ข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลทั่วไป
ห้องเรียน
หลักสูตร
การวัดผลประเมินผล
การวัดผลประเมินผล
การวัดผลประเมินผล
นายสุรศักดิ์ ภาผล ผู้อำนวยการโรงเรียนปรือใหญ่วิทยบัลลังก์ และ นายนาธร ปะตาชาลี ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
ผู้รับผิดชอบโครงการฯ เข้าร่วมการประชุมรูปแบบบูรณาการเพื่อพัฒนาทีมหนุนเสริมสร้างพลังเครือข่าย และการถอดบทเรียนโครงการการจัดการศึกษา
ที่ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เพื่อแก้ปัญหานักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาแก่โรงเรียนเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ ในวันที่ 6 - 8 กันยายน 2568
ณ โรงแรม ปริ๊นซ์ตัน ดินแดง กรุงเทพมหานคร จัดโดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ : การศึกษายืดหยุ่น” ทำได้ ตอบโจทย์ชีวิตจริง
มีรัฐธรรมนูญและกฎหมายรองรับ
เพราะเป้าหมายของการแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ไม่ได้หมายถึงการนำเด็กทุกคนกลับเข้าสู่ห้องเรียนเพียงเท่านั้น แต่คือการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น สอดรับกับทุกเงื่อนไขชีวิต และสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ได้เปิดโอกาสให้สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้ 3 รูปแบบ
1.การจัดการศึกษาในระบบ เหมือนหลักสูตรทั่วไปตามโรงเรียน
2.การศึกษานอกระบบ สอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม
3.การศึกษาตามอัธยาศัย เรียนรู้ตามศักยภาพและความสนใจ
นั่นเป็นรูปแบบโดยหลักการ แต่ใจความสำคัญของ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ คือการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นโดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน ที่สำคัญมีกฎหมายหลายฉบับรองรับความถูกต้อง โดยที่สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้ง 3 รูปแบบเลยก็ได้ โดยให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้
“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” เทียบโอนความรู้ได้
จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 โดยสถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้ง 3 รูปแบบเลยก็ได้ โดยให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ ทั้งจากสถานศึกษาเดียวกัน ต่างกัน รวมทั้งการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย ฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณ์ทำงาน
และที่สำคัญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 ระบุว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
อ่านข่าว : สพฐ.สร้างความเชื่อมั่น “โรงเรียนสามารถจัดการศึกษาได้หลายรูปแบบตามกฎหมาย”
บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน สถาบันอื่นๆ จัดการศึกษาผ่าน ‘ศูนย์การเรียน’ ได้
ช่วงโควิดที่ผ่านมา ‘โรงเรียนเนกขัมวิทยา’ จังหวัดราชบุรี มีเด็ก 7 ใน 10 คนหลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะครอบครัวเผชิญปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ส่วนเปอร์เซ็นต์ที่เหลือปะปนกันไปด้วยเหตุอื่นๆ เช่น มีปัญหาสุขภาพ การเดินทาง หรือตั้งครรภ์ในวัยเรียน
ทิสา สุธาบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เห็นใจความสำคัญเรื่องการจัดการศึกษาผ่านศูนย์การเรียน ตามที่ระบุในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และ มาตรา 18 จึงนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาในโรงเรียนอย่างได้ผล
โดยมาตรา 12 ระบุว่า นอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษา
และ มาตรา 18 (ข้อ 3) ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด
อ่านบทความ : “1 โรงเรียน 3 ระบบ โรงเรียนเนกขัมวิทยากับโมเดลการจัดการศึกษาที่มีทางเลือก”