ประเพณีล้านนา ปี๋ใหม่เมือง

ประเพณีปีใหม่เมือง เป็นประเพณีที่ปรากฏในเดือนเมษายน หรือเดือน ๗ เหนือ ประเพณีปีใหม่เมืองเป็นการเปลี่ยนศักราชใหม่ การเอาเดือนเมษายนเป็นเดือนแรกของปีนั้นอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อเรื่องการเปลี่ยนศักราชใหม่ และเป็นโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้มาอยู่รวมกันเพื่อทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ดำหัว เล่นน้ำ และขอพรจากผู้ใหญ่อีกด้วย

โดยต่อไปนี้จะกล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นในประเพณีปี๋ใหม่เมืองที่ย่อโดยสมบรูณ์ข้อมูลเเล้ว

วันสำคัญในปี๋ใหม่เมือง

1.วันสังขารล่อง  

วันสังขารล่อง หรือวันสังกรานต์ล่อง ปัจจุบันถือเอาวันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปีเป็นวันสังขารล่อง เป็นวันแรกของกิจกรรมประเพณีปีใหม่เมือง หลังเที่ยงคืนวันที่ ๑๒ เมษายน จะมีการจุดประทัด ยิงปืน เพื่อส่งสังขารหรือไล่สังขาร(จะถือเอาตามเวลาสังขานต์ล่องตามที่บอกในปฏิทินปี๋ใหม่เมืองในปีนั้น เช่นบอกว่าสังขานต์จะล่องเมื่อ 03 นาฬิกา 30 นาที 26 วินาที ชาวบ้านก็จะจุดปะทัดเวลานั้นถือว่าไล่สังขานต์)

วันนี้สมาชิกในครอบครัวจะทำความสะอาดบ้านเรือน ทั้งบนเรือนและใต้ถุนบ้าน การทำความสะอาดเจ้าที่ ศาลพระภูมิ  บางท้องถิ่นจะทำคานหามใส่ดอกไม้ ธูปเทียน ต้นดอก ต้นเทียน เรียกกันว่า “ต้นสังขาร” แล้วพากันแห่ขบวนเอาคานหามไปลอยน้ำเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ แต่ในบางพื้นที่จะเตรียมเสื้อผ้า(เอาที่เป็นตัวแทน)ในเเต่ละคนในครอบครัวไปทำพิธีในวัดวันนี้โดยพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยใส่ในสลุงหรือตระกร้าเเล้วนำสตวง(อ่านว่าสะ ตวง)ไปวางทับอีกทีเเล้วไปทำพิธีในวัด เมื่อเสร็จจะเอาผ้าไปสะบัดที่แม่น้ำเชื่อว่าเป็นการสะบัดเคราะห์  บางพื้นที่จะมีการนำเชือกสายสินธ์ของเเต่ละครอบครัวเช่นในครอบครัวมี 5 คนก็นำเชือกมา 5 เส้นมา เชือกนั้นจะชุบน้ำมันเพื่อนำไปเผาเวลาทำพิธี  และในวันนี้จะมีการสระเกล้า สระผมของตัวเองตามทิศที่เป็นมงคลซึ่งจะบอกในปฎิทินปี๋ใหม่เมือง(มีตัวอย่างข้างล่าง) 


ประเพณีปี๋ใหม่เมือง

2.วันเน่าหรือวันเนาว์หรือวันดา

วันเน่าหรือวันเนาว์ เป็นวันที่ ๑๔ เมษายน ของทุกปี เป็นวันที่สองของประเพณีปีใหม่เมือง ตามประเพณีแล้ววันนี้เป็น "วันดา" คือวันที่ต้อง

เตรียมสิ่งของต่างๆ เพื่อใช้ทำบุญในวันรุ่งขึ้น และตลอดทั้งวัน เด็กๆ บ่าว สาว ผู้เฒ่าผู้แก่ จะพากันไปขนทรายที่แม่น้ำ เข้าวัด เพื่อก่อเป็นเจดีย์ทราย คนล้านนามีความเชื่อเรื่องวันเน่าว่า ถ้าหากผู้ประสงค์จะปลูกเรือนไม้ไผ่ ให้รีบตัดไม้ภายในวันนี้

 เพราะเชื่อว่าไม้จะไม่เน่าและไม่มีมอดหรือปลวกมากินไม้ดังกล่าว  ความเชื่อบางประการเกี่ยวกับวันเน่า ไม่ควรด่าทอ เกิดอุบัติเหตุเจ็บตัว สาปแช่งหรือกล่าวคำร้ายต่อกัน ปากจะเน่าจะเหม็น เป็นอัปมงคลไปทั้งปี เชื่อว่าถ้าดุด่าลูกหลานเรื่องใด เด็กจะนิสัยแบบนั้นไปตลอดทั้งปี และในวันนี้จะเป็นวันเตรียมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับประเพณี เช่นของดำหัว เครื่องทำขึ้นต้าวตังสี่เป็นต้น


3.วันพญาวัน

วันพญาวัน เป็นวันที่ ๑๕ เมษายน ของทุกปี วันที่สามของประเพณีปีใหม่เมือง ถือเป็นวันเถลิงศก เปลี่ยนศักราชเริ่มต้นปีใหม่ วันนี้มีการทำบุญทางศาสนาแต่เช้าตรู่ และอุทิศกุศลไปถึงญาติผู้ล่วงลับ หรือเรียกว่า “ทานขันข้าว” (อ่านเสียงล้านนา “ตานขันข้าว”) หลังจากนั้นนำตุงปักลงบนกองเจดีย์ทราย และคนเฒ่าคนแก่ก็อยู่ร่วมพิธีเวนทานเจดีย์ทราย ถวายช่อตุงปีใหม่ และฟังเทศนาธรรมอานิสงส์ปีใหม่

ช่วงบ่ายเป็นการรดน้ำดำหัว เพื่อขอขมาคนเฒ่าคนแก่ พ่อแม่ ครูอาจารย์ ไปสรงน้ำพระพุทธรูป พระธาตุ วันนี้คนล้านนาจะทัดดอกไม้นามปี เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ชีวิต(หรือเรียก พญาดอก)

นอกจากนี้ ยังนิยมเริ่มต้นเรียนศาสตร์ศิลป์ต่างๆ เป็นต้นว่า มนต์คาถา สักยันต์ หรือทำพิธีสืบชะตา ขึ้นบ้านใหม่ ไหวว้ครู และในหลายพื้นที่ยังมีกิจกรรมแห่ไม้ค้ำศรี หรือไม้ค้ำโพธิ์ เพื่อสืบต่ออายุพระศาสนา และค้ำชูอุดหนุนให้แก่ชีวิตเจริญรุ่งเรือง


การแห่ไม้ค้ำ
                                                                              การแห่นำไม้ค้ำไมค้ำยันต้นไม้ในวัด

4.วันปากปี

วันปากปี เป็นวันที่ ๑๖ เมษายน ของทุกปี วันที่สี่ของประเพณีปีใหม่ จัดว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในเทศกาลปีใหม่เมือง ถือเป็นวันแรกของปี วันนี้คนล้านนาจะมารวมตัวกันเพื่อทำบุญเสาใจบ้าน หรือส่งเคราะห์บ้าน บางแห่งอาจจะต่อด้วยพิธีสืบชะตาหมู่บ้าน และพากันไปขอขมา ดำหัว พระเถระผู้ใหญ่ตามวัดต่างๆ ดำหัวผู้อาวุโส ผู้นำชุมชน ในตอนค่ำของวันนี้จะมีการบูชาเทียน สืบชะตา ลดเคราะห์ รับโชค เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ครอบครัว

ความเชื่อบางประการเกี่ยวกับวันปากปี ชาวล้านนาจะกิน “แกงขนุน” หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า “แก๋งบ่าหนุน” กันทุกครอบครัว เพราะเชื่อว่าจะหนุนชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เหตุผลของการทานแกงขนุนดังกล่าว อาจ

จะมาจากชื่อขนุน ที่มีความหมายถึงการเกื้อหนุน ค้ำจุน ครอบครัวให้เจริญรุ่งเรืองหรือตลอดปีของคนล้านนา และในตอนเย็นในบางพื้นที่(บางพื้นที่อาจไม่กระทำ)ยังจะมี ต้าวตังสี่หรือท้าวทั้งสี่(เทพทั้งสี่พระองค์อาจหมายถึงพระพรหมผู้มีสี่หน้า) ซึ่งมีลักษณะเป็นเสามีไม้ขัดกันเป็นสี่มุม แล้วแต่ละมุมจะมีใบตองที่ใส่เครื่องบูชาทั้งสี่ด้านหรือเรียกว่า ควัก ในทางภาษาล้านนา รวมทั้งที่ด้านล่างบนพื้นดินก็จะมีอีกหนึ่งอันเพื่อบูชาพระแม่ธรณี เชื่อว่าจะเกิดสิริมงคต่อบ้าน การกระทำนี้จะทำกันเป็น หม้ง หรือแปลว่า บ้านที่อาศัยร่วมกันใกล้เคียงที่ไม่มีรั้วกั้นเหมือนเป็นวงเดียวกัน ถ้ามีรั้วกั้นจะถือว่าอีก หม้ง แต่ละหม้งก็จะมีต้าวตังสี่อยู่ ผู้ที่กระทำพิธีภาคเหนือเรียก ปู๋จ๋านหรือมัคทายกนั้นเองและในวันนี้จะมีการบูชาเทียนปีใหม่ในช่วงค่ำขึ้นมาอีกเวลา จะเป็นพิธีกรรมในส่วนของครอบครัวที่จะกระทำกันในบ้านเรือนของตน พิธีกรรมดังกล่าวคือ การจุดเทียนบูชาบ้านเรือนหรือคนล้านนาเรียกว่า ต๋ามเตียนปู่จาพระเจ้า

โดยเทียนดังกล่าวจะมีอยู่สามเล่ม คือ เทียนบูชาลดเคราะห์ เทียนบูชาสืบชะตา และเทียนบูชาโชคลาภ โดยมีการปลุกเสกโดยพระหรือมัคทายก(ปู่จ๋าน)บางท้องถิ่นจะมีการ "ต๋ามขี้สายเท่าอายุ" (การจุดเส้นไฟเท่าจำนวนอายุ) ขี้สายหรือเส้นไฟนี้จะทำมาจากเส้นด้ายพื้นเมือง นำไปชุบขี้ผึ้งหรือไขมัน หรือน้ำมันมะพร้าว ปัจจุบันนิยมชุบน้ำมันพืชที่ใช้ในครัวเพราะง่ายดี พอค่ำลง ก็จะเอาขี้สายเท่าอายุไปจุดบูชาที่ลานพระธาตุเจดีย์ในวัด หรืออาจจุดที่ลานทรายหน้าพระวิหาร ตรงที่สายตาพระเจ้าตก หรืออาจจุดที่ลานบ้านของตัวเองก็ได้ การต๋ามขี้สายเท่าอายุนี้ บางท่านก็ว่า เป็นการเผาอายุสังขารเก่าให้พ้นไป บางท่านก็ว่าเป็นการเผาเสนียดจัญไร อุบาทว์ อาถรรพณ์ ขึดขวงต่างๆ ที่ติดตัวเรามาให้หมดสิ้นไป บางท้องถิ่นก็ให้เพิ่มขี้สายไปอีกเส้นหนึ่ง ถือว่าเป็นการสืบชะตาตัวเรา ให้รุ่งเรืองรุ่งโรจน์ประดุจเปลวไฟในปีใหม่ที่มาถึงนี้ (โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา, ๒๕๕๑, หน้า ๓๓)


การจุดเทียนบูชา(เตียนปุ่จา)                                                    การขึ้นต้าวตังสี่

และประเพณีนี้ยังจะมีปฎิทินปี๋ใหม่เมืองที่จะบอกข้อมูลเกี่ยวกับปี๋ใหม่เมืองในปีนี้ เช่น ทำนายดวง ทำนายฝน บอกเวลาสังขานต์ล่องในปีนี้ พญาดอกประจำปี บอกกรกิณีของร่างกายในปีดังตัวอย่างในเว็บนี้ http://www.clipmass.com/story/29274

ไฟล์นี้จะเเสดงเหตุการณ์สรุปในปฎิทินล้านนาที่จะเกิดขึ้นในวันปี๋ใหม่เมือง พ.ศ.2557 







เพลงปี๋ใหม่เมือง

                                    (หลายคนอาจไม่เข้าใจ ตัวอักษรในวิดีโอเป็นตัวอักษรของล้านนาที่ใช้กันจริง)

เพลงบรรเลงเพราะปี๋ใหม่เมือง(ภาคสะล้อบรรเลง)


ข้อมูลเพิ่มเติม

1.สิ่งที่จะเกี่ยวข้องกับประเพณีนี้เป็นอย่างมากคือ ดอกสารภี ผลของส้มป่อยที่ตากเเห้งเเล้ว และน้ำอบ(มีก็ได้ไม่มีก็ได้) ที่กล่าวมานี้จะใช้ผสมแช่น้ำเพื่อให้เกิดกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณะของประเพณีนี้อย่างเห็นได้ชัด จะนำไปใช้เช่น สรงน้ำพระ การขอขมา รดน้ำดำหัว เป็นต้น จึงถือเป็นสิ่งสำคัญในประเพณีนี้ทุกวันจนถึงวันปากปี(น้ำขมิ้นส้มป่อยยังมีการใช้ในหลายโอกาส เช่นการไหว้ครู การขอขมาสิ่งต่างๆเช่นผี ล้างสิ่งอัปมงคล การเดินออกจากป่าช้าเเล้วต้องนำน้ำขมิ้นส้มป่อยล้างแขน ขาหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเพื่อล้างอัปมงคล เป็นต้น)

2.ตุงที่ใช้ในการไปวัด ส่วนใหญ่จะใช้ตุงเทวดา(ตุงเตวดา) ตุงนักษัตร ตุงไส้หมู(หรือตุงไส้ช้างหรือไส้จ้าง ตามท้องที่ถิ่นเรียก) เป็นต้น

3.ต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกันตุงบางประเภท(กรณีตุงต้องใช้ห้อย) ต้นเขือง เป็นมงคล

4.สตวง(อ่านว่า สะ ตวง)คือกาบต้นกล้วยที่นำมาทำเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเเล้วเสียบไม้แทงตรงกลางเพื่อให้กาบกล้วยอยู่ตัวเป็นสี่เหลี่ยม ข้างในจะใส่ ข้าวเหนียวนึ่งสุก ข้าวเกรียบ กล้วย ใบหมากใบพลู ตุงเทวดา(บางพื้นที่) อ้อย เป็นต้น ถือเป็นเครื่องบูชา

5.ขวั๊ก คือใบตองที่ทำเป็นสี่เหลี่ยมขนาดพอเท่าฝ่ามือ ข้างในจะบรรจุเครื่องบูชาคล้ายสตวงเเต่เพิ่มเอาแกงส้มแกงหวาน(คือการนำเอาผักมาผัดรวมกัน เช่น ใบตำลึง ยอดมะขามเป็นต้นนำมาผัดกับพริกกับเกลือ เเต่ไม่ใช่นำมากิน) ด้วย

6.ตำนานปีใหม่อยู่ที่เว็บนี้ http://www2.it.mju.ac.th/dbresearch/raen/index.php/2011-01-31-04-09-04/art-lanna1/413-art-lanna2

7.ข้อมูลเพิ่มเติมเว็บนี้ http://www2.it.mju.ac.th/dbresearch/raen/index.php/2011-01-31-04-09-04/art-lanna1

            ส่วนผสมในน้ำขมิ้นส้มป่อย

                                                                            น้ำขมิ้นส้มป่อย




                    ตุงประเภทต่างๆ





แหล่งอ้างอิง

https://th.wikipedia.org/wiki/ปีใหม่เมือง
http://www.clipmass.com/story/29274

จัดทำโดยคนภาคเหนือที่มีความรู้เรื่องนี้มากพอควร