ชัยพัฒนาร่วมสืบสาน ตำนานอัมพวา “จากอดีตสู่ปัจจุบัน กับวิถีสายน้ำที่ไม่เคยหยุดนิ่ง”
อัมพวาเป็นชุมชนเล็กๆ ตั้งอยู่ริมน้ำ มี ประวัติแกะความเป็นมาสืบทอดกันมาช้านาน ใน อดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำที่คับคั่ง มีตลาดน้ำ เรือนแพ และบ้านเรือนปลูกขนานไป ตามแนวคลอง ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยา สมัยนั้นเรียกกันว่า "บางบ้าง” เป็น ชุมชนริมน้ำที่ทำสวนไม้ผลและพืชผักจนมีชื่อเชียง ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง แขวงบางข้าง เริ่มปรากฏมีสวนผลไม้และพืชผักที่อุดมสมบูรณ์ มีความเจริญทางด้านเกษตรกรรม และการค้าขาย มีตลาด เรียกว่า “มหาดบางข้าง” เป็นตลาดน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนผดผลิตจาก สวนแถบบางข้างและบริเวณใกล้เคียง แถบบางข้างเป็นที่รู้จักกันในนาม "สวนนอก” และเปรียบเทียบกับ"ทวนใน” โดยมีคำเรียกที่ว่า “บางข้างควนนอก บางกอกสวนใน” หมายถึง สวนบ้านนอก คือ สวนบางข้าง
ส่วนสวนที่อยู่ในเมืองใกล้ริ้ววังเจ้านายคือหวนใน
ปัจจุบันวิถีชีวิตของชุมชนอัมพวาในอดีต ยังปรากฏให้เห็นและสัมผัสโตในปัจจุบัน แม้กาลเวลาจะ บ้านเลยไปแต่ภาพความทรงจำในอดีตยังคงหลงเหลือให้เห็น แม้จะคบเดือนไปบ้างตามกาลเวลา หากแต่ ชุมชนแห่งนี้ก็ยังให้คงสภาพเหมือนเดิมให้ได้มากที่สุด...ภาพเรือนไม่ที่ขนานไปตามริมสองฝั่งคลอง ควบคู่ ไปกับการค้าขายและการใช้ ชีวิตอย่างเรียบง่าย พร้อมๆ ไปกับการรักษาวัฒนธรรม รวมถึงศิลปะต่างๆ ในชุมชน ยังปรากฏให้เห็นเด่นชัด สิ่ง เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งดึงดูด ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศแวะเวียน มาเยือนอัมพวาอยู่เป็นนิจ
กาลเวลาผ่านไปจากอดีตสู่ปัจจุบัน วิถีชีวิตของขาวอัมพวา ยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ หากแต่วันนี้ สำนักงานมูลนิธิขับพัฒนา ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และพัฒนาขุมขนภายใต้ชื่อ โครงการ อัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริ ให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนานำที่ดินที่ คุณประยงค์ นาคะวะรังค์ ขาวอัมพวาได้น้อมเกล้าฯ ถวาย มาดำเนินการพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอัมพวา และด้วยขุมขนอัมพวาเป็นขุมขนที่มีประวัติศาสตร์ แด้วยขุมขนอัมพวาเป็นขุมขนที ยาวนานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นขาติไทย ซึ่งอนุชนรุ่นหลังคามารถหวนรำลึกและมองย้อนเห็นภาพอดีต อันรุ่งเรื่องถึงความเป็นขุมขนที่มีวัฒนธรรม และประเพณีที่ดีงาม ที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างน่า ภาคภูมิใจ ดังนั้น การพัฒนาและการจัดการพื้นที่แห่งนี้ จึงต้องดำเนินไปอย่างถูกต้อง เหมาะสมและ ที่สำคัญคือ ได้รับความร่วมมือพร้อมใจจากขาวอัมพวาทุกคน
นางสาว ประยงค์ นาคะวะรังค์ ข้าราชการบำนาญโรงพยาบาลทรวงอก กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจำนวน 5 แปลง พื้นที่รวม 21 ไร่ 12 ตารางวา ในตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมูลนิธิชัยพัฒนาได้รับโอนเป็นกรรมสิทธ์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2545 จนกระทั่งวันที่ 21 ธันวาคม 2551 สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ อย่างเป็นทางการ และต่อมาในปี 2554 นางวณี ด้วงคุ้ม และนางประทิน ด้วงคุ้ม ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินสวนผลไม้ให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา เนื้อที 2 ไร่ 1 งาน 52 ตารางวา และ 2 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา ตามลำดับ
การใช้ประโยชน์พื้นที่โครงการ แบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่ และมีการจัดกิจกรรม
เชื่อมโยงการใช้ประโยชน์พื้นที่ต่างๆ ภายในโครงการ และแหล่ง ท่องเที่ยวอื่นๆ ของอัมพวา เป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย
1) พื้นที่สวนชัยพัฒนานุรักษ์
จัดพื้นที่สวนผลไม้ดั้งเดิม เป็นสวนเกษตรแบบผสมผสานไม่ใช้สารเคมี มีการปลูกพันธุ์พืชท้องถิ่น เช่น ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม มะพร้าวพันธุ์ต่างๆ ผสมผสานกับพืชอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น กล่วย ตะไคร้ มะปราง ฯลฯ โดยให้เป็นแหล่งเรียนรู้ถึงภูมิปัญญาและวิธีชีวิตท้องถิ่นอัมพวาในด้านการ เกษตร ส่งเสริมให้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรระหว่างเกษตรกรชาวสวน นักวิชาการ และผู้สนใจ
2) ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ และลานสวนชัยพัฒนานุรักษ์
เป็นลานอเนกประสงค์สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ชุมชน และคนในท่องถิ่นเช่าพื้นที่เพื่อจำหน่ายหรือจัดแสดง สินค้าที่เป็นของท้องถิ่น เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน
3) ร้านค้าชุมชนของโครงการฯ
เป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ภัทรพัฒน์ของมูลนิธิชัยพัฒนาโดยมี วัตถุประสงค์เป็นแกนกลางในการส่งเสริมการตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เชื่อมโยงหน่วยงานองค์กรต่างๆ รวมถึงผู้บริโภคให้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างโอกาส และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถต่อยอดพัฒนาสินค้า/ผลิตภัณฑ์และ พัฒนาธุรกิจของชุมชนด้วยตน เองได้อย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
4) ร้านชานชาลา
เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม และอาหารว่าง โดยร้านชานชาลาจะเป็นพื้นที่เปิดเชื่อมโยงกิจกรรมริมคลองอัมพวา ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์และพื้นที่สวน รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ร้านชานชาลามีบทบาทในการส่งเสริมกิจกรรมค้าขาย ริมคลองอัมพวา โดย เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวซื้ออาหารจากเรือ และพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามารับประทานในร้าน เป็นหน้าบ้านที่อบอุ่น
ร้านชานชาลา