การถอดบทเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
การถอดบทเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือแนวทางการดำเนินชีวิตที่ตั้งอยู่บน "ทางสายกลางและความไม่ประมาท" โดยมีหลักสำคัญคือ "3 ห่วง 2 เงื่อนไข" ได้แก่ ความพอประมาณ (พอดี ไม่มากไปไม่น้อยไป), ความมีเหตุผล (ตัดสินใจรอบคอบ), และ การสร้างภูมิคุ้มกัน (เตรียมพร้อมรับผลกระทบ) โดยมีเงื่อนไขคือต้องอาศัย ความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ) และ คุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต อดทน) เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและสมดุลในทุกมิติ.
องค์ประกอบหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
1. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วยการฝึกตนให้มีความรอบรู้ เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน มีความรอบคอบ และความระมัดระวังที่จะนําความรู้ต่างๆ เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และในขั้นปฏิบัติ เงื่อนไขความรู้เรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น มีความรู้เรื่องการรวบรวมข้อมูล มีความรู้เรื่องการประมวลผลข้อมูล มีความรู้เรื่องซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ต มีความรู้เรื่องการสืบค้นข้อมูล มีความรู้เรื่องการสร้าง google form มีความรู้เรื่องการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีความรู้เรื่องการใช้โปรแกรม canva เป็นต้น
2. เงื่อนไขคุณธรรม การสร้างเสริมพื้นฐานจิตใจ ประกอบด้วย ด้านจิตใจ คือ การตระหนักในคุณธรรม รู้ผิดชอบชั่วดี ซื่อสัตย์สุจริต ใช้สติปัญญาอย่างถูกต้องและเหมาะสมในการดำเนินชีวิต และด้านการกระทำ คือ มีความขยันหมั่นเพียร อดทน ไม่โลภ ไม่ตระหนี้ รู้จักแบ่งปัน และรับผิดชอบในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม เงื่อนไขคุณธรรมเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น ใฝ่เรียนรู้ มีความสามัคคี มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย มุ่งมั่นในการทำงาน อยู่อย่างพอเพียง เป็นต้น
3. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีต่อความจําเป็นและเหมาะสมกับฐานะของตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่นไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และต้องไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ความพอประมาณเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม การจัดแบ่งหน้าที่กันตามความสามารถอย่างเหมาะสม การใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อินเตอร์เน็ต ได้พอดีเหมาะสมกับเวลา เป็นต้น
4. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจดำเนินการเรื่องต่างๆ อย่างมีเหตุผลตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักศีลธรรมจริยธรรม และวัฒนธรรมที่ดีงามโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบรู้และรอบคอบ ความมีเหตุผลเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การศึกษาเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลการประมวลผลข้อมูลเพื่อสามารถนำไปรวบรวมข้อมูลประมวลผลข้อมูลประจำวันได้ การศึกษาเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตเพื่อสามารถใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตต่างๆในชีวิตประจำวัน การศึกษาเกี่ยวกับการโดยใช้ google form เพื่อสามารถสร้างแบบสอบถามต่างๆ การศึกษาเรื่องการใช้โปรแกรม canva เพื่อใช้โปรแกรม canva นำเสนอการถอดบทเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและนำเสนองานในชีวิตประจำวัน เป็นต้น
5. ภูมิคุมกันในตัวที่ดี หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับต่อผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอม และวัฒนธรรม เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือได้อย่างทันท้วงที ภูมิคุมกันในตัวที่ดีเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น มีการวางแผนการทำงาน ลงมือปฏิบัติงาน ตรวจสอบแก้ไขชิ้นงาน และปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น มีการค้นคว้าศึกษา และเตรียมข้อมูลก่อนทำงานที่ได้รับมอบหมาย มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นต้น
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนำไปสู่การพัฒนาที่เน้นความสมดุลและความยั่งยืนใน 4 มิติ ดังนี้
1. มิติวัตถุ/เศรษฐกิจ คือ การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การใช้ชีวิตอย่างพอควร การคิดและวางแผนอย่างรอบคอบ มีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความรอบรู้ มีคุณธรรมที่ดีงาม ไม่เสี่ยงเกินไป การเผื่อทางเลือกสํารอง มิติวัตถุ/เศรษฐกิจเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น มีความรู้เรื่องการรวบรวมข้อมูล มีความรู้เรื่องการประมวลผลข้อมูล มีความรู้เรื่องซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ต มีทักษะการสืบค้นข้อมูล มีทักษะการสร้าง google form มีทักษะการใช้โปรแกรม canva มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน เห็นคุณค่าของอุปกรณ์ในการจัดการเรียน มีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง เป็นต้น
2. มิติสังคม คือ การช่วยเหลือเกื้อกูล รู้รักสามัคคี สร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชน มิติสังคมเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การเรียนรู้เรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ มีทักษะในการทำงานกลุ่ม มีการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น การปฏิบัติตามกฎกติกา มีมารยาทที่ดี มีทัศนคติที่ดีในการอยู่ร่วมกัน และสามารถทำงานร่วมกัน และอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข เป็นต้น
3. มิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ การรู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ เลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างรู้ค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ฟื้นฟูทรัพยากรเพื่อให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด มิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รู้จักใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อย่างระมัดระวังไม่ให้ชำรุด ดูแลรักษาสะอาดภายในห้องเรียนและห้องคอมพิวเตอร์ เห็นคุณค่าของการทำงานบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อมที่ดี สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
4. มิติวัฒนธรรม คือ การอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ดีงามให้คงอยู่ต่อไป รวมถึงการนำหลักคุณธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจต่างๆ รักและเห็นคุณค่าในความเป็นไทย เอกลักษณไทย เห็นประโยชน์และคุ้มค่าของภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น รู้จักแยกแยะและเลือกรับวัฒนธรรมอื่นๆ มิติวัฒนธรรมเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความรู้ในการใช้ภาษาให้เหมาะสม การแสดงความคิดเห็นที่เหมาะสม มีวินัยในการทำงาน ยอมรับความคิดเห็น การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม การให้เกียรติผู้อื่น และเรียนรู้วัฒนธรรมในการนำเสนองาน เห็นคุณค่าในการมีมารยาทที่ดีในการทำงานกลุ่มร่วมกับผู้อื่น สามารถนำเสนอผลงานบนพื้นที่สาธารณะได้อย่างเหมาะสม เป็นต้น
ศาสตร์การพัฒนา ๓ ศาสตร์ ที่มุ่งบูรณาการความรู้จากแหล่งต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้
1. ศาสตร์ชาวบ้านหรือภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ องค์ความรู้ของชาวบ้านเกี่ยวกับวิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน จากภูมิปัญญาเป็นความรู้ความสามารถที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และถ่ายทอดมาให้เรา มีวิธีการหลายอย่างที่ทำให้ความรู้เหล่านี้เกิดประโยชน์แก่สังคมปัจจุบัน ศาสตร์ชาวบ้านหรือภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การเก็บและบันทึกข้อมูลแบบดั้งเดิมจากการบอกเล่าปากต่อปาก เป็นวิธีการหลักในการถ่ายทอดเรื่องราว ประวัติศาสตร์ กฎเกณฑ์ และวิธีการต่างๆ จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการเล่านิทาน บทเพลง หรือคำสอน กระบวนการจัดการสารสนเทศจากปราชญ์ชาวบ้านหรือผู้เฒ่าผู้แก่เป็นเสมือนฐานข้อมูลที่สำคัญที่สุดของชุมชน ตัวอย่าง การเก็บรวมรวมข้อมูลเกี่ยวกับยาสมุนไพร การจัดทำเอกสารเกี่ยวกับยาสมุนไพร การนำยาสมุนไพรไปใช้ เป็นต้น
2. ศาสตร์สากล คือ องค์ความรู้ทั่วไปที่เป็นสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับ ได้แก่ เนื้อหาสาระ หรือสาระการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือหลักสูตรรายวิชา หลักการ ทฤษฎี วงจรคุณภาพ กระบวนการกลุ่ม การทำงานเป็นทีม ศาสตร์สากลเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น ความรู้เรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ การรบรวมข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ การใช้ซอฟต์แวร์ Google Forms กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น
3. ศาสตร์พระราชา คือ องค์ความรู้ที่เกิดจากการทรงงานและการทดลองของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) ได้แก่ ความรู้จากพระราชกรณียกิจของพระองค์ หลักการทรงงาน ความรู้จากโครงการตามพระราชดำริ ความรู้จากพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสต่างๆที่ได้พระราชทานข้อคิด คำสั่งสอน ตักเตือน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ และแนวทางในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน คำนึงถึงการพึ่งพาตนเอง ความสมดุล และการมีส่วนร่วมของประชาชน ศาสตร์พระราชาเรื่องการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น หลักการทรงงาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลให้เป็นระบบ ทำตามลำดับขั้น รู้จักประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด ความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน ทำงานอย่างมีความสุข ความเพียร รู้รัก สามัคคี เป็นต้น
พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน ๔ ด้าน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้
๑. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง
๑. ความรู้ความเข้าใจต่อชาติบ้านเมือง
๒. ยึดมั่นในศาสนา
๓. มั่นคงในสถาบันกษัตริย์
๔. มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน
๒. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง – มีคุณธรรม
๑. รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด – ชอบ / ชั่ว – ดี
๒. ปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบสิ่งที่ดีงาม
๓. ปฏิเสธสิ่งที่ผิด สิ่งที่ชั่ว
๔. ช่วยกันสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง
๓. มีงานทำ – มีอาชีพ
๑.การเลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็ก และเยาวชน รักงาน สู้งาน ทำจนงานสำเร็จ
๒. การฝึกฝน อมบมทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตรต้องมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนทำงานเป็นและมีงานทำในที่สุด
๓. ต้องสนับสนุนผู้สำเร็จหลักสูตร มีอาชีพ มีงานทำจนสามารถเลี้ยงตนเอง และครอบครัว
๔. เป็นพลเมืองที่ดี
๑. การเป็นพลเมืองดี เป็นหน้าที่ของทุกคน
๒. ครอบครัว – สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่ เป็นพลเมืองดี
๓. การเป็นพลเมืองดี คือ “เห็นอะไรที่จะ ทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” เช่น งานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกุศลให้ทำด้วย ความมีน้ำใจ และความเอื้ออาทร
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) คือ กรอบการพัฒนาโลก 17 เป้าหมาย ที่สหประชาชาติกำหนดขึ้นในปี 2015 เพื่อสร้างความสมดุลด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ และปกป้องโลก ภายในปี 2030 โดยมีหลักการสำคัญคือ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" และครอบคลุมตั้งแต่การขจัดความยากจน อาหาร การศึกษา สุขภาพ ความเท่าเทียม ไปจนถึงพลังงานสะอาด และการจัดการทรัพยากร
SDGs 17 เป้าหมายหลักโดยสรุป:
1.ขจัดความยากจน ทุกรูปแบบ ในทุกที่
2.ขจัดความหิวโหย สร้างความมั่นคงทางอาหาร
3.สุขภาพและสุขภาวะที่ดี ของทุกคนทุกวัย
4.การศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียมและทั่วถึง
5.ความเท่าเทียมทางเพศ และเสริมพลังสตรีและเด็กหญิง
6.น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล ที่ทุกคนเข้าถึงได้
7.พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ และราคาไม่แพง
8.การจ้างงานที่มีคุณค่า และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
9.อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ที่ยั่งยืน
10.ลดความเหลื่อมล้ำ ภายในประเทศและระหว่างประเทศ
11.เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (น่าอยู่ ปลอดภัย)
12.การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ลดขยะ)
13.การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
14.ชีวิตใต้ทะเล (ทรัพยากรทางทะเล)
15.ชีวิตบนบก (ทรัพยากรบนดิน)
16.สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
17.ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (พันธมิตร)
ตัวอย่างการถอดบทเรียน https://drive.google.com/file/d/1UG1Xc2xp5a6bTb9Vt5pznZGlksVHW1Xj/view?usp=sharing
ลิงค์ส่งงาน https://forms.gle/XcU9yJ6myTmkPyNQ9