพฤติกรรมของดินเหนียวอย่างมีนัยสำคัญ ความถี่ของแรงกระทำดังกล่าวมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อความเร็วของรถไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการใช้รถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย ด้วยสาเหตุนี้จึงนำไปสู่โจทย์ในการศึกษาความถี่ที่เกิดขึ้นในระดับต่างๆ เพื่อประเมินพฤติกรรมของดินเหนียวที่เกิดขึ้นและสามารถวิเคราะห์เสถียรภาพจากการกำหนดขอบเขตของความถี่ของแรงกระทำที่เหมาะสมในชั้นดินเหนียวเดิมภายใต้ทางรถไฟได้
แนวทางการวิจัย (Tentative Research Approach)
โครงการวิจัยนี้จะมีการจำลองพฤติกรรมของชั้นดินเหนียวเดิมที่มีความเชื่อมแน่น (Cohesive soil) โดยจะศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับของความถี่จากแรงกระทำซ้ำซาก (Frequency of cyclic load) ภายใต้เงื่อนไขสภาวะของชั้นดินเหนียวเดิมหนึ่ง โดยใช้การทดสอบชนิดแรงกระทำซ้ำซากแบบสามแกนในห้องปฏิบัติการณ์ ที่สามารถจำลองพฤติกรรมการให้แรงของรถไฟที่มีการเคลื่อนไหวได้ในความถี่ที่ต่างกัน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Expected Outputs)
ทำให้ทราบถึงลักษณะพฤติกรรมของชั้นดินเหนียวเดิมใต้รางรถไฟในประเทศไทยภายใต้แรงกระทำซ้ำซากแบบสามแกน ที่ระดับความถี่ต่าง ๆ นำไปสู่การกำหนดขอบเขตระดับของความถี่ที่เกิดขึ้นจากแรงกระทำของรถไฟในชั้นดินเหนียวเดิม เพื่อรองรับการออกแบบทางรถไฟได้อย่างเหมาะสม
การประเมินพฤติกรรมการเสียรูปของหินโรยทางรถไฟปนเปื้อนบนพื้นฐานเงื่อนไขของการทดสอบแรงกระทำแบบซ้ำชากแบบสามแกนและการเปลี่ยนแปลงความชื้น
Evaluation of Deformational Behavior of Fouled Railway Ballast Based on Repeated Load Triaxial Tests and Moisture Changes
โจทย์วิจัย (Research problem statement)
การปนเปื้อนของหินโรยทางรถไฟจากดินเม็ดละเอียด ยังเป็นสาเหตุอันสำคัญของการเสียรูปโดยรวมของทางรถไฟ ทำให้ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการเดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มีทางรถไฟชนิดหินโรยทาง (Ballast railway tracks) เป็นส่วนใหญ่ของโครงข่ายรถไฟสำหรับประเทศไทย โดยยังไม่มีการศึกษาถึงพฤติกรรมของหินรถไฟปนเปื้อนภายใต้แรงกระทำของรถไฟที่มีการเคลื่อนที่สำหรับประเทศไทย
แนวทางการวิจัย (Tentative research approach)
การจำลองพฤติกรรมของหินโรยทางรถไฟที่ปนเปื้อนจากดินเม็ดละเอียดชนิด ดินเชื่อมแน่น (Cohesive soil) และดินไม่เชื่อมแน่น (Cohesionless soil) ที่ระดับการปนเปื้อนและระดับความชื่นที่แตกต่างกัน โดยใช้การทดสอบชนิดแรงกระทำซ้ำซากแบบสามแกน ที่สามารถจำลองน้ำหนักกระทำจากรถไฟที่มีการเคลื่อนไหวได้
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Expected outputs)
ทราบถึงพฤติกรรมการเสียรูปหินโรยทางรถไฟปนเปื้อนภายใต้แรงกระทำซ้ำซาก ที่ระดับการปนเปื้อนและความชื่นที่แตกต่างกันไป นำไปสู่การกำหนดระดับการปนเปื้อนสูงสุดและค่าความชื้นวิกฤติของแต่ละค่ากันปนเปื้อน
การศึกษาการวิบัติของคันทางรถไฟในรูปแบบของการพังทลายในชั้นหินโรยทางอันเป็นผลจากน้ำท่วม
Study of Railway Embankment Failure in Ballast Layer due to Inundation Flow
โจทย์วิจัย (Research Problem Statement)
ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตมรสุมและเกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี และประเทศไทยได้มีการขยายโครงข่ายรถไฟในอนาคตทำให้ทางรถไฟนั้นมีความเสี่ยงที่จะประสบภัยน้ำท่วมมากขึ้น อย่างไรก็ตามสภาวะการไหลวิกฤติ (Critical Flow Conditions) และกระบวนการวิบัติของทางรถไฟในชั้นหินโรยทางจากน้ำท่วมยังไม่มีการศึกษาอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งการประเมินสภาวะวิกฤติของการวิบัติของทางรถไฟนั้นเป็นการสร้างองค์ความรู้ที่สำคัญต่อการออกแบบ ก่อสร้างและบำรุงรักษาระบบและบริการทางรถไฟในอนาคต มากไปกว่านั้นการทำความเข้าในกระบวนการวิบัตินั้นจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างคันทางที่ทนต่อการวิบัติได้ ซึ่งเป็นการประยุกต์ความรู้ทางวิศวกรรมรถไฟและวิศวกรรมแหล่งน้ำ
แนวทางการวิจัย (Tentative Research Approach)
จำลองหน้าตัดคันทางรถไฟชั้นหินโรยทางซึ่งเป็นหินโรยใหม่และใช้แล้วแบบที่ไม่มีหมอนรถไฟ แบบที่มีหมอนหนึ่งอัน และแบบที่มีไม้หมอนสองอัน ในห้องปฏิบัติการโดยททำการวัดอัตราการไหลต่อหนึ่งหน่วยความกว้างซึ่งสัมพันธ์กับระดับความสูงของน้ำหน้าคันทางจนกระทั่งถึงอัตราการไหลต่อหนึ่งหน่วยความกว้างที่ทำให้ชั้นหินโรยทางเริ่มวิบัติ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Expected Outputs)
ทราบถึงอัตราการไหลต่อหนึ่งหน่วยความกว้างและระดับน้ำหน้าคันทางที่มีผลต่อเสถียรภาพของชั้นหินโรยทาง