ข.แนะนำจังหวัด

                                                  



ตราประจำจังหวัดเลย

ตวามหมายของตราประจำจังหวัดเลย

เป็นภาพพระธาตุศรีสองรัก ลักษณะอุเทสิกเจดีย์สร้างเป็นอนุสรณ์การปักปันเขตแดนในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

แห่งกรุงศรีอยุธยากับพระเจ้าไชยเชษฐาแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2103 เสร็จเมื่อ พ.ศ. 2106  ตั้งอยู่วัดพระธาตุศรีสองรัก

ซึ่งเป็นวัดทีี่ไม่มีพระสงฆ์พำนัก  ริมแม่น้ำหมัน บ้านหัวนายูงตำบลด่านซ้าย  องค์พระธาตุก่ออิฐก่อปูน มีฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละ 10.47 เมตร

สูง 19.19 เมตร  บนยอดพระธาตุมีแก้วครอบเป็นโคม มีกระดิ่งลูกเล็ก ๆแขวนอยู่เหนือโคม กรมศิลปากรประกาศให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 (ที่มา : เอกสารกองโบราณคดีหมายเลข 21/2534)


ความหมายของคำขวัญของจังหวัดเลย


"เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม"

ภูมิประเทศจังหวัดเลย เกิดจากการเคลื่อนตัวทรุดลงของเปลือกโลกเป็นเวลาหลายร้อยล้านปีมาแล้ว เกิดภูเขาลดหลั่นกันมากมาย

เป็นภูเขาที่มีพื้นที่ราบหลายแห่ง (Table land) เกิดพันธ์ไม้นานาพันธ์ุ์  จากการที่มีภูมิประเทศลาดเอียงไปทางเหนือจึงทำให้อากาศแผ่ปกคลุมหนาวเย็น

เพราะไม่มีแนวเขาสูงกั้น


ธงประจำจังหวัดเลย


     


ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีฟ้า มีตราประจำจังหวัดเลยเป็นรูปพระธาตุศรีสองรักอยู่ในวงกลมบนพื้นผ้าทั้งสองด้าน




ต้นไม้ประจำจังหวัด

ชื่อ พรรณไม้ สนสามใบ
ชื่อ วิทยาศาสตร์ Pinus Kesiya

เป็นต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ทรงปลูกตามคำกราบบังคมทูลของนายเทียม คมกฤช
อธิบดีกรมป่าไม้  เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จพระราชดำเนินขึ้นยอดภูกระดึง  เมื่อเวลาเช้าของวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 (จาก
หนังสือรอยเสด็จมหาวิทยาลัยขอนแก่น 2540) และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้พระราชทานกล้าไม้มงคลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย  ในงานวันรณรงค์
โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในโอกาสที่ครองราชย์ปีที่ 50 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2537 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ให้เป็น
ต้นไม้ประจำจังหวัดเลย


แม้ว่าทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดเลยจะตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแต่เลยมีหลายสิ่งที่เหมือนกับภาคเหนือคือมีทิวเขามากมาย ภูเขาสูง อากาศหนาวและมีหมอกปกคลุม เป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีสถานที่อุณหภูมิของปรอทวัดได้ศูนย์องศาเซลเซียส จังหวัดเลยอยู่ห่างจากกรุงเทพเป็นระยะทาง 520 กิโลเมตร

ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดเลยเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสูงกระจัดกระจาย โดยเฉพาะทางตะวันตกและทางด้านใต้ของจังหวัด ทั้งนี้ยังมีแหล่งน้ำสำคัญคือแม่น้ำโขง ในบริเวณตอนบนของจังหวัด ซึ่งจังหวัดเลยมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันถึง 3 ลักษณะอันได้แก่

จังหวัดเลยมีภูเขาส่วนใหญ่ทางตะวันตกโอบล้อมพื้นที่ อำเภอนาแห้ว อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และอำเภอท่าลี่ ประชากรอาศัยอยู่น้อยในแถบนี้เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกและภูมิประเทศซึ่งมีทิวเขาอยู่มากมายนี้ทำให้การสื่อสารโทรคมนาคมไม่สะดวกอีกด้วย

ส่วนบริเวณที่ราบต่ำรอบแม่น้ำโขงและแม่น้ำเลยซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองเลย อำเภอเชียงคาน และอำเภอวังสะพุง การกสิกรรมแถบนี้อุดมสมบูรณ์ และเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดของจังหวัดเลย

อาณาบริเวณที่ราบรอบๆ เนินเขาทางตะวันออกและภาคใต้ของเลยใกล้ภูกระดึง ภูหลวง ภูเก้า นาด้วงและปากชม การเกษตรกรรมสามารถทำได้มากกว่าพื้นที่อื่นๆ และมีประชากรหนาแน่นในพื้นที่นี้

ลักษณะภูมิอากาศ จังหวัดเลยตั้งอยู่ในเทือกเขา อุณหภูมิอย่างมากเมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือของประเทศไทยอาจจะร้อนมากในฤดูร้อนอุณหภูมิสูงถึง 43.3 องศาเซลเซียส (ประมาณเมษายน) ในฤดูหนาว (ประมาณเดือนธันวาคม) อุณหภูมิสามารถติดลบ 1.3 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน

ประวัติความเป็นมา
ในปี พ.ศ.2396 รัชสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ได้ทรงมีพระราชดำริเห็นว่า ราษฎรไทยในพื้นที่จังหวัดเลยเดิมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น น่าที่จะสร้างเมืองใหม่ขึ้นจึงรับสั่งให้พระยาไทนามไปสำรวจพื้นที่ ซึ่งได้บริเวณหมู่บ้านแฮ่ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งห้วยน้ำหมาน และอยู่ใกล้กับแม่น้ำเลยเป็นพื้นที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างเมือง พระยาไทนามจึงถวายรายงานแนะนำพื้นที่บ้านแฮ่ต่อรัชกาลที่ 4 ในการสร้างเมืองเลยขึ้น

ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองพื้นที่ ในปี พ.ศ. 2440 โดยปรับปรุงโครงสร้างการบริหารในประเทศไทยทั่วประเทศแบ่งเป็นจังหวัดเขต (อำเภอ), มณฑล (ตำบล) และ บ้าน(หมู่บ้าน) ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2450 อำเภอกุดป่อง ซึ่งเป็นอำเภอก่อตั้งพื้นที่ปกครองในภาคพื้นที่นั้นให้เปลี่ยนเป็นเมืองเลย (จังหวัดเลย) และเปลี่ยนชื่อพื้นที่ "บริเวณลำน้ำเลย" เป็น "บริเวณลำน้ำเหือง" และต่อมายกเลิกบริเวณลำน้ำเหืองให้คงเหลือไว้เฉพาะ "เมืองเลย" จนถึงปัจจุบัน
อาณาเขต
» ทิศเหนือ : ติดต่อกับ ประเทศลาวโดยมีแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงเป็นพรมแดนธรรมชาติ
» ทิศใต้ : ติดต่อดับ จรดอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น อำเภอน้ำหนาว อำเภอหล่มสักจังหวัดเพชรบูรณ์
» ทิศตะวันออก : ติดต่อกับ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อำเภอน้ำโสม อำเภอนากลางจังหวัดหนองบัวลำพู และอำเภอสีชมพูจังหวัดขอนแก่น
» ทิศตะวันตก : ติดต่อกับ อำเภอชาติตระการและอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
ระยะทาง
ระยะทางจากจังหวัดเลยไปยังจังหวัดใกล้เคียง
จังหวัดเพชรบูรณ์ 80 กม.
หนองบัวลำภู 102 กม.
จังหวัดขอนแก่น 120 กม.
จังหวัดอุดรธานี 143 กม.
จังหวัดหนองคาย 170 กม.
จังหวัดพิษณุโลก 210 กม.

ระยะทางจากอำเภอเมืองเลยไปอำเภอต่างๆ
อำเภอเอราวัณ 5 กม. อำเภอหนองหิน 50 กม.
อำเภอวังสะพุง 23 กม. อำเภอผาขาว 70 กม.
อำเภอนาด้วง 32 กม. อำเภอภูกระดึง 73 กม.
อำเภอท่าลี่ 47 กม. อำเภอด่านซ้าย 82 กม.
อำเภอเชียงคาน 47 กม. อำเภอปากชม 90 กม.
อำเภอภูหลวง 49 กม. อำเภอนาแห้ว 125 กม.
อำเภอภูเรือ 49 กม.    
โดยรถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 3 เส้นทาง คือ
เส้นทางที่ 1 ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงอำเภอหล่มสัก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มเก่า อำเภอภูเรือ เข้าสู่จังหวัดเลย

เส้นทางที่ 2 ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ไปจนถึงจังหวัดขอนแก่น แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน อำเภอวังสะพุง จนถึงจังหวัดเลย

เส้นทางที่ 3 ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จนถึงอำเภอสีคิ้ว แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ อำเภอภูเขียว อำเภอชุมแพ อำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน อำเภอวังสะพุง จนถึงจังหวัดเลย
โดยรถประจำทาง
มีทั้งรถโดยสารปรับอากาศและธรรมดา ขึ้นรถที่สถานีหมอชิตส่วนภาคอีสาน ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 2271 0101 สำหรับรถธรรมดา และ 0 2279 4484-7 สำหรับรถปรับอากาศ

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้วติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ www.thairoute.com
ตรวจสอบตารางเวลารถประจำทาง

โดยรถไฟ
มีขบวนรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงสู่สถานีอุดรธานีและขอนแก่น แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปที่จังหวัดเลย
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 2223 7010, 0 2223 7020
ตรวจสอบตารางเวลารถไฟ
โดยเครื่องบิน
บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัดเป็นผู้ให้บริการเดินทางไปจังหวัดเลย โดยมี 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 2253 4004
งานดอกฝ้ายบาน (Cotton Blossom or Dok Fai Ban)
จัดขึ้นช่วง : เดือนกุมภาพันธุ์
สถานที่จัดงาน : สวนสาธารณะกุดป่อง
งานเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ ในวันแรกมีขบวนแห่ที่ตกแต่งด้วยผ้าฝ้ายสีสันสวยงามและนางงามดอกฝ้ายซึ่งจะแต่ละอำเภอจะมีรถขบวนแห่ที่สวยงามแตกต่างกันไปตามถนน ภายในงานมีการละเล่นความบันเทิง ร้านขายของพื้นเมืองและสิ่งของสวยงามมากมาย
จัดขึ้นช่วง : เดือนมิถุนายน หรือเดือนกรกฎาคม
สถานที่จัดงาน : อำเภอด่านซ้าย

ประเพณีที่มีต้นกำเนิดมาจากความเชื่อด้านพุทธศาสนาจากพระเวสสันดรซึ่งเป็นชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้าได้เดิินทางกลับเมือง และบรรดาผีป่าหลายตนอาลัยในหระองค์จึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง ประเพณีผีตาโขนจัดอย่างยิ่งใหญ่โดยชายหนุ่มใส่หน้ากากแต่งกายคล้ายผีเข้าร่วมขบวนแห่พระพุทธรูปศักดิ์และร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน และพระสงฆ์เทศน์มหาชาติเพื่อรำลึกถึงชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพาน
จัดขึ้นช่วง : เดือนธันวาคม - เดือนมกราคม
สถานที่ : อำเภอภูเรือ
ในช่วงฤดูหนาว เลยเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์มากไม่เพียงแค่อากาศเย็นสบายบริสุทธิ์ แต่เพราะดอกไม้และต้นไม้ที่พร้อมออกดอกสวยงามสะพรั่ง นักท่องเที่ยวหลาย คนจึงเดินทางไปจังหวัดเลยเพื่อชมความงามดอกไม้ในเวลานี้ของปี